ไอเอสเอ็น

ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เขย่าท็อปบูตไล่ดูดส.ส.เข้าสังกัด

  ออกมาปูดข่าว อดีตส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย หลายจังหวัด อยู่ในภาวะโดนพลังดูดจากค่ายท็อปบูต โดยใช้เรื่องคดีความ ธุรกิจ เป็นข้อต่อรองให้ผู้แทนอีสานย้ายสังกัด   ทำให้ชื่อของ “ประยุทธ์ ศิริพานิชย์” อดีตส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนรุ่นเก๋า กลับมามีชื่อติดหูอีกครั้งในช่วงที่ผ่านมา   หลังจากก่อนหน้านี้เป็นตัวตั้งตัวตีผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม จุดชนวนเสียงคัดค้านอย่างทั่วประเทศ    ลามไปสู่การปลุกม็อบชัตดาวน์ประเทศไทย นำไปสู่จุดจบทำให้รัฐบาลเพื่อไทยต้องล้มทั้งยืน     ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีตส.ส.มหาสารคามหลายสมัย อีกหนึ่งผู้แทนรุ่นเก๋า ผ่านประสบการณ์การเมืองโชกโชน สัมผัสเก้าอี้ผู้แทนเมืองมหาสารคาม มาตั้งแต่ปี 2522 เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคกิจสังคม ช่วงที่นายมนตรี พงษ์พานิช เป็นหัวหน้าพรรค    ครองเก้าอี้รัฐมนตรีมาหลายครั้ง เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ ยุครัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์  รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมัยรัฐบาลพล.อ.สุจินดา คราประยูร และรมช.แรงงานและสวัสดิการสังคม ช่วงรัฐบาลชวน หลีกภัย    เกิด 30 ก.ย.2488 ที่อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ศิษย์เก่านิติศาสตร์ ลูกพ่อขุน ม.รามคำแหง    ยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทยครองอำนาจ มีบทบาทสำคัญผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในฐานะเป็นรองประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เสนอให้มีการแก้ไขการนิรโทษกรรมให้ทุกฝ่าย ตามนิคเนมที่สื่อเรียกติดปากว่า “นิรโทษกรรมสุดซอย”    แต่ถูกต่อต้านจากกระแสสังคมอย่างหนัก เนื่องจากมีข้อสงสัยการซ่อนเงื่อนช่วยเหลือ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐามนตรี ให้หลุดพ้นบ่วงจากคดีความต่างๆ อย่างไรก็ตามในที่สุดก็มีการลักหลับผ่านร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวโดยพิจารณาแบบข้ามวันข้ามคืน   กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีการปลุกม็อบประชาชนทั่วประเทศออกมาต่อต้านกฎหมายฉบับดังกล่าว นำทีมโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ประกาศลาออกจากส.ส. มาปลุกม็อบข้างถนน ออกมาขับไล่รัฐบาลเพื่อไทย    ลุกลามบานปลายเป็นการเดินขบวนขับไล่รัฐบาลครั้งยิ่งใหญ่ มีการชัตดาวน์กทม. ปิดถนน ยึดหน่วยงานราชการ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเพื่อไทย ก็มีการปลุกม็อบออกมาสนับสนุน กลายเป็นเหตุปะทะมีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บจำนวนมาก    นำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องประกาศยุบสภา วันที่ 9 ธ.ค.2556  แต่ความคุกรุ่นยังไม่สิ้นสุด ยังมีความรุนแรงกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้นต่อเนื่อง    กระทั่งสิ้่นสุดที่ทหารต้องออกมายึดอำนาจ เพื่อยุติสงครามความขัดแย้งของคนในชาติ วันที่22 พ.ค.2557    เป็นที่มาของผลงานชิ้นโบดำของอดีตผู้แทนเมืองมหาสารคามที่ปลุกเสกกฎหมายดังกล่าว    เงียบหายไปพักใหญ่ หลังเหตุการณ์ยึดอำนาจปี2557 แต่อยู่ๆมีชื่อโผล่มาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง หลังจากปูดข่าว ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย กำลังถูกบีบให้ย้ายพรรคจากคนในรัฐบาลทหาร โดยหยิบยกเรื่องคดีความ และธุรกิจมาเป็นเครื่องต่อรอง ในช่วงที่รัฐบาลคสช.กำลังรุกคืบดูดอดีตส.ส.จากพรรคต่างๆเข้าสังกัด   ปลุกกระแส “ทหาร” ไล่ช็อปผู้แทนให้ร้อนแรงย่ิงขึ้น

อ่านเพิ่มเติม