ไอเอสเอ็น

เตรียมออกหมายจับ! "บอส อยู่วิทยา" เบี้ยวพบอัยการ

  โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงขอหมายจับ "บอส อยู่วิทยา" คดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ปี 55 ชี้ เจตนาประวิงเวลา-หลบหนี หลังเลื่อนพบอัยการหลายครั้ง   เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ผู้ต้องหาคดีขับรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ทำให้ตำรวจผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต   เรือโทสมนึก กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมานายธนิต บัวเขียว  ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายวรยุทธ มาขอเลื่อนนัดฟังคำฟ้องคดีโดยอ้างว่านายวรยุทธมีความจำเป็นเร่งด่วนในการเดินทางเพื่อไปจัดการธุรกิจในประเทศต่างๆทั้งที่อัยการได้กำหนดให้พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องในวันที่ 27 เม.ย.แต่นายสุทธิ กิตติศุภกร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้พิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีเนื่องจากผู้ต้องหาขอเลื่อนในลักษณะนี้หลายครั้งอย่างต่อเนื่อง   ต่อมาในวันเดียวกัน ร.ต.ต พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุดพิจารณาเห็นว่าเนื่องจากคดีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชน และที่ผ่านมาพนักงานอัยการได้พิจารณาให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหามาตลอดถึง 6 ครั้ง หากสั่งคดีล่าช้าอีกอาจเกิดความเสียหายต่อคดี เป็นที่เคลือบแคลงของสังคม และกระทบภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดได้   นอกจากนี้ยัง ปรากฏว่าความผิดบางฐานที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องไว้จะขาดอายุความในวันที่ 3 ก.ย.60 โดยได้กำหนดให้ส่งตัวผู้ต้องหาในวันที่ 27 เม.ย.ภายในเวลาราชการแต่จนถึงบัดนี้ผู้ต้องหายังไม่ได้เดินทางมา อัยการสูงสุดจึงอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ 2553 มาตรา 15 พิจารณากรณีเหตุร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหา แล้วเห็นว่า คงมีเฉพาะพยานหลักฐานในส่วนการจัดทำรายงานและความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญซึ่งมาให้การไว้เป็นพยานต่อพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่เคยพิจารณามาก่อน   เรือโทสมนึก กล่าวอีกว่า ส่วนพยานหลักฐานอื่นนอกนั้นได้เคยมีการร้องขอความเป็นธรรมและได้พิจารณายุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมแล้ว สำหรับความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานเดิม จึงให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมและให้อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ แจ้งพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวนายวรยุทธ มาฟ้องตามคำสั่งต่อไป   นายอำนาจ กล่าวว่า  สำหรับกรณีการสั่งฟ้องนายวรยุทธ นั้น หลังจากนี้จะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย  ถ้าหากผู้ต้องหาอยู่ในต่างประเทศต้องให้พนักงานอัยการจัดการเพื่อดำเนินการขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีภายในอายุความคดีตามกฎหมาย ปัจจุบันคดีนายวรยุทธ ยังไม่หมดอายุความ นายอำนาจ กล่าวว่า ขั้นตอนที่จะดำเนินการต่อไปคือ ทางพนักงานอัยการที่รับผิดชอบในสำนวนคดีนี้ก็จะดำเนินการจัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามา โดยหลังจากนี้ก็ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาต่อไป ซึ่งหมายจับก็ดำเนินการให้ตำรวจจับกุมผู้ต้องหา หากผู้ต้องหายังอยู่ในประเทศไทยแล้วสามารถจับกุมได้ก็ส่งตัวให้อัยการดำเนินการ นั่นเป็นกรณีที่ตัวผู้ต้องหาอยู่ในเมืองไทย   นายอำนาจ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่ผู้ต้องหาอยู่ในต่างประเทศ ก็ต้องมาดูว่าอยู่จริงหรือไม่ โดยได้เตรียมคณะทำงานไว้แล้ว และจากข้อมูลสื่อมวลชนชี้ชัดในระดับหนึ่งว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีอยู่ในประเทศอังกฤษ  จึงต้องมาดูข้อกฎหมายว่าสามารถดำเนินการอะไรได้หรือไม่    "จากนี้พนักงานสอบสวนจะต้องกำหนดหาที่อยู่ปัจจุบันว่าอยู่จริงหรือไม่ และส่งข้อมูลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยกองการต่างประเทศประสานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าผู้ต้องหาเข้า-ออกไปเมื่อใด   และประสานกับตำรวจสากลว่าผู้ต้องหาเข้าไปในประเทศอังกฤษเมื่อใด และมีการเดินทางออกมาแล้วหรือไม่  หากมีข้อเท็จจริงเป็นสามารถยืนยันเป็นหลักฐานว่ามีที่อยู่จริง และหลักฐานการสั่งฟ้องของอัยการ ก็ต้องมาดูอัตราการกล่าวโทษ" นายอำนาจ กล่าว   นายอำนาจ กล่าวว่า  เมื่อได้ข้อเท็จจริงแล้วพบว่า เป็นความผิดที่ไม่เกี่ยวกับทางการทหาร ทางการเมือง และมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป สามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ และหากโชคดีผู้ต้องหาอยู่ประเทศอังกฤษจริง ประเทศไทยเรามีสนธิสัญญาในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน   อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่าเข้าเงื่อนไขการส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่  ซึ่งก็พบว่าคดีของนายวรยุทธ ไม่เกี่ยวข้องกับคดีทางการเมืองทางทหาร และมีอัตราโทษ 1 ปีขึ้นไป ที่สุดแล้วก็ต้องดูเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเช่นกัน และแม้มีสนธิสัญญาฯ ก็ต้องส่งเรื่องให้กับทางกระทรวงต่างประเทศดำเนินการส่งอีกครั้ง   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหามอบอำนาจให้ทนายความขอเลื่อนคดีอีก โดยอ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วนในการเดินทางไปทำธุรกิจในประเทศต่างๆ แต่อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ พิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี เนื่องจากขอเลื่อนหลายครั้ง และให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานอัยการในวันนี้ หากไม่มาถือว่ามีเจตนาประวิงคดีก็จะขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาต่อไป ทั้งนี้ ทนายความผู้รับมอบอำนาจ ได้รับทราบคำสั่งแล้ว และจนถึงขณะนี้ผู้ต้องหายังไม่ได้มาพบพนักงานอัยการ   หากภายในวันนี้หมดเวลาตามราชการ คือ 16.00 น. แล้ว สำนักงานอัยการสูงสุด จะดำเนินการเพื่อส่งเรื่องให้ตำรวจขอให้ศาลออกหมายจับ กรณีที่ผู้ต้องหาอยู่ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้ หากผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ในประเทศ กำหนดว่าให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนำตัวผู้ต้องหามาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม  

อ่านเพิ่มเติม