ไอเอสเอ็น

เจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนรอบแรกล้มเหลว

  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ว่าการเจรจาครั้งสำคัญรอบแรกระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเศรษฐกิจและการค้า 2 คนของสหรัฐ คือนายสตีฟ มนูชิน รมว.กระทรวงการคลัง และนายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ กับนายหวัง หยาง รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันพุธ จบลงโดยไม่มีการแถลงข่าวและไม่มีการออกแถลงการณ์ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสามคน   ขณะที่แหล่งข่าวในการประชุมเผยว่า ทั้งสองฝ่ายยังตกลงกันไม่ได้ในหลายประเด็นสำคัญ ซึ่งรวมถึงการที่สหรัฐต้องการเข้าสู่ตลาดบริการการเงินของจีนมากขึ้น ขอให้จีนยุตินโยบายอุดหนุนอุตสาหกรรมเหล็ก การลดภาษีนำเข้ารถยนต์ การลดการอุดหนุนการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ และการยุตินโยบายให้บริษัทข้ามชาติตั้งศูนย์จัดเก็บข้อมูลภายในจีน เนื่องจากรัฐบาลวอชิงตันมองว่าเป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือด้านการค้าระหว่างประเทศ   อย่างไรก็ตาม มนูชินและรอสส์แถลงร่วมกันในเวลาต่อมา ว่าคณะผู้แทนของรัฐบาลปักกิ่ง "รับทราบในหลักการ" ต่อวัตถุประสงค์ของสหรัฐ ที่ต้องการลดช่องว่างของมูลค่าการดุลการค้าต่อจีน เนื่องจากในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกสินค้าจากจีนมายังสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่า 200%   ทั้งนี้ การแก้ไขนโยบายการค้ากับจีนเป็นหนึ่งในวาระสำคัญด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกล่าวมาตลอดว่า "จีนแทรกแซงเศรษฐกิจของสหรัฐ"  โดยสหรัฐเป็นฝ่ายขาดดุลการค้าต่อจีนมากถึง 347,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 12.1 ล้านล้านบาท ) เมื่อปี 2559

อ่านเพิ่มเติม