ไอเอสเอ็น

ธรรมกายแถลงศิษย์เสียชีวิตเพราะม.44ยัน "พระธัมมชโย" ไม่ผิดรับเงินสหกรณ์

  วัดพระธรรมกาย ส่งตัวแทน แถลงข่าวแทน "พระสนิทวงศ์" แจงยิบทุกประเด็น ย้ำ ศิษย์เสียชีวิตเพราะม.44 ยัน "พระธัมมชโย" ยังไม่ผิด รับเงินสหกรณ์   เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 มี.ค. ที่บริเวณถนนเลียบคลองแอน 2-3 ใกล้เคียงประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย พระมหาทศพร ปุญญงฺกุโล พระลูกวัดพระธรรมกาย ออกแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ว่า วันนี้เป็นวันที่ 16 ที่วัดพระธรรมกาย ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน   (1) ชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของนางสาวพัฒนา เชียงแรง   1.1 พม.นพพร ติดต่อเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ  เป็นเวลาประมาณ 13.31 น. คือ เวลาหลังจากที่ทราบว่าเสียแล้วและเป็นชุดสุดท้ายที่ตามไป เพื่อช่วยประสานงานความเรียบร้อย   1.2 ไลน์ของผู้เสียชีวิตที่สามารถติดต่อได้นั้น เพราะที่มีการแจ้ง “ขอยาพ่น” ในช่วงแรก เพราะอยู่พื้นที่หลังวัดพอมีสัญญาณอยู่บ้าง แต่ก็ขาดๆหายๆ แต่ถ้าในพื้นที่วัด ติดต่อยากมาก ส่วนใหญ่ติดต่อกันไม่ได้   1.3 หน่วยกู้ชีพ 1669 ได้รับการติดต่อนั้น เป็นช่วงหลังจากที่หน่วยกู้ชีพรัตนเวชของวัดไม่สามารถไปได้ เนื่องจากติดด่าน และประตูทางออกต่างๆที่ถูกปิด   1.4 ยืนยันว่าพื้นที่พักของผู้เสียชีวิต ในพื้นที่ควบคุมพิเศษ ตาม ม.44   1.5 ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ ย่อมทราบอาการป่วยของตนเอง จึงได้ร้อง “ขอยาพ่น” จากเพื่อน เพื่อมาระงับอาการที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เสียเวลาติดด่านเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษตาม ม.44 ต้องผ่านถึง 5 ด่าน ประกอบกับถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์ เพราะ ม.44 จึงเป็นเหตุให้เสียชีวิต   (2) กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น   2.1 หลวงพ่อถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกับนายศุภชัย เพราะนายศุภชัยนำเงินสหกรณ์ แต่ยังไม่มีการตัดสินว่า ผิดหรือถูก   2.2 กรณีนี้ศิษยานุศิษย์ ได้ตั้ง “กองทุนเยียวยาช่วยเหลือสหกรณ์” เท่ากับจำนวนเงินที่คุณศุภชัยนำมาบริจาค จำนวน 1,057 ล้านบาท และนอกเหนือจากศิษย์วัดพระธรรมกายแล้ว สหกรณ์ก็ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากใครอีกเลย มิหนำซ้ำ DSI และอัยการอายัดเงินที่ควรคืนสหกรณ์ฯ 3,800 ล้านบาท และทราบมาว่าสหกรณ์เตรียมฟ้องอาญา หากยังไม่ยอมคืนเงินที่อายัดไป   2.3 รัฐบาลบอกจะช่วย 10,000 ล้านบาท ทุกวันนี้ยังไม่มีเงินช่วยเหลือสหกรณ์เลย   2.4 เมื่อสหกรณ์ได้รับการเยียวยาจากศิษย์วัดแล้ว ความเสียหายของสหกรณ์ในส่วนที่ศุภชัยนำมาบริจาคให้หลวงพ่อจึงหมดไปแล้ว   2.5 ณ ปัจจุบันรัฐบาลทุ่มงบประมาณไม่ต่ำกว่า 48 ล้าน (อัตราวันละ 3 ล้าน) เพื่อนำกองกำลังมาตามจับหลวงพ่อธัมมชโย โดยอ้างเหตุความเสียหายของสมาชิกสหกรณ์ซึ่งไม่เกี่ยวกับหลวงพ่อแล้ว การดำเนินการเช่นนี้รัฐบาลมีเจตนาแอบแฝงอะไรหรือไม่? ทำเพื่อสมาชิกสหกรณ์หรือเพื่อเจตนาแอบแฝงอื่นๆ อีกอะไรหรือไม่ ขอให้รัฐบาลช่วยให้คำตอบด้วย   2.6 ทำไมไม่เอางบประมาณกว่า 48 ล้านไปช่วยสมาชิกสหกรณ์ที่กำลังลำบาก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสหกรณ์บ้าง  มีอะไรแอบแฝงหรือไม่?   2.7 เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจมีหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองและประชาชน แต่ทุกวันนี้กองกำลังจำนวนมากที่มาปิดล้อมวัดพระธรรมกายไม่ได้ช่วยเหลือประชาชน แต่ตรงข้ามกองกำลังปิดล้อมรถพยาบาลที่จะเข้าไปช่วย เหลือคนป่วยในพื้นที่จนกระทั่งคนป่วยต้องเสียชีวิต จากคนป่วยกลายเป็นคนตาย นี่หรือช่วยปกป้องประชาชน โดยอ้างเหตุมาจับหลวงพ่อธัมมชัยโยหรือไม่   (3) ความเคลื่อนไหวจากองค์กรต่างประเทศ   3.1 กรณีการประชุมองค์กรพุทธโลก ณ เมืองพูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ขอแจ้งว่า กรณีวัดพระธรรมกายไม่มีในวาระการประชุมปกติ แต่เป็น “วาระจร” ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายอย่างเร่งด่วนและกว้างขวาง เนื่องจากวัดพระธรรมกายซึ่งเป็นองค์กรพุทธไทย ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง   3.2 ขณะนี้ทางกระทรวงต่างประเทศ ของประเทศอังกฤษ Foreign and Commonwealth Office ได้ตอบรับเรื่องของวัดพระธรรมกายแล้ว และแจ้งว่า จะนำเรื่องนี้ส่งต่อให้ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งท่านเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ทั้งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ Alok Sharma MP จะได้เข้าพูดคุยเรื่องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพทางการนับถือศาสนา กับ พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา ต่อไป   3.3 สมาคมชาวพุทธทวีปยุโรปยื่นยัน มีการยื่นหนังสือร้องเรียน UN กรณีวัดพระธรรมกายถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน จากรัฐบาลที่ใช้ ม.44 ที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่องค์กรสหประชาติ   (4) วัดและประชาชนผู้บริสุทธิ์ ถูกคุกคามและเดือดร้อน โดยเจ้าหน้าที่รัฐ   4.1 กรณีเจ้าหน้าที่ DSI ซึ่งสิ้นสุดระยะเวลาตามหมายค้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาภายในพื้นที่วัด เป็นพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ สร้างความหวาดกลัวแก่พระสงฆ์ สามเณร ลักษณะคล้ายผู้ไม่ประสงค์ดี เช่นเข้าพื้นที่ภายในวัดในยามวิกาล โดยไม่ได้รับอนุญาต ตัดสายสัญญาณ ถอดอุปกรณ์และทำลายกล้องวงจรปิด ที่ทางวัดและมูลนิธิติดตั้งไว้เพื่อความปลอดภัยโดยรอบบริเวณ รวมถึงการจับกุมพนักงานรักษาความปลอดภัยโดยไม่มีสาเหตุ   สรุปทรัพย์สินที่ถูกเจ้าหน้าที่ DSI และตำรวจทำลาย 1.กล้องประตู 8 2.กล้องประตู 7 3.กล้องประตูรั้วสังกะสีข้างประตู 1 4.กล้องประตู 1 ติดริมถนนคลองสาม 5.กล้องมุมอาคารปั้นพระบริเวณพื้นที่ 100 ไร่ และจานรับสัญญาณ ตรงข้ามประตู 4   เหล่านี้ล้วนเป็นทรัพย์สมบัติของพระพุทธศาสนา เป็นทรัพย์สมบัติที่เกิดจากความศรัทธาของญาติโยม แต่ถูกทุบทำลาย และยึดไปโดยไม่ทราบสาเหตุ   4.2 เจ้าหน้าที่ทหารได้ขับไล่ให้พนักงานของวัดออกจากอาคารที่พัก ในบริเวณพื้นที่ 150 ไร่ แต่ทางวัดปฏิเสธ และเจ้าหน้าที่จึงกลับไปใช้ห้องปฏิบัติธรรม ซึ่งเคยยึดไว้แล้วก่อนหน้านี้   4.3 วันนี้ ผู้ค้า จำนวน 60 กว่าราย บริเวณ เมืองแก้วมณี และศูนย์อาหาร เฉพาะชุมชนเมืองแก้วมณี นอกเขตพื้นที่วัด แต่อยู่ในเขตควบคุมพิเศษ ตาม ม.44 ไปร้องขอความเป็นธรรม กับผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เพื่อขอให้ค้าขายได้ เนื่องจากถูกปิดมาเป็นวันที่ 16 แล้ว  

อ่านเพิ่มเติม