breaking news

"ครูเงาะ" ลั่นไม่ได้ร่วมแก๊งไถเงินครูอ้อย 11 ล้าน

  ครูเงาะแถลง ลั่นไม่ได้ร่วมแก๊งไถเงินครูอ้อย 11 ล้าน ถามทำไมไม่คุยกันดี ๆ พร้อมแจงเหตุเลื่อนหมายเรียก บอกใจจริงอยากไปพบตำรวจเร็ว ๆ อยากรู้ว่าฝั่งครูอ้อยมีหลักฐานอะไรมาทำให้เรากลายเป็นผู้ต้องหา  กลายเป็นมหากาพย์ที่ยังหาจุดจบไม่ได้และดูท่าว่าจะลุกลามบานปลายไปยิ่งกว่าเดิม หลังจากที่ทางฝั่งของครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง เจ้าของหลักสูตร เข็มทิศชีวิต ถึงขั้นแจ้งจับอดีตคนเคยสนิทอย่าง ครูเงาะ รสสุคนธ์ กองเกตุ พร้อมกับบุคคลอีก 2 ราย ใน 3 ข้อหา ทั้งหมิ่นประมาท กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน และนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์   ล่าสุด (18 สิงหาคม 2560) ครูเงาะ รสสุคนธ์ กองเกตุ ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากทางทนายของครูอ้อย ออกมาให้ข่าวกับสื่อโดยเรียกครูเงาะว่า "ผู้ต้องหา" และอ้างว่าครูเงาะ เลื่อนการเข้าพบตำรวจแล้วถึง 2 ครั้ง หากครั้งที่ 3 ไม่มาอีกก็จะเจอหมายจับนั้น ครูเงาะ ชี้แจงว่า หมายแรกที่ได้รับนั้น ในจดหมายปรากฏชื่อบริษัทเข็มทิศฯ มาแจ้งผู้ต้องหาซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่มีรายชื่อผู้ต้องหา แต่แจ้งให้ครูเงาะไปเป็นพยาน ซึ่งเป็นพยานให้ใครก็ไม่รู้อีก...   จากนั้นก็ได้รับจดหมายฉบับที่ 2 ครั้งนี้มาเป็นหมายเรียกผู้ต้องหา ปรากฏชื่อ นายวินัย บุญโชติ กับพวก ตนก็งงว่าคุณวินัยคือใคร ก็นำชื่อไปเสิร์ชในอินเทอร์เน็ตถึงรู้ว่าเขาเป็นใครและเคยมาออกรายการทีวีช่องหนึ่ง โดยในหมายเรียกให้ไปพบวันที่ 15 สิงหาคม แล้วพอรุ่งขึ้นวันที่ 16 สิงหาคม ก็มีออกข่าวเลยว่า ออกหมายเรียกครูเงาะ 2 ครั้งแล้วไม่ไป    "ความจริงคือ วันที่ 15 ครูไปปฏิบัติธรรมในเขตบ่อทอง จ.ชลบุรี ซึ่งก็เป็นเขตที่ครูเงาะสามารถเข้าไปให้การได้เลย เพราะเค้าไปแจ้งความไว้ที่บ่อทอง แต่ครูคุยกับทนายแล้ว ทนายติดธุระไปไม่ได้ ครูก็มาเช็กตารางงานของครู วันที่ 16 ครูติดถ่ายรายการไปไม่ได้อีก 17-20 ก็มีงาน ดังนั้นวันที่ 21 จึงเป็นวันเดียวที่ครูว่าง แต่จริง ๆ ครูก็อยากไปให้เร็วที่สุด อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เค้าเอาหลักฐานอะไรมาทำให้เรากลายเป็นผู้ต้องหา"     ครูเงาะ ยังกล่าวถึงกรณีของอุ๋ย บุดดา เบลส และเอ๋ มณีรัตน์ ด้วยว่า สาเหตุที่เอ๋เคือง เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางครูอ้อยนำภาพไปเผยแพร่ต่อสาธารณะแล้วอุ๋ยแจ้งให้เอาคลิปออก โดยที่ทางนั้นไม่รู้ว่าอุ๋ยกับเอ๋ได้มีการพูดคุยกัน พอเอ๋รู้ว่าสามารถเอาคลิปออกได้ ก็ติดต่อไปบ้าง ซึ่งตอนแรกเขารับสายเอ๋แต่ไม่มีฟีดแบ็กอะไร ไม่ดำเนินการอะไรให้ เอ๋ก็เลยติดต่อไปอีกแต่คราวนี้เขาไม่รับสายแล้ว จึงลองให้อุ๋ยโทร. ไปบ้าง ซึ่งตอนนั้นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ปรากฏว่า เขารับสายอุ๋ย แต่ไม่รับสายเอ๋ เอ๋ก็เลยมีการโพสต์ออกไปจนเกิดเป็นข่าวขึ้นมา ซึ่งทางฝั่งนั้นก็โทร. กลับมาหา ถามว่ามีคนมาเกลี้ยกล่อมให้คุณทำหรือเปล่า ซึ่งทั้งเอ๋และอุ๋ยโดนคำถามนี้ เนื่องจากทางเขาสงสัยว่าทำเป็นขบวนการหรือเปล่า ทำไมมีดาราออกมาโพสต์พร้อมกัน ทั้งสองคนก็บอกว่า เปล่าเลย  ครูเงาะ บอกด้วยว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ทำกันเป็นแก๊งแต่อย่างใด ไม่ต้องเอามาโยง มาขู่ เพราะเราโดนมาพร้อม ๆ กัน จะมาบอกว่าทำร่วมกันเป็นแก๊งมันไม่ใช่ เพราะตนเองก็ไม่สะดวกใจที่จะให้ใช้ภาพของเราในสื่อสาธารณะ เนื่องจากมันมีการตัดต่อบางตอน พอสื่อออกไปมันเหมือนกับเรามีปัญหาชีวิตร้องห่มร้องไห้ จนเพื่อนหรือคนรู้จักที่ได้ดูคลิปก็เข้ามาถามว่าเรามีปัญหาอะไร ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่ แต่ในคลาสมันจะมีการสอนและมีช่วงที่ร้องไห้หลากหลายอารมณ์ แล้วทำให้คนเข้าใจผิด ตนก็ขอให้เอาออก แต่เขาตอบกลับว่า จะเผยแพร่ต่อ เพราะมันได้ประโยชน์กับสังคม ทั้งที่ในความเป็นจริงมันไม่ถูกจรรยาบรรณอยู่แล้ว เพราะเราไม่ยินยอม "เราขอให้เขาเอาออก ขอมาตลอด แต่เขาก็ให้คุยกับทนายเขา ทนายเขาให้จดว่าวินาทีไหนบ้าง พอเราจดส่งไปให้ เขาก็ตอบกลับมาว่า ก็ไม่เห็นว่าครูเงาะจะเสียหายตรงไหนเลยนี่ครับ เขาก็ยืนยันว่าจะใช้ต่อ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ว่าครูจะเสียหายหรือไม่เสียหาย แต่คือเราไม่ยินยอมและขอให้เอาออกเท่านั้นเอง"    ครูเงาะ บอกอีกว่า มั่นใจ 100% ว่าเราไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งข่มขู่ 11 ล้าน และทำไมต้อง 11 ล้าน ทำไมไม่เป็นตัวเลขกลม ๆ แถมมีทนายท่านหนึ่งบอกด้วยว่าขบวนการนี้ทำกัน 20 คน ซึ่งถ้าเอามาหารกับเงิน 11 ล้าน ได้คนละ 5.5 แสนบาท ถามว่ามันคุ้มเหรอ ครูหิวเงินขนาดนั้นเหรอ    เมื่อนักข่าวถามว่ามีอะไรจะฝากไปถึงครูอ้อยไหม ครูเงาะตอบว่า ทำไมเราไม่คุยกันดี ๆ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ถามเลย เรารู้จักกันมาตั้งนาน ต่อให้มีเหตุอะไรที่เข้าใจผิดกัน ทำไมเราไม่คุยกันง่าย ๆ เพราะตัวครูเองพูดในไลน์ถึงขั้นกราบเลย ครูพูดดีมาก มันดีจนถึงจุดที่เราคิดว่า มันยังไงแล้วเนี่ย ยืนยันว่าตนพร้อมจบ แต่ก็ไม่รู้ว่าทางฝั่งนั้นเขาอยากให้มันเป็นแบบไหน        ที่มา กระปุกดอทคอม ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ครูเงาะ รสสุคนธ์ กองเกตุ

อ่านเพิ่มเติม