ไม้หน้า 3

ช็อปแต้มสนุกมิอฝ่ายเดียว

  เหลือแค่รอหงายไพ่ใบสุดท้าย   ให้ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ตอบรับเทียบเชิญอยู่ในลิสต์ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี หมายเลข1 ของพรรคพลังประชารัฐ   ตามที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศชัดถ้อยชัดคำ จะเสนอชื่อ “ลุงตู่”เป็นนายกรัฐมนตรีในโควตาพรรคพลังประชารัฐ   เลิกกั๊กกันอีกต่อไป หลังบ่มกันมาจนใกล้เวลาสุกงอม ที่ต้องส่ง “บิ๊กตู่”ลงสนามไปต่อ   ในยามที่มั่นใจกันแล้วว่า มีต้นทุนคะแนนนิยมชัวร์พอที่จะกวาดส.ส.เป็นกอบเป็นกำ จากพรรคน้องใหม่ที่เคยตั้งเป้าไว้แค่หลักสิบ พุ่งทะลุเกินร้อย ไม่นับต้นทุนส.ว.250 ที่นั่งที่เป็นของตายในมือ   มีโอกาสเบียดสู้พรรคเพื่อไทยโดยไม่เป็นรอง เพื่อชิงการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังการเลือกตั้ง   และมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง 24ก.พ.2562  มีโอกาสเก็บคะแนนตีกินมัดใจชาวบ้านไปเรื่อยๆ   ไล่มาตั้งแต่การทุ่มงบ 38,000 ล้านบาท ช่วยเหลือคนจนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ได้รับค่าลดหย่อนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน และเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม   การออกมาตรการช็อปช่วยชาติ เป็นของขวัญแฮปปี้นิวเยียร์แก่คนชั้นกลางของประเทศมากกว่า 10 ล้านคน ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี หากช็อปสินค้า 3 รายการที่ร่วมโครงการ ได้แก่ ยางรถยนต์ หนังสือ และสินค้าโอท็อป ระหว่าง  วันที่15 ธ.ค.2561 - 15ม.ค.2562   และลอตล่าสุด “ช็อปตรุษจีน คืนแวต 5%” คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% แก่ประชาชนที่จับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเดบิตในสินค้าที่จัดเก็บแวต วงเงินไม่เกิน20,000 บาท ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่1-15 ก.พ.2562   ขณะที่ภาคเกษตรกรก็รีบกุลีกุจออนุมัติมาตรการพยุงราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ช่วยชาวสวนยางไร่ละ 1,800 บาท และชาวสวนปาล์ม ไร่ละ 1,500 บาท เอาใจเกษตรกรกันเต็มที่    “ลุงตู่”ปูพรมอัดแคมเปญต่อเนื่อง ทุ่มงบประมาณหลายหมื่นล้านบาท ทั้งการช่วยลดภาระคนจน กระตุ้นการใช้จ่าย เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ   แจกความสุขเอาใจทั้งระดับรากหญ้า และคนชั้นกลาง   ขณะเดียวกันก็สั่งพับแผนเก็บใส่ลิ้นชักเรื่องหมิ่นเหม่กระทบความนิยม ส่อล้มการเก็บภาษีความเค็มที่เคยมีข่าวก่อนหน้านี้ เนื่องจากเห็นว่าสินค้าที่อยู่ในข่ายเสียภาษีความเค็มในตลาดมีน้อยมาก   สินค้าส่วนใหญ่เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หากมีการเรียกเก็บภาษี อาจกระทบกับประชาชนที่มีรายได้น้อย   ถ้ายังดันทุรังเหยียบคันเร่งเดินหน้าต่อ ดูยังไงก็ได้ไม่คุ้มเสีย   โอกาสเข้าทาง “ลุงตู่” ได้ปล่อยของเต็มที่ ช้อนคะแนนกันมันมือ ปล่อยให้คู่แข่งยืนดูตาปริบๆ ได้แค่วิพากษ์วิจารณ์พอเป็นพิธี   ไม่เสี่ยงทะเร่อทะร่าปูพรมถล่มหนักๆ ในยามที่หลายโครงการของ “ลุงตู่”กำลังติดลม  โดยเฉพาะโครงการบัตรคนที่ตีตลาด นโยบาย 30 บาท แตกกระเจิง   ชาวบ้านร้านตลาดติดกันงอมแงม เพราะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ทุกวัน ไม่ได้ผูกติดว่าต้องใช้เฉพาะฯเวลาเจ็บป่วยเหมือนโครงการ 30 บาท   ขืนไปตั้งท่าล้มบัตรคนจนจริงๆจังๆ ก็เท่ากับประกาศเป็นศัตรูกับผู้มีรายได้น้อย 14 ล้านคนที่มาขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ   ได้เสียรังวัดกันวายวอด กู่ไม่กลับแน่ๆ

อ่านเพิ่มเติม