ไม้หน้า 3

นับถอยหลัง "ฉีกหน้ากากอมเงินวัด"

  คุ้ย ค้นกันต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ปฏิบัติการ“ลุยดงขมิ้น” ลากไส้แก๊งทุจริตเงินทอนวัด กองปราบเข้าตรวจค้นบ้านพัก 2 ชั้น ย่านบางกรวย นนทบุรี หลังพบเป็นบ้านพักอาศัยของบุคคลที่ได้รับโอนเงินจากเจ้าอาวาสวัดดังใน กทม. 5 ล้านบาท   เป็นช็อตต่อเนื่องจากบ้าน ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา นายทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย ย่านมีนบุรี ที่เพิ่งถูกกองทัพเฉดหัวพ้นราชการไปหมาดๆ หลังจากไปพัวพันกับคดีเงินทอนวัดแบบไม่ธรรมดา   บ้าน 2 หลังที่กองปราบปรามลุยค้นแบบติดๆ กัน ได้เนื้อได้หนังเอาการอยู่ เพราะมี “ใบเสร็จ” เรื่องเส้นทางการเงินเป็นตัวมัดว่าบุคคลดังกล่าวได้รับเงินจาก “พระผู้ใหญ่” จริง ส่วนจะดิ้นจะแถกันอย่างไร วิญญูชนทั่วไปคงฟังได้อยู่แล้วว่า ขึ้นหรือเปล่า?!?   จากการปูพรมถล่มแก๊ง “อมเงินวัด” หนนี้ มีเค้าลางว่าอีกไม่นานพุทธศาสนิกชนทั้งหลายต้องอ้าปากค้าง ตกตะลึงว่าพระบางรูปที่เรากราบไหว้ที่ไหนได้คือ “เหลือบไร” ในคราบผ้าเหลือง โดยเฉพาะ ร.ท.ฐิติทัศน์ รายนี้ที่จะเป็นเหมือนปฐมบทแห่งการ “ฉีกหน้ากาก”   รื้อรากส่องที่มาที่ไปแล้วไม่ธรรมดา มีความสัมพันธ์ระโยงระยางกับบรรดาคนมีชื่อเสียงทั้งนั้น แถมเกี่ยวพันกับหน่วยงานตรวจสอบ เพราะก่อนหน้านี้ ร.ท.ฐิติทัตน์ ผู้นี้ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผู้โด่งดัง   และเผอิญว่า ในช่วงพักหลังมานี้ อดีตผู้ว่า สตง.เองก็ทำตัวน่าสงสัย เพราะตั้งแต่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อาจหาญไปแจ้งความดำเนินคดีกับพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส.) เที่ยวล่าสุด อันประกอบด้วย 1.พระพรหมดิลก หรือ “เจ้าคุณเอื้อน” เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี หรือ “เจ้าคุณจำนงค์” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม 3.พระพรหมสิทธิ หรือ “เจ้าคุณธงชัย” เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 4.พระเมธีสุทธิกร หรือ “เจ้าคุณสังคม” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และ 5.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือ “เจ้าคุณเทอด” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นต้นมา “พิศิษฐ์” ในฐานะ “จอมเคี่ยว” เรื่องการใช้งบประมาณแผ่นดิน กลับไปทำหน้าที่เป็น “โทรโข่ง” ชี้แจงว่า พระไม่เกี่ยวข้องกับเงินทอนวัด พร้อมโบ้ยว่า เป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ พศ. โทนเดียวกับที่กลุ่มคนที่อ้างตัวเป็นชาวพุทธออกมาต่อต้าน พ.ต.ท.พงศ์พร ในการเปิดโปงคราวนี้   ท่าทีแปลกๆ เริ่มต่อจิ๊กซอว์เป็นรูปเป็นร่าง เมื่ออดีตเลขานุการตัวเองได้กลายมาเป็นตัวละครสำคัญ เพราะมีคนไปขุดคุ้ยว่าสองคนนี้สนิทสนมแน่นแฟ้นกันมาก   งานบวช ร.ท.ฐิติทัตน์ ที่วัดสระเกศฯ เมื่อปี 2559 “พิศิษฐ์” ก็โผล่ไปเป็นประธาน หนำซ้ำภายในงานยังเต็มไปด้วยตัวละครสำคัญในคดีเงินทอนวัดพรึบไปหมด อย่างบุญเลิศ โสภา ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา สำนักงาน พศ. ผู้ต้องหาในล็อตที่ 2   ความไม่ธรรมดาของ ร.ท.ฐิติทัตน์ ยังไม่หยุดแค่นั้น แม้เป็นแค่ทหารตัวเล็กๆ แต่งานบวชตัวเอง นอกจากได้รับเกียรติจาก “เจ้าคุณธงชัย” มาเป็นพระอุปัชฌาย์ ยังได้ “เจ้าคุณสังคม” และ “เจ้าคุณเทอด” แห่งวัดสระเกศฯ มาเป็น “พระพี่เลี้ยง” อีกด้วย   ขณะที่ “พิศิษฐ์” เอง ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ “เจ้าคุณธงชัย” เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่เป็นพระผู้ใหญ่ 1 รูป ที่ พ.ต.ท.พงศ์พร แจ้งความในคดีเงินทอนวัด ยังถูกเครื่องหมายคำถามจากสังคมว่า ระดับไหน เพราะถ้าจำกันได้ในช่วงที่ พระพรหมสุธี หรือ “เจ้าคุณเสนาะ” เป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ สตง.ได้เข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณจัดงานพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพุฒาจารย์ หรือ “สมเด็จเกี่ยว” อดีตเจ้าอาวาส ว่ามีความไม่ชอบมาพากล เป็นเหตุให้ “เจ้าคุณเอื้อน” ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร สั่งพักงาน “เจ้าคุณเสนาะ” ทันที   แล้วพระรูปที่ “เจ้าคุณเอื้อน” แต่งตั้งให้ทำหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯแทน ในตอนนั้นก็คือ “เจ้าคุณธงชัย” ที่ “พิศิษฐ์” กำลังทำหน้าที่คล้ายกับกำลังปกป้องอยู่?   และเมื่อ ร.ท.ฐิติทัตน์ กำลังตกเป็นผู้ต้องหาสำคัญในคดีเงินทอนวัด “พิศิษฐ์” เลยถูกลากมาในข่ายต้องสงสัยว่า เกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นเรื่องนี้มาก่อนหรือไม่   ต้องยอมรับว่าในยุคที่ “พิศิษฐ์”เป็นผู้ว่า สตง. ถือเป็นมือปราบที่ขึ้นชื่อลือชา ปะ ฉะ ดะ ทุกหน่วยงาน แต่คดีนี้ที่คนทั่วไปในสังคมให้ความสนใจ แทนที่จะกระโจนช่วยชำแหละ แต่กลับทำเหมือนเป็น “องครักษ์” เสียดื้อๆ   ทั้งนี้ทั้งนั้นมันทำให้เห็นว่า ภายใต้การปฏิวัติ “ดงผ้าเหลือง” ครั้ง นี้ ฝ่ายที่กำลังถูกคุกคามอำนาจสู้จนหยดสุดท้าย ไม่ยอมคายอิทธิพลง่ายๆ มีการใช้ตัวละครสารพัดเข้ามาขัดแข้งขัดขาหน่วยงานตรวจสอบ โดยเฉพาะ พ.ต.ท.พงศ์พร เองที่หลังจากเล่นกับไฟเที่ยวนี้ โดนตี “หลังบ้าน” ยับเยิน   ตั้งแต่การให้ “หนอน” ใน พศ. ปล่อยเอกสารที่นางกนิษฐา ภรรยาสุดที่รัก เดินทางไปแสวงบุญในโครงการ พศ. เพื่อมาล่อ พ.ต.ท.พงศ์พร ปมผลประโยชน์ทับซ้อนใช้อำนาจเอื้อให้คนใกล้ชิด โชคดีว่าเจ้าตัวในฐานะมืออาชีพเรื่องกฎหมาย เอาพยานหลักฐานมาชี้แจงได้   แต่มิวายล่อกันหนักลามไปถึงการประชุมพระระดับสังฆาธิการ ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ปรากฏว่า พ.ต.ท.พงศ์พร เจอรายการ “วางยา” หลังเจ้าหน้าที่ พศ. เตรียมเอกสารในการกล่าวเปิด และกล่าวบรรยายให้กับสมเด็จพระสังฆราช และสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล พศ. แต่กลับไม่เตรียมให้ พ.ต.ท.พงศ์พร ซะงั้น   เลยต้องด้นกันแบบสดๆ ใช้คำราชาศัพท์ผิดๆ ถูกๆ หลายครั้ง เปิดคางให้ “เจ้าคุณจำนงค์” เรียกนักข่าวไปด่าให้ฟังเป็นฉากๆ ว่า คนระดับ ผอ.พศ. ใช้คำเหมือนไม่ให้เกียรติสมเด็จพระสังฆราช ขณะที่ พ.ต.ท.พงศ์พร รู้ว่างานนี้เจอ “คนเล่นของ” เข้าให้ ต้องรีบแก้เกมฉับพลัน   ตั้งคณะกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ พศ. ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมเอกสาร ก่อนรีบมุดเข้าวัดรีบไปขอพระราชทานอภัยโทษกับสมเด็จพระสังฆราช เป็นที่เรียบร้อย ตัดไฟต้นลมไม่ให้บานปลาย   เรื่องของเรื่องเพราะรู้ว่า ตัวเองตกเป็นเป้าหมายสำคัญของฝ่ายตรงข้าม ที่ต้องการเขี่ยให้พ้นเก้าอี้ ผอ.พศ.อีกรอบ เพื่อไม่ให้สาวไส้กันได้มากกว่านี้   แต่ว่าจังหวะนี้ ตามคิวบุกค้นเปิดหน้าตัวละครเงินทอนวัดเป็นฉากๆ จนใกล้เห็นหน้า “ตัวใหญ่” ไพ่ในมือ พ.ต.ท.พงศ์พร ดูจะมีภาษีเหนือกว่าแก๊งอมเงินวัดหลายขุม           ตามข่าวที่ว่า พระบางรูปในข่ายต้องสงสัยที่ไปต่างประเทศก่อนหน้านี้ เบรกตั๋วบินกลับแบบไร้กำหนดแล้ว

อ่านเพิ่มเติม