เศรษฐกิจ

ปีนี้เราจะโตถึง 4% ได้ไหม

  หลังจากที่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประกาศอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ไตรมาส 3 ของปี 60 ว่า ขยายตัวมากถึง 4.3% สูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส คิดเป็นจำนวนปีไตรมาสนี้มีอัตราการขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 4 ปีครึ่งที่ผ่านมา    ถือเป็นข่าวที่ดี เพราะเราไม่ได้เห็นการขยายตัวในระดับ 4% มานานแล้ว   และในช่วงที่ผ่านมา นักวิชาการหลายสำนัก ต่างมองถึง “ศักยภาพการเติบโต” ของเศรษฐกิจไทยที่ลดลง โดยมองว่า หากเราไม่สามารถปรับโครงสร้างยกระดับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยได้เร็วเพียงพอ ศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่เคยเฉลี่ยอยู่ที่ 4-5% จะหมดไป   ศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ในเวลานี้อยู่ที่เฉลี่ย 3-4%   การเติบโตได้มากกว่า 4% ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ จึงเป็นความหวังใหม่ของเศรษฐกิจไทยในเวลานี้ และกำลังมองถึงการขยายตัวของไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ว่า น่าจะมีโอกาสขยายตัวได้ดีเช่นเดียวกับไตรมาสที่ผ่านมา   และมีความหวังเพิ่มขึ้นว่า เศรษฐกิจไทยทั้งปีของปี 2560 นี้ จะสามารถขยายตัวทะลุประมาณการเดิมๆ ในปีนี้ขยัยขึ้นมาขยายตัวได้ที่ 4% หรือมากกว่า   แต่จะ “เป็นไปได้” หรือ “เป็นไปไม่ได้” เราลองมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน   เริ่มต้นจาก “สภาพัฒน์” เป็นเจ้าแรก โดยวันที่สภาพัฒน์ได้ประกาศตัวเลขจริงของการขยายตัวในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ที่ 4.3% ซึ่งสูงกว่าที่สภาพัฒน์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า    สภาพัฒน์ ได้ปรับคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพีของไทยทั้งปี 60 ขึ้นเป็นขยายตัว 3.9% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 3.7% โดยมองว่าในกรณีที่ดีที่สุด เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีโอกาสโตได้มากกว่า 4% และปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจไทย ในปี 61 จะเติบโตในช่วง 3.6-4.6%   โดยคาดว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ 8.6% การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 3.2% และการลงทุนรวมขยายตัว 2.0% ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 0.7% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 10.4%   ตามมาที่ “ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย” มองว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะมีโอกาสโตถึง 4% ดีกว่าเดิมที่คาดไว้ 3.4% จากแรงหนุนภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตาม มองว่าเศรษฐกิจภาคในประเทศยังไม่ดีเท่าที่ควร   ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค กล่าวว่าธปท.ประเมินว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสขยายตัวได้ 4% มากกว่าที่ ธปท.คาดการณ์ไว้ที่ 3.8% หากการส่งออกทั้งปีสามารถขยายตัวได้สูงในระดับ 10% ขึ้นไป ซึ่ง 10 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ต.ค. 2560) ส่งออกขยายตัวได้แล้ว 9.5%   อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจในช่วง 2 เดือนที่เหลือ แต่จากการติดตามพบว่ามีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นกว่าที่คาด โอกาสที่จะโตเกิน 4% ทั้งปีก็เป็นไปได้ ทั้งนี้ ธปท.เตรียมทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทยและคาดการณ์การส่งออกใหม่ในเดือน ธ.ค.นี้   ส่วนความเห็นของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า    ที่ประชุมกกร. เห็นว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 2560 ที่ขยายตัวสูงกว่าคาด ประกอบกับการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวต่อเนื่องทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2560 อาจจะขยายตัว 3.7-4.0% โดยการส่งออกขยายตัว 9.0%   โดยปี 2561 การขยายตัวของเศรษฐกิจกระจายตัวมากขึ้น น่าจะทำให้ขยายตัวได้ใกล้เคียงกับปี 2560 หรือประมาณ 3.7-4%   จากการประเมินภาวะเศรษฐกิจทั้งหมดนี้  แม้ว่าหลายสำนักวิเคราะห์วิจัยเศรษฐกิจจะเห็น “ความเป็นไปได้” ของการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่อาจจะโตได้ถึง 4%    แต่ ณ วันนี้ ยังไม่มีสำนักไหนกล้าที่จะปรับประมาณการตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยขึ้นไปอยู่ที่ 4% อย่างแท้จริง   และสำหรับมุมมองของ “ทีมเศรษฐกิจไอเอสเอ็น” หากถามว่า มีเหตุผลหรือไม่ และเหตุผลอะไรบ้างที่จะทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้โตเพิ่มขึ้นจากที่หลายๆ สำนักประมาณการกันไว้ที่ค่าเฉลี่ยประมาณ 3.5% ของจีดีพี ขึ้นไปเป็น 4 % ของจีดีีพีได้   ก่อนจะได้คำตอบที่ว่านั้น เราคงจะต้องเริ่มจากการแปลงมูลค่าของจีดีพี ที่แตกต่างกันประมาณ 0.5% ออกมาเป็นเม็ดเงินเสียก่อนว่าเราจะต้องหาเงินเพิ่มอีกมากน้อยแค่ไหนเพื่อจะทำให้จีดีพีไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ตามตัวเลขที่เราต้องการ   หากคิดจีดีพีของไทยที่มูลค่า 12 ล้านล้านบาทแล้ว เม็ดเงินในอัตราส่วน 0.5% ของจำนวน 12 ล้านล้านบาท จะอยู่ที่ประมาณ 60,000 ล้านบาท    ซึ่งหากคิดจริงๆ เม็ดเงิน 60,000 ล้านบาทมากมายแค่ไหน และมีโอกาสที่เราจะหาเพิ่มขึ้นได้ยากลำบากมากน้อยแค่ไหนนั้น   เม็ดเงิน 60,000 ล้านบาทในขณะนี้ หากคิดเทียบกับรายได้ของประเทศไทยในปัจจุบัน จะเท่ากับรายได้ของการส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1% จากระยะเดียวกันของปีก่อน ดังนั้น หากคิดคร่าวๆ ว่า การส่งออกของไทยในปีนี้ ขยายตัวได้ดีกว่าตัวเลขที่สำนักวิเคราะห์วิจัยเศรษฐกิจคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ ประมาณ 1% ส่วนนี้ก็สามารถทำให้จีดีพีของไทยเพิ่มขึ้นได้กว่า 0.5% ตามเป้าหมายได้แล้ว   และหากมองตัวเลขการส่งออกในปีนี้ จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมาเกือบทุกสำนัก ได้ประกาศปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวของการส่งออกของไทยขึ้นจากตัวเลขเดิม โดยส่วนใหญ่ปรับประมาณการเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่คาดการณ์ไว้ ประมาณ 1-2%    ดังนั้น เมื่อมองในมุมของการส่งออกที่ดีขึ้นนี้ โอกาสที่เศรษฐกิจไทย จะขยายตัวในอัตราที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 0.5% หรือขยับขึ้นเป็น 4% ก็มีความเป็นไปได้!!!   แต่ทำไม ยังไม่มีหน่วยกล้าตายสำนักไหนออกมาฟันธง! ปรับตัวเลขเพิ่มขึ้น   ทั้งนี้ เพราะอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ภาคการส่งออกและท่องเที่ยวจะปรับตัวดีขึ้น และนำเม็ดเงินเข้ามาเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ในอีกทางหนึ่งเครื่องชี้เศรษฐกิจในประเทศหลายๆ ตัว โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน ยังคงฟื้นตัวไม่ชัดเจน และมีโอกาสชะลอตัวลงเป็นระยะ เมื่อขาดแรงส่งหือมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ     นอกจากนั้น ยังมีกรณีที่การส่งผ่านรายได้ของภาคการส่งออกไปยังภาคการเกษตร หรือ ภาคแรงงานที่ยังไม่ดีเพียงพอ    เรื่องเหล่านี้ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่จะทำให้การขยายตัวของ “เศรษฐกิจไทย” ปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 4% ที่ว่ากัน!!   นอกจากนั้น หากการขยายตัวที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจไทย เป็นการเพิ่มขึ้นโดยอิงจาก “รายได้ของการส่งออก” เท่ากับ เราเอาเศรษฐกิจไทยไปผูกไว้กับ การดีขึ้นหรือแย่ลงของเศรษฐกิจต่างประเทศ ซึ่งไม่ดีแน่ๆ ต่อเสถียรภาพและศักยภาพของการเติบโตของประเทศไทยที่ยั่งยืน   ความจำเป็นในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และโครงสร้างทางการผลิต การลงทุน และการบริการจึงเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า หากเราต้องการยกระดับศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยกลับขึ้นไปใหม่ให้ขยายตัวได้อย่างยั่งยืนในอัตราเฉลี่ย 4-5%   ถึงวันนั้น ไม่ต้องมานั่งลุ้นกันว่า เศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้เท่าไร เพราะการขยายตัว 4-5% ทุกปี จะอยู่กับเศรษฐกิจไทยไปแบบยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม