อาชญากรรม

"แพท" โดนข้อหาเดียวฟอกเงินป.ป.ส.ไม่แจ้ง "สมคบ" เพิ่ม

  "แพท ณปภา" โล่ง ป.ป.ส. ไม่แจ้งข้อหาสมคบ ตอนนี้มีเพียงข้อหาเดียวคือฟอกเงิน   กรณีตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) ออกหมายเรียก แพท ณปภา ตันตระกูล นางเอกสาวดาราชื่อดัง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบเพื่อการฟอกเงินตาม พระราชบัญญัติฟอกเงิน เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังพบหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการครอบครองเงินจากนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามีหนุ่มเป็นจำนวนเงิน 1.9 ล้านบาท ก่อนใช้เงินสด 5 แสนบาทประกันตัวออกไป   ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่สำนักงาน ป.ป.ส. นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาทางตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดได้แจ้งข้อหา"สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด , รับเงินทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด จากผู้กระทำความผิด เพื่อประโยชน์ หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือ เพื่อมิให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ" ตามมาตรา6 แห่งพระราชบัญญัติมาตราการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เพิ่มเติมจากข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน กับนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามีของ แพท ณปภา ตันตระกูล นางเอกสาวชื่อดัง   นายศิรินทร์ยา กล่าวอีกว่า สำหรับสาเหตุที่ถูกแจ้งข้อหาดังกล่าวเพิ่มนั้น เป็นเพราะนายอัครกิตติ์ได้ถือครองทรัพย์สินแทนและรับโอนเงินจากนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย จำนวนหลายครั้ง โดยครั้งมากสุดก็คือ 6 ล้านบาท เพื่อนำมาดาวน์และผ่อนรถยนต์ลัมโบกินีที่ตำรวจได้ยึดไว้แล้ว ซึ่งข้อหาสนับสนุนฯที่ถูกแจ้งนั้นต้องรับโทษเทียบเท่ากับตัวการ    “ในส่วนของน.ส. ณปภา หรือแพท ตันตระกูล นางเอกสาวสาวและเป็นภรรยานายอัครกิตติ์นั้น ขณะนี้เลขาธิการป.ป.ส. ได้ทำหนังสือตอบรับกลับไปยังกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยไม่อนุมัติแจ้งข้อหาสมคบกันฟอกเงินกับนางเอกสาว โดยให้หลือข้อหาเดียว คือ ฟอกเงิน เท่านั้น เนื่องจากหลักฐานปัจจุบัน ตรวจสอบแล้วพบว่านางเอกสาวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายณัฐพล หรือบอย แต่อย่างใด และพฤติการณ์ยังไม่เข้าข่ายช่วยเหลือสนับสนุน ซึ่งการรับเงินจากเบนซ์ถือว่าเป็นการรับเงินในฐานะสามีภรรยา ส่วนเงิน 1.5 ล้านบาท ที่นางเอกสาวให้เจ้าหน้าที่อายัดไว้ตรวจสอบนั้น ถ้านายอัครกิตติ์ไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินจำนวนดังกล่าวได้ จะถือว่ามาจากการกระทำความผิดของนายณัฐพล และเจ้าหน้าที่จะต้องยึดเงินจำนวนดังกล่าวไว้” เลขาธิการป.ป.ส. กล่าว   รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์สินจากการกระทำความผิดของนายณัฐพล ทั้งหมด 22รายการ ในจำนวนนี้มี 4 รายการที่นายอัครกิตติ์ถือครอบครองแทน และเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลติดตามทรัพย์สินและผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป  

อ่านเพิ่มเติม