วิเคราะห์หุ้น

ลุ้นปิดบัญชีงบไตรมาส 2

  สำรวจมุมมองของตลาดหุ้นไทย...และปัจจัยที่มีผลกระทบที่ต้องติดตามในรอบสัปดาห์   ลุ้นดัชนีหุ้นไทยกับ “ทีมเศรษฐกิจ ไอเอสเอ็น”   ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันศุกร์ที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมาที่ระดับ 1,582.36 จุด เพิ่มขึ้น 1.45 จุด  หรือเพิ่มขึ้น 0.09%) มูลค่าการซื้อขาย 39,211.62 ล้านบาท   ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในบรรยากาศที่เงียบ ๆ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ออกมาดี เช่น ตัวเลขการส่งออกเดือน พ.ค.ที่ดี  โดยขยายตัวถึง 13.21% และการลงทุนของภาครัฐที่มีความชัดเจนมากขึ้น    แต่ปัจจัยจากต่างประเทศยังมีความผันผวนอยู่ โดยมองที่ราคาน้ำมันทิศทางโดยรวมยังเป็นขาลง ซึ่งตรงนี้ทำให้กระทบต่อผลประกอบการของกลุ่มที่เกี่ยวข้องในงวดไตรมาส 2/60 ที่คาดว่าจะออกมาไม่ดี   นอกจากนี้ กลุ่มแบงก์ก็มีแรงกดดันจากการลดอัตราดอกเบี้ยก่อนหน้า ส่วนกลุ่มเทคโนโลยีก็ยังมีเรื่องค่าใช้จ่ายในการลงทุน ด้านกลุ่มก่อสร้างก็ยังไม่มีการก่อสร้างมากเพราะอยู่ในช่วงฤดูฝน ทำให้ไปกดดันผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยรวมที่คาดว่าจะไม่ดีมากในไตรมาส 2/60   แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์ช่วงวันที่ 26-30 มิ.ย.นั้น บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) มองว่า ดัชนีฯจะแกว่ง Sideway up พร้อมให้ติดตามทิศทางราคาน้ำมัน และ outlook เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ รวมถึงการปรับลดขนาดงบดุลของสหรัฐฯว่าจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง   แนวรับ 1,570 จุด ส่วนแนวต้าน 1,600 จุด   ขณะที่สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ มองว่า ดัชนีหุ้นไทยขยับบวกรอบแคบช่วง 1,581-1,585 จุดในวันศุกร์ที่ผ่านมานั้นเป็นไปในลักษณะเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค ที่ส่วนใหญ่ขยับบวกเล็กน้อย โดยได้ปัจจัยบวกภายในประเทศเป็นหลัก จากงาน Thailand"s Big Strategic Move และตัวเลขส่งออกเดือน พ.ค. ขยายตัวถึง 13.2% สูงสุดในรอบ 52 เดือน ช่วยเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อหุ้นไทย    แต่มูลค่าการซื้อขายยังเบาบาง เนื่องจากไร้ปัจจัยบวกใหม่ กระแสเงินทุนไม่ไหลเข้าอย่างเต็มตัว           โดยมองว่า สัปดาห์ช่วงวันที่ 26-30 มิ.ย.นั้น คาดหุ้นไทยมีโอกาสขยับบวกต่อ โดยให้น้ำหนักการทำ Window dressing สำหรับปิดงวดบัญชี Q2/60 ถึง 80% ส่วนด้านเทคนิค หากระหว่างทางดัชนีฯ สามารถเบรกผ่านแนวต้านแรก 1,585 จุด ก็มีโอกาสที่จะขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไป 1,595-1,600 จุด           ด้านกลยุทธ์ แนะเก็งกำไรหุ้นรายตัว พร้อมกับประเมินแนวรับ 1,575 จุด แนวต้าน 1,595-1,600 จุด   สำหรับปัจจัยที่ “ทีมเศรษฐกิจไอเอสเอ็น” มองว่าน่าสนใจ    โดยตลาดให้ความสนใจต่อการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่กรุงลอนดอนในวันอังคารที่ 27 มิ.ย.ที่จะถึงนี้  ซึ่งนักลงทุนจะจับตาการส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟด และทิศทางอัตราดอกเบี้ยในช่วงต่อไป   ทั้งนี้ ในช่วงสุดสัปดาห์ ผลการสำรวจของไอเอชเอส มาร์กิตระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นรวมภาคการผลิตและบริการของสหรัฐ ร่วงลงสู่ระดับ 53.0 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน หลังจากแตะระดับ 53.6 ในเดือนพ.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ก่อนหน้านี้   อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงยังมีการขยายตัวของภาคการผลิตและบริการของสหรัฐ   ขณะเดียวกัน ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐฯ ยังดีอยู่ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนพ.ค. โดยเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 610,000 ยูนิต หลังจากเพิ่มขึ้นสู่ระดับ  593,000 ยูนิตในเดือนเม.ย.สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ และเมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 8.9%   ขณะที่ช่วงกลางสัปดาห์ จะมีประกาศตัวเลขประมาณการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP ) ไตรมาสแรกของสหรัฐ   อีกประเด็นที่ต้องจับการ คือ ร่างกฎหมายประกันสุขภาพฉบับใหม่ ซึ่งมุ่งจะนำมา ใช้แทนที่กฎหมายโอบามาแคร์ของรัฐบาลชุดก่อน อย่างไรก็ตาม การผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวอาจเผชิญกับอุปสรรค เนื่องจากวุฒิสมาชิกรีพับลิกันหลายคนได้แสดงความไม่เห็นด้วย ซึ่งจะทำให้พรรครีพับลิกันไม่สามารถรวบรวมคะแนนเสียงสนับสนุนได้เพียงพอต่อการผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวในวุฒิสภา   แต่ข่าวดีคือ คือ เฟดได้เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ทุกแห่งของสหรัฐสามารถผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) และมีระดับเงินทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะต้านทานภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงได้   ส่วนปัจจัยโลก บรรยากาศระเบิดตูมตามและการก่อการร้ายรายวันยังคงปกคลุมไปทั่ว และยังเป็นอีกความเสี่ยงที่ทุกคนจับตาการทวีความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น และหวังว่า จะไม่กระทบต่อภาพที่เริ่มดีขึ้นของเศรษฐกิจ    แต่ใครจะรู้ได้อย่างแท้จริงว่า จะไม่มีวันที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเมืองโลกเหล่านี้ จะกลายเป็นประเด็นใหญ่จนทำให้การลงทุนและท่องเที่ยวข้ามประเทศชะลอตัวลง และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกในที่สุด แต่ชีวิตต้องสู้ต่อ ...หากความรุนแรงยังดำเนินไป หัวใจนักลงทุนต้องแกร่งตาม   สำหรับปัจจัยในประเทศของเราเอง ความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้ตราสารที่ออกโดยบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินยังมีส่วนสร้างความไม่มั่นใจให้กับนักลงทุน แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้นกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้   ขณะที่ความผันผวนในตลาดเงินบ้านเรายังมีต่อเนื่อง โดยค่าเงินบาทของเราในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลุดระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นจิตวิทยาสำคัญ ขึ้นมาแตะตัวเลข 33 กว่าๆ บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเนื่อง    เมื่อมองไปข้างหน้า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อ เงินทุนระยะสั้นของนักลงทุนยังอยากจะฝากไว้ในเมืองไทย แต่จะเป็นหุ้น หรือตราสารหนี้นั้น ตลาดหลังน่าจะสดใสกว่า   ส่งผลต่อ “ค่าเงินบาท” ให้ผันผวน และอาจจะมีแนวโน้มแข็งค่า แต่อย่าชะล่าใจ เพราะความผันผวนมีสิทธิกลับทิศ โอกาสที่ค่าบาทจะตีกลับอ่อนค่าลงไป หลังจากแข็งค่ามาต่อเนื่องก็เป็นไปได้ แม้จะไม่มาก   นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เงินบาทปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 33.94/95 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง แต่เป็นการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาค ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.95-33.99 บาท/ดอลลาร์  โดยตลาดรอปัจจัยใหม่ๆ เข้ามา   ประเมินกรอบเงินบาทในสัปดาห์วันที่ 26-30 มิ.ย.ไว้ที่ 33.85-3410 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ   ใกล้เคียงกับนักค้าเงินของ ธนาคาร ซี ไอเอ็มบี ไทย คาดว่าเงินบาทในสัปดาห์ 26-30 มิ.ย.นี้จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.90-34.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ   ขณะที่นักค้าเงิน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทยังไร้ปัจจัยใหม่มาหนุนทำให้ระหว่างยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ  โดยคาดค่าเงินบาทในช่วงวันที่ 26-30 มิ.ย.จะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.90-34.00 บาท/ดอลลาร์   ท้ายสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวนชาวกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง พบกับเทศกาลการลงทุน หุ้น อนุพันธ์ และกองทุนรวม พบวิธีการออมเงินน้อย ทยอยลงทุนสไตล์ DCA (dollar-cost averaging) หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนพร้อมทดสอบการวางแผนลงทุนเพื่ออนาคตด้วย #investnow starter และร่วมเวิร์คชอปเทคนิคซื้อขายหุ้นง่ายๆ เพื่อพิชิตเงินล้าน โดยทยอยออมสไตล์ DCA ด้วยแอปพลิเคชันสุดล้ำ    รวมทั้งพบกับผู้เชี่ยวชาญการวางแผนการเงินจาก 30 บูธการเงินชั้นนำ ที่คอยให้บริการวางแผนการจัดพอร์ตลงทุน หุ้น อนุพันธ์ และกองทุนรวม โดยทุกธุรกรรมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ วันพฤหัสที่ 29 มิ.ย.-2 ก.ค. นี้ เวลา 10.00-20.00 น. ที่ BANKING ZONE ชั้น 1 เมกาบางนา รายละเอียดเพิ่มเติมwww.set.or.th/investnow สอบถาม SET Contact Center 0-2009 -9999

อ่านเพิ่มเติม