ต่างประเทศ

กล่องดำชี้ชัดพบปัญหาเครื่องวัดความเร็วอากาศ บินไลอ้อนแอร์ตก

  คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติ หรือเอ็นทีเอสซี ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบด้านการขนส่งของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อเมื่อวันจันทร์ว่า เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง737 MAX8 ของสายการบินไลอ้อน แอร์ อินโดนีเซีย ที่ประสบอุบัติเหตุตกในทะเลชวาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 189 ราย เกิดปัญหาที่เครื่องวัดความเร็วอากาศในเที่ยวบินมรณะ และ 3 เที่ยวบินก่อนหน้านี้ โดยรายละเอียดใหม่นี้ ซึ่งได้มาจากกล่องบันทึกการบินที่เก็บกู้ขึ้นมาจากทะเล หนึ่งสัปดาห์หลังเกิดโศกนาฏกรรม ยังคงไม่มีคำตอบถึงสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้    ไลอ้อน แอร์ ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีปัญหาด้านความปลอดภัยมานานแล้ว แถลงว่า เครื่องโบอิ้ง737-MAX8 ประสบปัญหาทางเทคนิคในหลายเที่ยวบิน จนมาถึงเที่ยวสุดท้ายเมื่อวันจันทร์ สัปดาห์ก่อน และบอกว่าได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้แล้ว แต่เอ็นทีเอสซี แถลงเมื่อวานนี้ว่า ข้อมูลในกล่องดำ แสดงให้เห็นว่า เครื่องบินมีปัญหาเครื่องวัดความเร็วอากาศ อย่างน้อยก็เกิดขึ้นกับ 2 เที่ยวบินก่อนหน้านี้    โซร์จันโต จาห์โจโน หัวหน้าเอ็นทีเอสซี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จากที่บินให้บริการมาทั้งหมดของเครื่องบินลำนี้ พบว่ามีอยู่ 4 เที่ยวบิน ที่เครื่องเกิดปัญหาเครื่องวัดความเร็วอากาศ เมื่อมีปัญหานักบินจะบันทึกไว้ และฝ่ายช่างจะดำเนินการแก้ไข ซ่อมแซม จากนั้น ก็จะประกาศว่า เครื่องบินได้มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการบิน    เอ็นทีเอสซี ระบุด้วยว่า จะสอบสวนถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเครื่องวัดความเร็วลม และมีการซ่อมแซมที่เหมาะสมหรือไม่ รวมทั้งมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่พบว่ามีปัญหาด้วยหรือไม่    อย่างไรก็ตาม ทางเอ็นทีเอสซี ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมมากกว่านี้ และไม่คาดการณ์ว่า ปัญหาเครื่องวัดความเร็วอากาศ อาจเป็นปัญหาที่ทำให้เครื่องบินตกหรือไม่ เพราะยังคงทำการวิเคราะห์ข้อมูลในกล่องบันทึกการบิน ซึ่งอาจเป็นกุญแจไขไปสู่คำตอบว่าทำไมเครื่องบินรุ่นใหม่จึงประสบอุบัติเหตุตกได้   ส่วนนักประดาน้ำยังเดินเร่งค้นหากล่องบันทึกเสียงนักบินที่ยังสูญหายอยู่ต่อไป ขณะที่ รัฐบาล แถลงว่าได้ตั้งคณะเจ้าหน้าที่ชุดพิเศษขึ้นตรวจสอบบัญชีของสายการบินต้นทุนต่ำแห่งนี้แล้ว    ที่มา : newtv

อ่านเพิ่มเติม