การเมือง

"ประยุทธ์" ปัดตอบนายกฯ คนนอกไม่ชัด "ยิ่งลักษณ์" ซุกอังกฤษ

  นายกรัฐมนตรี ยังไม่ชัด "ยิ่งลักษณ์" อยู่อังกฤษ ยัน ยึดตามขั้นตอนกฏหมาย หวังได้ตัวกลับมาดำเนินคดี ไม่ตอบเรื่องนายกฯคนนอก ยัน ยึดตามกฏหมายขออย่ากังวล-รอผลถกขึ้นค่าแรง   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปรากฎตัวที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่า ยังไม่ได้รับรายงานและคำยืนยันอย่างเป็นทางการผ่านมายังกระทรวงต่างประเทศ แม้จะมีการพบปะในคลิปวิดิโอต่างๆ แต่การทำงานของราชการเป็นเรื่องของกฎหมาย ที่ต้องได้รับการยืนยันมาตามขั้นตอน    ส่วนเรื่องคดีเป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อได้รับหลักฐานการยืนยันที่ชัดเจน อีกทั้งต้องดูว่าที่ผ่านมาไทยเคยได้รับการส่งตัวมามากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้รับการส่งตัวกลับมา ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทางต่างประเทศจะให้หรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ต้องทำกันต่อไปไม่ได้ปล่อยปละละเลยใครทั้งสิ้น    อย่างไรก็ตาม ไม่ได้กำชับเจ้าหน้าที่เรื่องใดเป็นพิเศษ แต่ให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย    พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เป็นคนของประชาชนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่ทุกคนตั้งให้เป็นก็เป็นได้หมด เพราะวันนี้ทำหน้าที่เพื่อประชาชนและไม่ว่าใครก็ตามที่มายืนตรงนี้จะมาด้วยวิธีไหนก็ตามขอให้ดูเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นทำให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง ใครมุ่งมั่นอย่างนั้นก็เหมาะสมในการเข้ามาบริหารในอนาคตต่อไปที่ไม่ใช่ตนเอง และขอไม่ตอบเรื่องนายกฯคนนอก เพราะจะราบรื่นไม่ราบรื่นไปต้องรอดูวันหน้า วันนี้ต้องดูสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่ แล้วใครจะทำก็ไปว่ากันมา เป็นคนอื่นก็ได้   ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองจับมือกันสกัดนายกรัฐมนตรีคนนอก ว่า สกัดใครยังไม่รู้ แต่มุ่งเป้ามาที่ตนคนเดียว ต้องไปดูคนอื่นด้วย แต่ในส่วนของตนเองทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย วันหน้าอะไรจะเกิดขึ้นยังไม่รู้ เพราะขึ้นอยู่กับกฎหมายลูก จึงอย่ากังวล   นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับค่าแรงขั้นต่ำของกระทรวงแรงงานว่า เป็นเรื่องหารือของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ที่จะประชุมร่วมกับคณะกรรมการค่าจ้าง หรือ บอร์ดค่าจ้าง ว่าจะพิจารณาอยู่ว่าจะขึ้นค่าแรงเท่าไหร่ แต่จะต้องไม่สร้างผลกระทบกับผู้ประกอบการธุรกิจ ทั้งขนาดเล็กขนาดกลางและขนาดใหญ่ รวมถึงเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ โดยจะต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรองรับ ซึ่งกระทรวงการคลังจะรับไปพิจารณา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ดังนั้นขอให้ฟังความชัดเจนอีกครั้งในเร็วๆนี้ และจะมีการขออนุมัติขึ้นมา พร้อมขอความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยขอเข้าใจว่าหากเดือดร้อนรัฐบาลจะหาวิธีการแก้ปัญหาให้ในมาตรการทางการเงินการคลัง ยืนยันว่าเห็นใจว่าภาคธุรกิจต้องการผลกำไรให้มากขึ้นและลดค่าใช้จ่ายต้นทุน และต้องอย่าลืมคนจนและแรงงานด้วย ซึ่งรัฐจะมีหน้าที่ดูแลเรื่องสวัสดิการประกันสังคม หากทุกคนจะเรียกร้องกันทั้งหมดและไม่ยอมกันรัฐบาลจะประสานอะไรกันได้บ้าง   นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวคิดปรับแก้ประกาศสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเพิ่มมูลสิ่งของที่ให้หรือได้รับจากเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เดิมกำหนดไว้ไม่เกืน 3,000 บาท ว่า ตนเองได้สั่งไปแล้วว่าไม่จำเป็นต้องเพิ่มวงเงิน เพราะขณะนี้ถ้าได้รับสิ่งที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ต้องรายงานหน่วยงานต้นสังกัด ส่วนตนเองเมื่อได้รับมาทางสำนักนายกรัฐมนตรีจะเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมด ซึ่งหากมีมูลค่าเกินที่กำหนดก็จะรับไม่ได้อยู่แล้ว    ส่วนข้อเสนอจากภาคเอกชนให้ใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาทีวีดิจิทัลให้หยุดจ่ายเงินและคืนใบอนุญาติ รวมถึง มีความเป็นไปได้แค่ไหนที่จะมี ม.44 ให้เลื่อนจ่ายค่าประมูลคลื่น ตามที่เอไอเอสกับทรู เสนอ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ฝ่ายกฎหมายกำหนดพิจารณาแนวทางช่วยเหลือทีวีดิจิตัลอยู่ ซึ่งต้องทำให้ผู้ประกอบการและผู้ชมมีความคิดเห็นที่ตรงเพื่อให้สามารถปลดล็อกสถานการณ์เหล่านี้ ดังนั้นต้องเห็นใจซึ่งกันและกัน และเห็นใจรัฐบาลด้วยทุกอย่างต้องทำอย่างถูกต้อง แต่รับว่าจะแก้ไขปัญหาให้

อ่านเพิ่มเติม