ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามรอยพี่ชายติดตราบาป "หนีคดี"
วันที่เผยแพร่ วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน พ.ศ.2560 เวลา 18:01 น.

 

ปิดประตูอิสรภาพ ต้องหนีคดีตลอดชีวิต

 

ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ตัดสินจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  เป็นเวลา 5ปี โดยไม่รอลงอาญา ในคดีปล่อยปะละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการจำนำข้าว

 

พร้อมออกหมายจับติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ภายหลังที่ “อดีตนายกฯปู”ยังคงล่องหน หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาล

 

ตามทิศทางข่าวที่ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กับ “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ประสานเสียงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีไปอยู่ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์  ถิ่นพำนักเดียวกับพี่ชาย “ทักษิณ ชินวัตร”

 

ถูกตราหน้า “หนีคดี” ปิดฉากเส้นทางการเมือง

 

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  เจ้าของโปรเจคก์โครงการจำนำข้าวอันลือลั่น ที่เป็นนโยบายนำพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในเดือนก.ค. 2554  สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ พาให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย

 

แต่ขณะเดียวกันก็เป็นนโยบายพา “ยิ่งลักษณ์”พบจุดจบทางการเมือง ต้องหนีหัวซุกหัวซุนจากบ้านเกิดเมืองนอนไปเร่ร่อนต่างแดน   

 

เกิดวันที่ 21 มิ.ย.2510 น้องนุชสุดท้องตระกูล “ชินวัตร”  ถูกพี่ชายปลุกปั้นให้เข้ามาสืบทอดอำนาจการเมือง  ใช้เวลาแค่ 49 วัน ลงสนามคลุกฝุ่นการเมืองก็พลิกสถานะจากซีอีโอบริษัทเอสซี แอสเสท จำกัด(มหาชน) ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ กระโจนสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 28ของประเทศไทย วันที่ 8ส.ค.2554

 

ท่ามกลางเสียงเย้ยหยันเป็นเพียงหุ่นเชิด รับคำสั่งจากพี่ชายมารักษาฐานอำนาจการเมืองให้ตกอยู่ในตระกูล “ชินวัตร”ต่อไป

 

นั่งเก้าอี้นายกฯหญิงอยู่แค่ไม่กี่เดือน เจอปัญหา “มหาอุทกภัย” เล่นงานหลายจังหวัดประเทศไทยจมบาดาลอยู่นานเป็นแรมเดือน  เกิดความเสียหายยับเยินทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล  จนถูกปรามาส เย้ยหยันอย่างหนักหน่วง ไม่มีความสามารถแก้ปัญหา  

 

ถูกโจษจันการทำงานอย่างหนักว่า ต้องคอยรับคำสั่งจากพี่ชาย  โดนเสียดสีเป็นประจำเรื่องการพูดภาษาไทยผิดๆถูกๆเช่น เชื่อนคอ-นก-รีต  หญ้าแพรก ประเทศซิดนีย์ ถูกนำไปล้อเลียนอย่างสนุกสนาน

 

ถูกพลังมวลชนออกมาขับไล่ทั่วประเทศ ภายหลังจากผลักดันพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบสุดซอย เพื่อช่วยเหลือพี่ชาย กลายเป็นหัวเชื้อจุดกระแสความแตกแยกในประเทศอย่างหนัก โดนกลุ่มกปปส. ของ “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ ยกขบวนผู้ชุมนุมชัตดาวน์เมืองกรุง  หน่วยงานราชการหลายแห่งถูกกลุ่มผู้ชุมนุมยึด ไม่ให้รัฐบาลบริหารงานได้

 

บานปลายกลายเป็นความขัดแย้ง เปิดศึกสองสีเสื้อ “เหลือง-แดง” กระทั่ง “ยิ่งลักษณ์”ต้องประกาศยุบสภา 9ธ.ค.2556 หยุดยั้งพลังมวลชนที่ลุกฮือขับไล่มากขึ้นเรื่อยๆ 

 

ประกาศยุบสภาไม่ทันไร ก็สิ้นสภาพการเป็นนายกฯแบบเบ็ดเสร็จ  ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสิ้นสภาพการเป็นนายกฯ ตามความผิดโยกย้าย “ถวิล เปลี่ยนศรี” ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)โดยมิชอบ

 

ถูกกองทัพเข้ามายึดอำนาจ 22 พ.ค.2557 ปิดฉากการรักษาการอำนาจพรรคเพื่อไทย และยังถูกสนช.ลงมติท่วมท้นถอดถอนออกจากตำแหน่งซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

สิ้นบารมียุคที่เคยเรืองอำนาจ แถมยังมีคดีปล่อยปะละเลยให้เกิดความเสียหายโครงการจำนำข้าว เป็นชนักปักหลัง โดนเล่นงานทั้งคดีอาญา ถูกไล่บี้เอาผิดให้ชดใช้ค่าเสียหาย  3.5 หมื่นล้านบาท ต้องวิ่งโร่ขึ้นศาลสู้คดี บีบน้ำตานารีออกสื่อหลายรอบ เรียกร้องขอความเป็นธรรมที่ถูกกลั่นแกล้งให้ร้ายในคดี แต่ยังเป็นศัตรูการเมืองที่รัฐบาลทหารหวาดระแวง จับจ้องการเคลื่อนไหวตลอดเวลา

 

เคยให้คำมั่นยืนกรานหนักแน่น พร้อมปักหลักสู้คดี พิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมจนถึงที่สุด

 

แต่พอใกล้ถึงวันที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ในวันที่ 25 ส.ค.2560 กลับล่องหน ใช้เส้นทางชายแดนจ.สระแก้ว หนีออกจากประเทศ ไปอยู่ต่างแดน ปล่อยแกนนำ อดีตส.ส. และมวลชน รอปักหลักให้กำลังใจเก้ออยู่ที่หน้าศาลฎีกาฯ

 

ล่องหนอย่างไร้ร่องรอย กระทั่งศาลฎีกาฯอ่านคำพิพากษาลับหลัง ให้จำคุก 5ปี ไม่รอลงอาญา

 

สิ้นสุดอำนาจที่เคยยิ่งใหญ่ ตามรอยพี่ชายหนีไปอยู่ต่างแดน