โครเอเชียดวลโทษดับเจ้าภาพ ทะลุชิงอังกฤษ
วันที่เผยแพร่ วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2561 เวลา 08:13 น.

 

“ตาหมากรุก” โครเอเชีย เข้ารอบรองชนะเลิศ ศึก ฟุตบอลโลก ครั้งแรกรอบ 20 ปี ด้วยอาการสะบักสะบอม เอาชนะจุดโทษ “หมีขาว” รัสเซีย 4-3 ที่สนาม ฟิชท์ โอลิมปิก สเตเดียม กรุงโซชิ คืนวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม หลังเสมอกัน 2-2 ตลอด 120 นาที

 

ซลัตโก ดาลิช กุนซือ โครเอเชีย ถอย ลูกา โมดริช กัปตันทีม คุมแดนกลางร่วมกับ อิวาน ราคิติช ส่ง มาริโอ มันด์ซูคิช ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน อังเดรจ์ ครามาริช, อิวาน เปริซิช และ อันเต เรบิช ล่าตาข่าย รัสเซีย ที่มี อาร์เต็ม ซูบา, อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน และ เดนิส เชรีเชฟ เป็นทีเด็ดแนวรุก

 

รัสเซีย คึกคักตามเสียงเชียร์ ตั้งรับเหนียวแน่น และไล่บีบพื้นที่แบบถึงเนื้อถึงตัว กระทั่งนาที 31 อาร์เต็ม ซูบา ดึงจังหวะจ่ายคืนให้ เดนิส เชรีเชฟ ที่สอดมาตรงกลาง ปั่นไซด์โป้งด้วยซ้ายนอกเขต เบียดเสาสุดสวย ขึ้นนำ 1-0 อย่างไรก็ตาม โครเอเชีย ทวงคืนทันควัน นาที 39 มาริโอ มันด์ซูคิช ตะลุยทางซ้าย ตบเข้ากลางให้ อังเดรจ์ ครามาริช ก้มขวิดเสียบเสาไกล เสมอกัน 1-1

 

สู้กันต่อครึ่งหลัง ทีมของ ดาลิช ขึงเกมรุกใส่ต่อเนื่อง น่าแซงนำแบบสุดๆ นาที 60 อิวาน สตรินิช แบ็กซ้าย โยนลึกถึงสุดเส้นฝั่งขวา อังเดรจ์ ครามาริช ตวัดจุดพลุกลับมาตรงกลาง ฟีโอดอร์ คูดรียาชอฟ กับ เซอร์เกย์ อิกนาเชวิช สกัดไม่พ้นอันตราย ตั้งให้ อิวาน เปริซิช สับไกด้วยขวาเน้นๆ ระยะแค่ 8 หลา ชนเสากระดอนผ่านหน้าประตู

 

เจ้าภาพ ตอบโต้น่ากลัว นาที 72 มาริโอ เฟร์นานเดส แบ็กขวา ตักเข้ากลางให้ อาร์เต็ม ซูบา โหม่งข้ามคานนิดเดียว เข้าสู่นาที 90 สถานการณ์ โครแอต วิกฤติ ดานิเยล ซูบาซิช นายทวาร บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ต้องกัดฟันเล่นต่อ หลังเปลี่ยนตัวครบ 3 คนแล้ว เคราะห์ดีทีมนักกายภาพ ช่วยกันปฐมพยาบาลจนกลับมาเฝ้าเสาช่วงต่อเวลาพิเศษ 

 

ซลัตโก ดาลิช ยังเจอปัญหารุมเร้า ซิเม เวอร์ซัลจ์โก แบ็กขวา บาดเจ็บเพิ่มอีกราย จึงตัดสินใจส่ง เวดราน ชอร์ลูกา ลงเล่นแทนนาที 97 เท่ากับว่า จะต้องใช้งาน ดานิเยล ซูบาซิช ถึงดวลจุดโทษ อย่างไรก็ตาม กองเชียร์ “ตาหมากรุก” ส่งเสียงเฮ นาที 100 ลูกา โมดริช เปิดเตะมุมฝั่งขวาให้ โดมากอยจ์ วิดา เซ็นเตอร์แบ็ก โหม่งย้อนศรเสียบมุม พลิกนำ 2-1

 

“หมีขาว” หวังพึ่งลูกบอมบ์ยาวจังหวะเล่นเซตพีซ จนความพยายามสัมฤทธิ์ผล นาที 115 อลัน ซาโกเยฟ ตัวสำรอง เปิดฟรีคิกฝั่งขวาให้ มาริโอ เฟร์นานเดส สะบัดเสียบเสาไกล ตีเสมอ 2-2 ครบ 120 นาที ต้องยิงจุดโทษชี้ขาด

 

ปรากฏว่า โครเอเชีย ยิงเข้า 4 จาก 5 คน ได้แก่ มาร์เซโล โบรโซวิช , ลูกา โมดริช , โดมากอยจ์ วิดา และ อิวาน ราคิติช ขณะที่ รัสเซีย ทำได้แค่ 3 ลูก จาก อลัน ซาโกเยฟ , เซอร์เกย์ อิกนาเชวิช และ ดาเลอร์ คูเซียเยฟ จบเกม โครเอเชีย ทะลุถึงรอบตัดเชือก นับตั้งแต่คว้าอันดับ 3 เมื่อปี 1998 เตรียมดวลกับ อังกฤษ วันที่ 11 ก.ค. ที่กรุงมอสโก ต่อไป

 

รายชื่อ 11 ตัวจริง


รัสเซีย : อิกอร์ อคินเฟเยฟ , เซอร์เกย์ อิกนาเชวิช , อิลยา คูเตปอฟ , ฟีดอร์ คูดรียาชอฟ , มาริโอ เฟร์นานเดส , อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน , โรมัน ซ็อบนิน , ดาเลอร์ คูเซียเยฟ , อาร์เต็ม ซูบา , เดนิส เชรีเชฟ , อเล็กซานเดอร์ ซาเมดอฟ


โครเอเชีย : ดานิเยล ซูบาซิช , โดมากอยจ์ วิดา , เดยัน ลอฟเรน , อิวาน สตรินิช , ซิเม เวอร์ซัลจ์โก , อังเดรจ์ ครามาริช , อิวาน ราคิติช , ลูกา โมดริช , มาริโอ มันด์ซูคิช , อันเต เรบิช , อิวาน เปริซิช