รพ.พระราม 2 แถลงสาวถูกสาดน้ำกรด ประสงค์ย้ายรพ.และขอเดินทางไปเอง
วันที่เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 เวลา 17:50 น.

 

โรงพยาบาลพระราม2แถลงแสดงความเสียใจต่อครอบครัวสาวถูกสาดน้ำกรด ยืนยันทำหน้าที่อย่างดีที่สุดตามมาตรฐานแล้ว ชี้คนไข้ประสงค์ขอย้ายโรงพยาบาล และเดินทางไปเอง


เมื่อวันที่ 12 พ.ย. โรงพยาบาลพระราม2 ได้เผยแพร่เอกสาร "คำแถลงข้อเท็จจริง โรงพยาบาลพระราม2" ลงนามโดย แพทย์หญิงวัลลภา ไชยมโนวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พระราม 2 มีเนื้อหาดังนี้


จากเหตุการณ์โรงพยาบาลพระราม 2 รับคนไข้หญิงไทยอายุ 38 ปี ซึ่งเข้ามาในโรงพยาบาลในลักษณะเดินกึ่งวิ่งมาจากด้านล่างของโรงพยาบาลบริเวณทางลาดขึ้นไปที่ห้องฉุกเฉินบริเวณชั้น 2 เวลาตีห้าเศษเกือบหกโมงเช้าของวันที่ 9 ฑฤศจิกายน 2561


แต่เนื่องจากคนไข้ไม่เคยมาที่โรงพยาบาลพระราม2 จึงวิ่งผ่านห้องฉุกเฉินด้านหน้าไปบริเวณ OPD และลงไปที่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล จนพบ พนักงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยของโรงพยาบาลซึ่งอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน จึงสอบถามคนไข้และพาคนไข้เดินขึ้นมาที่ห้องฉุกเฉินบริเวณประตูหลังซึ่งอยู่หน้าลิฟท์


ขณะที่คนไข้เข้าไปที่ห้องฉุกเฉินได้ร้องบอกเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ห้องฉุกเฉินว่า ช่วยด้วย ปวดแสบปวดร้อน พยาบาลห้องฉุกเฉินจึงได้รีบเข้าปฐมพยาบาลคนไข้พร้อมสอบถามอาการ ทราบว่าคนไข้ถูกสามีสาดน้ำร้อนเข้าหน้าในขณะนอน พยาบาลจึงทำการปฐมพยาบาลพร้อมวัดสัญญาณชีพ ผลความดันปกติ ชีพจรปกติ การหายใจปกติ ออกซิเจนในเลือดปกติ


จากนั้นได้โทรรายงานแพทย์ที่ปรึกษาทางศัลยกรรม นพ.พีระ คณานุวัฒน์ พร้อมแจ้งอาการและสัญญาณชีพให้ทราบ นพ.พีระ สั่งให้ทำแผลคนไข้และรับไว้เป็นผู้ป่วยในเพื่อให้ยาระงับปวดและสังเกตอาการ แต่คนไข้ได้แจ้งปฏิเสธการรักษาเป็นผู้ป่วยในพร้อมทั้งบอกความต้องการที่จะไปรักษาตามสิทธิประกันสังคมของตน ซึ่งอยู่ที่โรงพยาบาลบางมด และประสงค์ขอเดินทางไปเอง


ทางโรงพยาบาลพระราม2 ได้โทรแจ้งที่โรงพยาบาลบางมด แต่ไม่สามารถติดต่อผู้ตรวจการณ์ของโรงพยาบาลบางมดได้ในขณะนั้น จึงขอสายคุยกับพยาบาลห้องฉุกเฉิน และแจ้งว่าจะมีคนไข้คนดังกล่าวไปที่โรงพยาบาล จากนั้นโรงพยาบาลพระราม2 ได้นำส่งคนไข้ขึ้นรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาลบางมดตามความประสงค์ประมาณหกนาฬิกา


โรงพยาบาลพระราม2 ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง และขอยืนยันว่าได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดตามมาตรฐานโรงพยาบาลในการดูแลคนไข้และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของคนไข้ในการสูญเสียครั้งนี้ด้วย

 

ที่มา : POSTTODAY