"เจ๊หน่อย" โวยรัฐขอชัดเจนมาตรฐานหาเสียง 2 มาตรฐาน
วันที่เผยแพร่ วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ.2562 เวลา 17:34 น.

 

"เจ๊หน่อย" โวยรัฐ ขอชัดเจนมาตรฐานหาเสียง 2 มาตรฐาน

เมื่อเวลา 16.00 น.  วันที่11 ม.ค. 2562 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้สทัครของพรรคเพื่อไทยถูกห้ามให้พื้นที่ปราศรัยที่ จ.พะเยา ว่า ที่ผ่านมาเพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ  ทางราชการจะให้ใช้สถานที่ราชการทุกครั้ง เช่น สนามหลวง หรือสนามกีฬาของจังหวัดต่างๆ  และเมื่อไม่นานนี้พรรคของฝ่ายราชการก็ใช้สนามกีฬา 700 ของจังหวัดเชียงใหม่ และในจังหวัดพะเยาเอง มีการใช้สถานที่ราชการถึง 2 ครั้ง จึงเรียกร้องความชัดเจนจากผู้มีอำนาจ ว่า สรุปแล้ว การไม่ให้ใช้สถานที่ราชการนั้น เป็นการไม่ให้ใช้แค่บางพรรค หรือไม่ให้ใช้ทุกพรรค และหากไม่ให้ใช้ทุกพรรค เหตุใดที่ผ่านมาจึงมีบางพรรคการเมืองใช้ได้  แต่บางพรรคใช้ไม่ได้  เรื่องแบบนี้จะมีมาตรฐานและจัดการอย่างไร  เหตุใดจึงแตกต่างจากที่พรรคที่สนับสนุนรัฐบาลคสช.  ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้รับหนังสืออนุญาตจากทางราชการจนไปตั้งเวทีแล้ว แต่อยู่ๆ ก็มีการแจ้งยกเลิกตอนประมาณ 22.00 น. ซึ่งเรานัดหมายประชาชนได้เวลา 09.00 น. เราไม่สามารถไปยกเลิกคนหลายพันคนได้ทัน ทั้งนี้เราไม่อยากให้ข้าราชการเดือดร้อน เพราะรู้ส่าเขาถูกบังคับมาจากข้าราชการผู้ใหญ่ ที่โทรมาคุยกับตนว่าได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่ในกทม. ว่าอย่าให้มีการปราศรัยเกิดขึ้นเด็ดขาด  เราจึงไม่เข้าไปในสถานที่ซึ่งเขาห้าม  แล้วเปลี่ยนมาใช้รถเครื่องเสียงขนาดเล็กแทน พร้อมขออนุญาตพูดคุยกับประชาชน  ดูแลมันเป็นการเลือกตั้งที่ไม่แฟร์

 

 

แฉซ้ำ ส่งคนแอบสะกดติดตาม ลั่นมาดีขอให้ใส่เครื่องแบบ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นในส่วนของเวที เครื่องเสียงต่างๆ  ตัวผู้สมัครอาจจะดำเนินการฟ้องร้อง เพราะเขาได้รับหนังสืออนุญาตอย่างเป็นทางการ  เขาก็ไปลงทุน ลงแรง  สร้างเวทีและกางเต้นท์เรียบร้อยแล้ว โดยจะเป็นการฟ้องไปที่หน่วยงานก่อนแล้วหน่วยงานที่ได้รับคำสั่งที่ไม่ชอบมาก็ต้องแก้ต่าง   จึงขอความชัดเจนเพื่อต่อไปจะปฎิบัติให้มีมาตรฐาน เราจะได้ทำถูก เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะปรับแผนอย่างไร เพราะเราทำถูกต้องตามกฎหมายแล้ว      เมื่อถามว่า  จะบอกอย่างไรว่าพรรคไม่ต้องการเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในลักษณะที่มาแอบติดตาม  คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า  หากเป็นเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร หรือเจ้าหน้าที่ที่ใส่เครื่องแบบ เขามาช่วยดูแลเรา  ตนจะเดินไปขอบคุณเขาทุกครั้งที่มาช่วยดูแลเราและประชาชนจำนวนมาก  แต่กรณีที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาพักใหญ่แล้ว ก่อนจะมาเกิดขึ้นอีกที่จ.เชียงราย  ซึ่งมีชายฉกรรจ์ซึ่งไม่ปรากฎสังกัด เดินตามพวกเราจำนวนมากไม่ใช่เพียงคนสองคน พร้อมกับเดินไปถ่ายภาพไปทุกจุด เราก็ต้องถามว่า เขาเป็นใคร เพราะคนที่มาตามเรา ก็ไม่ได้มีมากมาย เลขาฯส่วนตัวของตนก็เป็นผู้หญิง  การที่หน่วยงานราชการจะส่งคนมาอารักขาเป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณ  แม้ว่าเราจะไม่ได้ขอ แต่ถ้าจะให้ดี กรุณาขอให้ใส่เครื่องแบบแสดงตัวให้ชัดเจน ไม่ใช่มาแบบที่เราเป็นโจร เป็นผู้ร้าย หรือมาสะกดรอยตามเราแบบนี้