"สุริยะใส" ซัดแผนปรองดองคสช.เหลว ระวังกระทบเลือกตั้ง
วันที่เผยแพร่ วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม พ.ศ.2561 เวลา 16:19 น.

 

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่มีความชัดเจนในโรดแม็พเลือกตั้ง โดยเฉพาะช่วงเวลาของการเลือกตั้งที่นายกรัฐมนตรีเคยให้สัญญาไว้ แต่จากนี้กระแสเคลื่อนไหวของพรรคและกลุ่มก้อนการเมืองจะเป็นไปเพื่อการเลือกตั้ง แม้เส้นทางสู่การเลือกตั้งยังไม่ราบรื่นนัก เพราะคสช.ยังไม่ปลดล็อก แต่พรรคการเมืองคงไม่มีทางเลือกนักหลังจากถูกเว้นวรรคมานาน ขณะเดียวกันปัญหาจากคำสั่งมาตรา 44 เรื่องการยืนยันสมาชิกและการให้พรรคใหม่เริ่มดำเนินการจดทะเบียนได้ในวันที่ 1 มีนาคมนั้น ในทางปฏิบัติจะเกิดปัญหาใหม่ตามมา รวมทั้งการดำเนินการของพรรคการเมืองตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองก็มีรายละเอียดมากกว่าฉบับก่อนๆ ทำให้น่าห่วงว่า อาจจะเกิดโรคแทรกซ้อนจนกระทบโรดแม็พเลือกตั้งได้เช่นกัน ที่สำคัญ เงื่อนตายที่เป็นมากกว่าเงื่อนไขคือ ความขัดแย้งแตกแยกที่หลบฉากมานาน 3 ปีกว่า อาจถึงเวลาที่จะปรากฏตัวทั้งใต้ดินบนดินมากขึ้น เข้มขึ้น เพราะสมการการเมืองนาทีนี้ยังไม่ออกจากกระดานความขัดแย้ง และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคสช.ล้มเหลว ไม่มีผลงาน ยุทธศาสตร์ผิดพลาด เน้นการใช้อำนาจบีบกด อาจจะได้ใจสังคมในช่วงสั้นๆ แต่ระยะยาวความขัดแย้งจะกลับมาอีก

 

นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า เราเห็นบ่อยๆ นายกรัฐมนตรีออกมาห้ามกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ทะเลาะกัน แต่เราแทบไม่เห็นแผนหรือนโยบายที่ดีพอ กระทั่งบางส่วนวาดหวังสูตรปรองดองฉบับพิสดารว่า คู่ขัดแย้งเดิมจะจับมือกันเพื่อต่อกรกับคสช. ยิ่งสะท้อนภาวะตีบตันของโรดแม็พปรองดองในสังคม ส่วนโรดแม็พเลือกตั้งที่ยังพล่ามัว และการปรองดองที่ยังวังเวงแบบนี้จะทำให้การเข้าสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งมีเสถียรภาพและสังคมปรองดองอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดไว้เมื่อต้นปีนั้นยังไม่มีหลักประกันใดๆ และการใช้อำนาจที่เข้มข้นขึ้นเพื่อคุมหางเสือสังคมการเมืองจากนี้ไปอาจยากขึ้น ไม่ง่ายเหมือนช่วงต้นๆ ของการยึดอำนาจ เพราะสังคมมองว่า สุดท้ายแล้วอำนาจที่ใช้ไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุหรือการปฏิรูปที่โครงสร้างอย่างจริงจัง