"บิ๊กตู่" ปลื้มชาวเพชรบูรณ์แห่ต้อนรับ พร้อมรับปากอยู่ต่อ
วันที่เผยแพร่ วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ.2561 เวลา 10:58 น.

 

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วยพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข เปิดอาคารคลินิกหมอครอบครัว (PCC : Primary Care Cluster) โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ สาขาคลองศาลารมว.สาธารณสุข ซึ่งเป็นคลินิกหมอครอบครัวแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดบริการอย่างเป็นทางการและได้รับงบประมาณอาคารตามนโยบายคลินิกหมอครอบครัว โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับประมาณ 500 คน ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลนี้อยากจะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ประเทศเรามีปัญหา 2 อย่าง คือการศึกษาและสาธารณสุข ที่ต้องทำให้ดีขึ้นโดยเร็ว วันนี้เห็นความก้าวหน้าเรื่องความร่วมมือของหมอครอบครัว ซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาลนี้ ที่ทำให้เกิดระบบไพรมารีแคร์ ระยะแรกวันนี้เราทำได้จำนวนหนึ่ง ไม่กี่ปีข้างหน้าก็จะทำให้ครบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยอนาคตของเราต้องแข็งแรง เพราะฉะนั้น ระบบไพรมารีแคร์นั่นสำคัญที่สุด และขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพออกกำลัง


 
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถามประชาชนว่ารักหมอหรือไม่ ก่อนจะกล่าวต่อทันว่า ถ้ารักหมอทุกก็คงไม่เกลียดนายกฯ เพราะนายกฯ ที่ทำก็ทำเพื่ออนาคต ทั้งนี้ คนที่มาบอกว่าจะทำโน้นทำนี่ให้ ถามเขากลับด้วยว่าเอางบประมาณมาจากไหนใครจะพูดอะไรก็พูดได้หมด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเอาทุกปัญหามาคิดมาทำ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดความเท่าเทียมกันได้ในประเทศนี้คือกฎหมาย ทั้งนี้ นี่คือประเทศไทยอย่าให้ใครมาแบ่งแยก สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้ดีที่สุดแล้ว เพราะไม่สร้างภาระต่อในอนาคต


 
อีกทั้งในช่วงหนึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้ถามประชาชนว่า ดีหรือไม่ที่บ้านเมืองสงบเช่นนี้ วันนี้บ้านเมืองไม่มีทะเลาะเบาะแว้งคนไทยคนไทยมักทะเลาะเบาะแว้ง เพราะมีความคิดเห็นที่หลากหลายเราไม่สามารถบังคับใครได้ แต่จะต้องหาจุดกึ่งกลางให้ได้ เพราะแม้กระทั่งวันนี้เรื่องละครคนก็ยังทะเลาะกัน โดยเถียงกันว่าจะชอบใครดีระหว่างตัวพระเอก นางเอก ตัวร้าย  ซึ่งต่างจากละครของต่างประเทศที่มีการสอดแทรกเรื่องของประเทศ ทั้งนี้ไม่อยากให้พวกเราทะเลาะกันเอง ตนในฐานะนายกรัฐมนตรีทำทุกอย่าง และพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด โดยไม่นึกถึงตัวเอง เพราะถ้าไม่จำเป็นคงมายืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้


 
"การที่ผมเข้ามาทำให้ทุกอย่างดีขึ้นหรือไม่ ใครไม่รักผมไม่เป็นไรแต่ผมรักพวกคุณก็แล้วกัน ประเทศนี้ถ้าไม่มีพลเรือน ตำรวจ ทหารก็อยู่ไม่ได้  ไหนใครบอกว่าไม่ต้องมีทหาร แล้วถ้ามีอะไรขึ้นมาแล้วใครจะมาช่วยพวกท่าน เพราะทหารอยู่ในกรม กอง ในกองร้อยเรียกได้ตลอด 24 ชั่วโมง เบี้ยเลี้ยงก็จ่ายเพียงครั้งเดียว ซึ่งทหารส่วนใหญ่ก็เป็นลูกหลานของพวกท่านทั้งนั้น เป็นกำลังที่มีความพร้อม 24 ชั่วโมงจึงต้องมีรถ ลาม้าช้างอยู่ในกรมกอง เพราะหน่วยงานอื่นไม่มีคนขนาดนี้ เราไม่ได้มีทหารไว้ให้ผมปฏิวัติ ผมเข้ามาเพราะเหตุผลความจำเป็น เป็นสถานการณ์ที่ต้องเข้ามา ถามว่าถ้าไม่มีทหาร และตำรวจภายในภาคใต้จะเป็นอย่างไร  ดังนั้นอย่าไปฟังเวลาที่เขาพูดพวกนั้นต้องการที่จะแบ่งแยกหรือเปล่าที่บอกว่าให้เอาทหารออกไปจากพื้นที่ถ้าออกไปเมื่อไหร่ก็เสร็จเมื่อนั้น อย่าไปเชื่อพวกเขา ที่เขาบอกว่าจะทำนี่ทำนั่นให้  ไปถามเขาหน่อยว่าจะเอาเงินมาจากไหน รู้เรื่องกฎหมายการเงินการคลังหรือไม่และจะเอางบประมาณมาจากที่ใด เพราะถ้าไม่รู้เรื่องจะพูดอย่างไรก็ได้แล้วท่านก็รักเขา แต่สำหรับผมพูดด้วยเหตุและผลด้วยกฏหมาย ซึ่งท่านก็ไม่รัก  แต่ถ้าผมไม่ทำด้วยกฏหมายตายผมก็ตาย ติดคุก  ไอ้พวกนั้นพูดไปแต่ไม่ได้ทำในวันข้างหน้าหรือเปล่า “พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


 
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงการเดินหน้าเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตยจึงขอให้มีหลักการและหลักคิดที่ถูกต้อง ว่าประเทศของเราควรเดินหน้าไปอย่างไรประเทศไทยมีโอกาสมากมาย ขอให้ทุกคนยึดมั่นในหลักของประเทศไทยที่มี 3 สถาบันหลักคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าไม่มี 3 สถาบันนี้ประเทศไทยอยู่ไม่ได้ เราต้องการรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ดังนั้นประชาชนจึงต้องเตรียมการให้ดีว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นอย่างไร 


 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เดินทักทายและร่วมถ่ายภาพกับประชาชนกลุ่มต่างๆ ตอนหนึ่ง ว่า “การเลือกตั้งอย่าไปเลือกอะไรที่เรื่อยเปื่อย วันนี้ผมไม่ได้มาหาเสียงทางการเมือง แต่มาพบกับประชาชนอย่าให้ใครว่าอย่าให้ใครมาว่า ว่าผมมาหาเสียง ผมมาในฐานะนายกรัฐมนตรี” 


 
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถามกลุ่มผู้สูงอายุที่มารอต้อนรับว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาได้ไปใช้สิทธิหรือไม่ กลุ่มผู้สูงอายุกล่าวตอบว่าไปเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์จึงพูดยิ้มๆเชิงกระเซ้าว่า”แล้วเลือกใคร”ก่อนจะรีบตอบว่าไม่ต้องบอกเพราะไม่ได้ถาม ขณะที่ประชาชนได้ตะโกนส่งเสียงเชียร์ว่ารักลุงตู่ อยากให้ลุงตู่เป็นนายกฯ ต่อไปพล.อ.ประยุทธ์ ได้หันมาตอบรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก่อนที่จะเดินขึ้นรถว่า "จ้ะ"

 

ที่มา : เดลินิวส์