ผู้ว่าฯยันน้ำไม่ท่วมเมืองเพชรฯ เร่งระบายจากน้ำเขื่อน
วันที่เผยแพร่ วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2561 เวลา 16:21 น.

 

เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (10 ส.ค.) นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมนายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน นายสันต์ จรเจริญ ผอ.โครงการชลประทานเพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางมายังคลองสาย 3 บริเวณจุดตัดผันน้ำไปสู่ประตูระบายน้ำคลอง D9 บ้านวังขุนด่าน-บ้านกระจับ หมู่ 2 ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพื่อตรวจดูผลการดำเนินการระบายน้ำ

 

นายเฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจาน ณ ปัจจุบัน มีน้ำไหลเข้าจากเดิมวันละกว่า 20 ล้าน ลดเหลือประมาณ 15 ล้าน ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานในเวลานี้โดยรวมลดลง ระดับน้ำล้นสปิลเวย์ลดลงชั่วโมงละ 1-2 เซนติเมตร ทำให้ขณะนี้มีน้ำล้นระดับน้ำล้นสปิลเวย์เหลือประมาณ 56 เซนติเมตร ส่วนที่เขื่อนเพชรซึ่งมีคลองส่งน้ำสายหลัก 4 สาย สามารถระบายน้ำในระบบทั้งหมดได้ 70 ลบ.ม./วินาที และระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีในอัตรา 114 ลบ.ม./วินาที

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมากรมชลประทาน ร่วมกับหน่วยงานทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน ได้ระดมเครื่องจักรรถแบคโฮกว่า 30 คัน เร่งขุดขยายคลองชลประทานสาย 3 จากเขื่อนเพชร ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง ผ่านทางคลองกระจับระยะทางรวม 7.6 กม.เพื่อเชื่อมต่อกับอาคารประตูระบายน้ำคลอง D9 หมู่ 1 บ้านระหารบอน ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง เพื่อตัดยอดมวลน้ำเหนือเขื่อนเพชรผ่านคลองสาย 3 เชื่อมต่อคลอง D9 ลงสู่ทะเลอ่าวไทยที่บ้านโตนดน้อย ต.ปึกเตียน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

 

กระทั่งเมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมาการขุดคลองเชื่อมต่อ คลองสาย 3- คลองกระจับ และประตูระบายน้ำ D9 ดำเนินการแล้วเสร็จ และมีการปล่อยน้ำทำให้สามารถทยอยพร่องระบายน้ำจากคลองสาย 3 ผ่านคลอง D9 ลงสู่ทะเลอ่าวไทยที่บ้านโตนดน้อย ต.ปึกเตียน ในอัตรา 35 ลบ.ม./วินาที โดยมวลน้ำก้อนแรกที่ระบายได้ไหลลงสู่ทะเลที่ ต.ปึกเตียนแล้ว ทำให้สามารถพร่องน้ำในเขื่อนเพชรได้เป็นอย่างดีซึ่งส่งผลให้เขื่อนเพชรปล่อยระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีได้ลดลง และจะทำให้น้ำในแม่น้ำเพชรบุรีต่ำกว่าตลิ่ง


นางฉัตรพร กล่าวเสริมว่า เขื่อนเพชรมีการบริหารจัดการที่ดี โดยพยายามที่จะลดปริมาณน้ำให้เหลือน้อยที่สุด ไม่เกิน 120 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะเป็นปริมาณน้ำที่เพียงพอที่ตลิ่งในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีรับได้ในอัตราไม่เกิน 150 ลบ.ม./วินาที ในช่วงนี้หากไม่มีพายุฝนเพิ่มปริมาณน้ำเข้ามาอย่างคาดไม่ถึงเชื่อมั่นว่าน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีจะไม่ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี แต่มีบางจุดเช่นที่บ้านกุ่ม หนองโสน ที่อยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรี อาจจะมีน้ำไหลผ่านเข้าไปบ้าง ซึ่งทางจังหวัดจะเร่งตรวจสอบให้การช่วยเหลือต่อไป 

 

ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงนี้ยังคงเป็นต้นฤดูฝนจึงยังคงให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ ทั้งเฝ้าระวัง ติดตาม ประเมิน ตรวจสอบ ป้องกัน ช่วยเหลือ แก้ไข และขอให้ประชาชนคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจากจังหวัดเพชรบุรี และชลประทานเพชรบุรี ซึ่งหากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงจังหวัดจะประกาศในทุกช่องทางให้ประชาชนทราบล่วงหน้าทันที

 

ที่มา : แนวหน้า