พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คงกฎเหล็กเซย์โนปล่อยผีนักการเมือง
วันที่เผยแพร่ วันอังคารที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2560 เวลา 14:29 น.

 

เสียงแข็ง ยังไม่ให้มีการปลดล็อก

 

ตามท่วงทำนองแข็งกร้าวของ “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ดับฝันฝ่ายการเมืองที่ออกมากระทุ้งให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.เพื่อให้พรรคการเมืองเคลื่อนไหวทำกิจกรรมได้

 

ภายหลังจากที่พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์

 

ยังคงเซย์โนไม่ปล่อยผีพรรคการเมืองให้มีอิสระในการดำเนินกิจกรรมการเมือง

 

“บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  ชื่อนี้ไม่ธรรมดา เพราะคือบิ๊ก บราเธอร์แห่งค่ายบูรพาพยัคฆ์  ไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเปลี่ยนขั้วไปอย่างไร ชื่อ “บิ๊กป้อม”ยังยืนตระหง่านอยู่ได้

 

โดยเฉพาะยุคท็อปบูตเปล่งประกายอำนาจ ได้นั่งถ่างขาเก้าอี้ตัวเบ้อเริ่มหลายตัว เป็นทั้งรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคง  และรมว.กลาโหม มีส่วนร่วมการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายขุมกำลังในกองทัพ  รวมทั้งนั่งแท่นเป็นประธานคณะที่ปรึกษาคสช.

 

และอีกสารพัดตำแหน่งในรัฐบาลทหารอาทิ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.)

 

แม้กระทั่งในวงการกีฬา ยังนั่งหัวแถวเป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย

 

เกิด 11 ส.ค.2488 เจนเนอเรชั่น เตรียมทหารรุ่น 6 เป็นพี่คนโตสายเลือดเดียวกับ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร.

 

เติบโตมาในเส้นทาง“ทหารเสือราชินี” กรมทหารราบที่21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.)ใช้ชีวิตในค่ายเคียงบ่าเคียงไหล่มากับ “น้องรอง”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย  และ “น้องเล็ก”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลายเป็นตำนายที่รู้จักกันดีในนาม “สามพี่น้องตระกูล ป.”

 

เส้นทางรั้วท็อปบูตไต่เต้ามาจากผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่2  ผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบา ผู้บังคับกองพันทหารราบที่2 ผู้บังคับกองพันทหารราบที่3 ผู้บังคับการกรมทหารราบที่12 รักษาพระองค์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ รองแม่ทัพภาค1 แม่ทัพน้อยที่1 แม่ทัพภาค1

 

เข้าสู่ไลน์ 5 เสือทบ. เป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. ปี2546 ทะยานเป็นจ่าฝูงทบ. นั่งแท่นผบ.ทบ.ปี 2547-2548

 

ข้ามห้วยเข้าสนามการเมือง มาเป็นรมว.กลาโหม ปี2551-2554 ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร่วมเผชิญชะตากรรม ฝ่าวงล้อมผู้ชุมนุมหนีตายในเหตุการณ์ม็อบเสื้อแดงบุกกระทรวงมหาดไทย เมื่อเดือนเม.ย. 2552 

  

ขึ้นชื่อเป็น “ทหารแก่ ไม่มีวันตาย” บารมียิ่งใหญ่ชนิดหลายคนต้องก้มหัวซูฮกให้  คอนเนกชั่นล้นหลาม มีเพื่อนฝูงและลูกน้องในสังกัดกระจายอยู่ในทุกวงการทุกสาย

 

แม้แต่“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ยังต้องให้ความเกรงใจในฐานะเป็น”น้องเล็ก”

 

แต่ขณะเดียวกันก็เป็นสายล่อฟ้า  เพราะถูกมองว่า กุมอำนาจทุบโต๊ะการแต่งตั้งโยกย้ายในกองทัพ  การลงมติกฎหมายสำคัญๆของรัฐบาล

 

ครองสถานะ “โสด” ตามบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งต่อป.ป.ช. ว่า ไม่มีคู่สมรส แต่ไม่วายตกเป็นข่าวซุบซิบเรื่องส่วนตัวเรื่องผู้หญิงให้เห็นเป็นระยะๆ  จนเจ้าตัวเคยยัวะสวนสื่อไปว่า “มันแปลกอะไร ก็ผมเป็นโสด จะยุ่งกับใครก็ได้”

 

มีบทบาทเหมือนเป็นกระดูกสันหลังรัฐบาล ถึงแม้จะมีข่าวระหองระแหง น้อยใจกับน้องเล็กบ้าง ถึงขั้นเคยมีกระแสข่าวจะไขก็อกออกจากทีมรัฐบาล

 

แต่ยังรับหน้าที่เป็นเสาหลักในรัฐบาล  คอยทำหน้าที่เป็น “กันชน” ผ่อนหนักเป็นเบา ไม่ให้เรื่องที่เป็นมรสุมต่างๆกระแทกไปสู่ “บิ๊กตู่”โดยตรง