โปรเม "เอรียา จุฑานุกาล" ได้เวลาสมหวังของจริง ผงาดยึดเบอร์1ของโลก
วันที่เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2560 เวลา 14:32 น.

 

ได้สมหวังขึ้นเป็นเบอร์1 ของโลก  ไม่โดนหลอกให้ดีใจเก้ออีกต่อไป

 

ถึงคราวคนไทยได้ยืดอก ไม่แพ้ชาติใดในโลก ภายหลัง “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล เร่งเครื่องวันสุดท้าย พัตเบอร์ดี้ลงหลุมอย่างสะใจในการดวลเพลย์ออฟเฉือน 2นักกอล์ฟคู่แข่งจากสหรัฐฯและเกาหลีใต้

 

คว้าแชมป์รายการกอล์ฟแอลพีจีเอทัวร์ รายการ “มานูไลฟ์ แอลพีจีเอ คลาสสิก”  ที่เมืองแคมบริดจ์  ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา

 

ทำแต้มแซง “ลิเดีย โค”โปรสาวชาวนิวซีแลนด์ ผงาดขึ้นเป็นนักกอล์ฟหญิงหมายเลขที่ของโลกอย่างเป็นทางการ

 

“โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล  เจเนอเรชั่นนักกีฬารุ่นใหม่ วัย 21 ปี ที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ เกิด 23 พ.ย.2538  มีพี่สาว 1 คนเป็นนักกอล์ฟเหมือนกัน คือ “โปรโม” โมรียา จุฑานุกูล

 

สายเลือดของ “ สมบูรณ์ และนฤมล จุฑานุกาล“ ผู้เป็นพ่อและแม่ที่เคยหมดตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ”ต้มยำกุ้ง” เป็นหนี้ 30 ล้านบาท จนหันมาเปิดร้านขายอุปกรณ์กอล์ฟ

 

จับลูกสาว “โปรเม” ถือก้านเหล็กเล่นกอล์ฟมาตั้งแต่วัย 5 ขวบ  จับไม้หวดเล่นไปมาในสนามไดร์ฟกอล์ฟ  โปรคนไหนเดินผ่านไปผ่านมาก็ช่วยสอน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นกอล์ฟอย่างจริงจังของ”โปรเม”ตั้งแต่วัยเด็ก

 

เอาจริงเอาจังกับการเล่นกอล์ฟมาก มีคิวตารางฝึกซ้อมแน่นเอี้ยดถึงขั้นช่วงเรียนระดับประถมศึกษาไม่มีเวลาทำการบ้านส่งครู จนโดนเรียกผู้ปกครองไปพบ  แต่เมื่อครูได้รับฟังเหตุผลจากพ่อแม่ก็สนับสนุนเต็มที่ ทำให้ได้สิทธิเรียนครึ่งวัน แล้วมาซ้อมกอล์ฟต่อในช่วงบ่าย

 

ฉายแววฝีมืออัจฉริยะมาแต่วัยเด็ก อายุ 9 ขวบ ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันรายการจูเนียร์เวิล์ด ที่ประเทศสหรัฐฯ ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ  จุดประกายความใฝ่ฝันให้อยาก “เทิร์นโปร” เป็น“นักกอล์ฟอาชีพ”  ยิ่งมุ่งมั่นทุ่มเทกับการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงเป็นทวีคูณ  โดยมี “คุณพ่อ” เป็นโค้ชคนแรก

 

ช่วงจบม.6 ตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ไม่เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย เพื่อทำตามความใฝ่ฝัน เทิร์นโปรเป็นนักกอล์ฟอาชีพตั้งแต่อายุ 17 ปี  โดยที่คุณพ่อยอมทุบหม้อข้าวตัวเอง ขายทุกอย่าง ทั้งบ้าน ธุรกิจร้านกอล์ฟ ที่ดิน รถ มูลค่าร่วม 20 ล้านบาท เป็นทุนสานฝันลูกสาวให้เป็นจริง ได้เข้าร่วมการแข่งขันรายการต่างๆในต่างประเทศ โดยมีครอบครัวร่วมเดินทางไปด้วย

 

สร้างความเซอร์ไพร์สบน เส้นทางเทิร์นโปรช่วงแรก กวาดเงินรางวัลจากการแข่งขันรายการต่างๆมากได้กว่า 10 ล้านบาท ในช่วงเวลาไม่กี่เดือน  เก็บเกี่ยวความสำเร็จให้ตัวเอง จนทั่วโลกรู้จักในนาม “Thai Sisters

 

แต่มีบางช่วงเวลาต้องล้มลุกคลุกคลาน  โดยปี2013 ชวดได้แชมป์ระดับ LPGA  ในรายการ Honda LPGA Thailand ครั้งแรกในชีวิตอย่างน่าเสียดาย เพราะพ่ายแพ้ความกดดัน  ตีออกทริปเปิลโบกี้ในหลุมสุดท้าย ทั้งที่ทำคะแนนนำมาตลอด และในปีเดียวกันยังต้องเจ็บซ้ำสอง พลาดหกล้มขณะฝึกซ้อม บาดเจ็บที่หัวไหล่ ต้องเข้าผ่าตัดหยุดรักษาอาการบาดเจ็บไปร่วมปี   และช่วงปี2015 ยังฟอร์มตกอย่างหนัก ตกรอบแรกในการแข่งขัน 10 รายการรวด

 

อย่างไรก็ตาม “โปรเม” ยังไม่ย่อท้อ แปรเปลี่ยนความท้อแท้และข้อผิดพลาด มาเป็นพลังความมุ่งมั่น ฮึดสู้รอบใหม่ กลับมากวาดแชมป์รายการระดับ LPGA  4 รายการรวด ในปี2016  ได้แก่1.รายการ โยโกฮาม่า ไทร์ แอลพีจีเอ คลาสสิก  2.รายการ คิงส์มิลล์ แอลพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 3.รายการ วอลวิค แชมเปี้ยนชิพ 4.รายการ ริโคห์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น

 

กวาดแชมป์4 รายการระดับโลก  จนทะยานขึ้นมาเป็นนักกอล์ฟหญิงมือ 2ของโลก  รอลุ้นการขึ้นเป็นมือ1 ของโลกในอนาคต

 

โกยเงินรางวัลจากการเข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟอาชีพไป 2,221,960 เหรียญสหรัฐ หรือ77.2 ล้านบาท และในปี2561 กวาดเงินรางวัลไปแล้ว 1,739,433 เหรียญสหรัฐ หรือ 77.2 ล้านบาท เป็นอันดับ2ของโลกรองจาก “ลิเดีย โค”

 

เคยดีใจเก้อเมื่อต้นเดือนมิ.ย. เมื่อได้รับการประกาศจากแอลพีจีเอทัวร์ให้ขึ้นเป็นมือ 1ของโลก แซงหน้า “ลิเดีย โพ” โปรสาวชาวนิวซีแลนด์ แต่ยังไม่ทันข้ามวัน ทางแอลพีจีเอทัวร์ ต้องรีบทำหนังสือขอโทษ เพราะคำนวณคะแนนผิดพลาด ทำให้โปรเมยังปักหลักเป็นมือ 2 ของโลกต่อไป โดยมีคะแนนตามหลังมือ 1ของโลกแค่ 0.01 คะแนน

 

กระทั่งล่าสุด “โปรเม”ประกาศศักดาคว้าแชมป์รายการ “มานูไลฟ์ แอลพีจีเอ คลาสสิก”  ที่ประเทศแคนาดา

 

ทำให้ผงาดขึ้นมาเป็นจ่าฝูง

 

ผงาดเป็นตัวจริงเบอร์1 ของโลก สมความตั้งใจ