ผบ.ตร.แถลงยัน "ณิชา" บริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวข้องแก๊งคอลเซ็นเตอร์
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ.2561 เวลา 13:56 น.

 

รวบยกแก๊งโรแมนซ์สแกมทั้งไทย-เทศ นำบัตร"ณิชา" ไปเปิดบัญชีธนาคาร 8 ธนาคาร จำนวน 10 บัญชีลวงเหยื่อให้โอนเงินเข้าผ่านบัญชี เป็นเหตุ"ณิชา"ต้องถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกง จากการสืบสวนสอบสวนเส้นทางการเงินไม่พบ"ณิชา"รู้เห็นกระทำความผิด

 

วันนี้(17 ม.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. แถลงผลการจับกุมนายอายัค ไซมอน อีโก้ (Mr.Ayak Simon Eko) สัญชาติแคเมอรูน ​น.ส.เจรติ หรือ แอน สายสิน ​น.ส.ปวีณา หรืออ้อม สิงห์วิบูลย์ และน.ส.พรหมพร หรือ แตน พงษ์เจริญคุณากร แก๊งคนร้ายที่นำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา เกียรติธนไพบูลย์ ไปเปิดบัญชีธนาคาร 8 ธนาคาร จำนวน 10 บัญชี ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินเข้าผ่านบัญชีดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2560 นางการต์สินี ยะเมา อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านตาก จ.ตาก โดยถูกคนร้ายหลอกลวง ว่า จะส่งพัสดุมาจากต่างประเทศมาให้ แต่ผู้รับจะต้องเสียค่าธรรมเนียมจัดส่ง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ทั้งสิ้น 5 ครั้ง เป็นเงินจำนวนกว่า 340,000 บาท และ ยังได้โอนไปยังบัญชีอื่น ๆ อีกหลายครั้ง รวมเป็นเงินจำนวน 1,370,000 บาท เป็นเหตุให้น.ส.ณิชา ถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกงประชาชน

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า คดีนี้คนร้ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน โดยนายอายัค ทำหน้าที่จ้างวานหาบัญชี และเอาบัตรเอทีเอ็มไปกดเงิน ส่วนน.ส.เจรติ หรือแอน สายสิน ​ทำหน้าที่รับเปิดบัญชี 3 บัญชี น.ส.ปวีณา หรืออ้อม สิงห์วิบูลย์ ทำหน้าที่เปิดบัญชี 5 บัญชี ขณะที่น.ส.พรหมพร หรือแตน พงษ์เจริญคุณากร ทำหน้าที่รับเปิดบัญชี 2 บัญชี ซึ่งมีการกระทำความผิดหลายพื้นที่ ทั้ง สน.ห้วยขวาง , สน.ภาษีเจริญ , สน.ทุ่งมหาเมฆ สน.ลาดพร้าว , สน.หลักสอง , สภ.นนทบุรี และ สน.วังทองหลาง จากแผนประทุษกรรมมีลักษณะคล้ายกับแก๊งโรแมนซ์สแกม แต่ที่เหมือนกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือการหลวงลวงประชาชนเหมือนกัน

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนทำให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้น สามารถตอบข้อสงสัยของสังคมได้ ตามพยาน หลักฐานที่ปรากฏขณะนี้ยังไม่พบว่า น.ส.ณิชา มีความผิด การสืบสวนสอบสวนพิสูจน์ได้ว่า น.ส.ณิชา และครอบครัวบริสุทธิ์ ไม่มีความผิด ในทางคดีที่สภ.บ้านตาก พนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและสั่งไม่ฟ้อง น.ส.ณิชา ต่อไป ส่วนที่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับเงินหมุนเวียนในบัญชีจำนวน 6 ล้านบาท นั้น ตรวจสอบแล้วเป็นเงินหมุนเวียนตั้งแต่ปี 2554 ตกเดือน 3 แสน ไม่ใช่มีเงินก้อนเดียวถึง 6 ล้านบาท ขณะเดียวกันไม่มีความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิด และไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่อย่างใด โดยการคลี่คลายคดีดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้ความสำคัญและกำชับให้ช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ

 

"ส่วนที่พบว่ามีการโอนเงินจากน.ส.ปวีณา เข้าบัญชีจริงๆของ น.ส.ณิชา นั้นสืบสวนพบว่า เป็นเรื่องที่ น.ส.ปวีณา หักหลังกับนายไซม่อนเกี่ยวกับค่าจ้าง จึงโอนเงินเข้าบัญชีที่ตัวเองถือไว้ แต่เป็นชื่อ น.ส.ณิชา แต่ด้วยระบบอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้่งที่ทำการเชื่อมโยงบัญชีของผู้ใช้ที่มีชื่อ สกุล เลขบัตรประชาชนเดียวกัน จึงเกิดความผิดพลาด ทำให้ น.ส.ปวีณา เผลอโอนเงินเข้าบัญชีที่บังเอิญเป็นบัญชีจริงๆของน.ส.ณิชา และเมื่อน.ส.ปวีณารู้ตัวว่าดันโอนเงินผิด เข้าบัญชีให้ น.ส.ณิชา ตัวจริง จึงเอาบัตรประชาชนของน.ส.ณิชาอันที่หายไปที่น.ส.ปวีณาถืออยู่ไปแอบอ้างกับธนาคารเพื่อถอนเงินกลับในทันที โดยการสืบสวนพบว่า น.ส.ณิชา ไม่รู้เห็นเรื่องนี้จริงๆ เพราะเจ้าตัวไม่ได้ตั้งระบบเตือนการเคลื่อนไหวบัยชีทางข้อความ หรือเอสเอ็มเอสอเลิต เช่นเดียวกับประเด็นการโทรศัพท์ติดต่อกันโดยพบหมายเลขของน.ส.ณิชา ติดต่อกับกลุ่มคนร้าย และตอนแรกที่พบว่าน้องชายของน.ส.ณิชา ใช้เบอร์โทรที่เปิดโดยกลุุ่มคนร้ายนั้น ที่แท้ความเข้าใจผิด น.ส.ณิชาหลงลืมว่าเบอร์ดังกล่าวที่น้องชายใช้ ตัวเองเคยเปิดใช้สมัยเรียนมัธยม ทิ้งซิมไว้ จนน้องชายมาใช้ล็อคอินเฟซบุ๊ก ประเด็นนี้จึงสิ้นสงสัยเช่นกัน"ผบ.ตร.ระบุ

 

ส่วนข้อสงสัยที่น.ส.ณิชา ทำบัตรประชาชนหายถึง 3 ครั้ง นั้น ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.ณิชา ได้แจ้งบัตรประจำตัวประชาชนหายเพียง 2 ครั้ง โดยน.ส.ณิชา ทำบัตรประชาชนครั้งแรกขณะอายุ 15 ปี และบัตรก็หมดอายุไป ก่อนจะทำใหม่อีกครั้ง และได้ทำหายที่ร้านสะดวกซื้อ ต่อมา น.ส.ปวีณา ได้นำบัตรจากร้านสะดวกซื้อไป ก่อนจะนำไปเปิดสมุดบัญชีเงินฝากในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หลักพาล รองผบช.ทท. หารือกับตัวแทนธนาคารต่างๆ เพื่ออุดช่องโหว่ของธนาคาร ไม่ให้มิจฉาชีพก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้อีก

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการแถลงข่าว น.ส.ณิชา พร้อมพี่สาวเดินทางมามอบดอกไม้ให้กับ ผบ.ตร. และคณะทำงาน พร้อมกล่าวขอบคุณตำรวจ โดยเฉพาะศูนย์ปราบคอลเซ็นเตอร์ ที่ทำให้ความจริงปรากฏ โดยน.ส.ณิชา กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นบทเรียนให้กับตนเอง สังคม เป็นกรณีตัวอย่าง ถ้าใครที่เคยทำบัตรหายให้รีบไปแจ้งความ จะได้หาวิธีป้องกันให้ทันท่วงที ยอมรับว่าตั้งแต่เป็นข่าวปรากฏตามสื่อ การใช้ชีวิตค่อนข้างไม่ปกติ เพราะต้องเดินสายพบเจ้าหน้าที่ตลอด ส่วนจะมีการฟ้องธนาคารหรือไม่นั้น ขอปรึกษากับทนายความก่อน เพราะตนไม่มีความรู้ในด้านกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้ ขอขอบคุณทางครอบครัว เพื่อน พี่น้อง ที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด

 

ที่มา : ผู้จัดการ