“จาตุรนต์ ฉายแสง” ตัดใจตีจาก “เพื่อไทย” สวมเสื้อใหม่ ไทยรักษาชาติ ลุยศึกเลือกตั้ง
วันที่เผยแพร่ วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 เวลา 13:18 น.

 

“จาตุรนต์ ฉายแสง” ตัดใจตีจาก“เพื่อไทย” สวมเสื้อใหม่ ไทยรักษาชาติ ลุยศึกเลือกตั้ง

 

ในที่สุดต้องยอมสลัดเสื้อ “เพื่อไทย” แบบจำใจ ทำให้วันนี้ จาตุรนต์ ฉายแสง กลายเป็นอดีตแกนนำของพรรคเพื่อไทยไปแล้ว เมื่อตัดสินใจยื่นใบลาออก ไปสังกัดพรรคไทยรักษาชาติ หลังจากตัดสินใจอยู่นานกับอนาคตทางการเมือง

 

เมื่อกติกาใหม่จากรัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบให้พรรคใหญ่ หดตัวเล็กลง ทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้า “เพื่อไทย”มีแนวโน้มที่จะได้ส.ส.ปาร์ติ้ลิสต์เป็นศูนย์ จึงเห็นวิวัฒนาการของการเอาชีวิตรอดของพรรคการเมืองนี้ ใช้ยุทธศาสตร์ย่อส่วนหวังเก็บแต้มปาร์ตี้ลิสต์  แกนนำตัวเป้งจึงไหลไปในพรรคสำรองอันดับสอง

 

ไม่ได้ไปเพียงคนเดียว จาตุรนต์ ยังหอบน้องสาว น้องชายตระกูลฉายแสงไปทั้งครอบครัว ไปเปิดตัวพร้อมๆกับแกนนำเสื้อแดง ทั้ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ก่อแก้ว พิกุลทอง เป็นต้น

 

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า จาตุรนต์น้อยอกน้อยใจ ที่ไม่ได้รับความสำคัญ เพราะไม่ถูกเลือกนั่งเป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย รวมถึงมีข่าวไม่ค่อยจะลงรอยกับ คุณหญิงหน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญในการถือธงนำพรรคเพื่อไทยสู่การเลือกตั้ง

 

หลายคนเลยมองว่า จาตุรนต์ผิดหวังและขัดแย้งกับคุณหญิงหน่อย

 

สำหรับจาตุรนต์เป็นผู้หนึ่งที่เลือกข้างประชาธิปไตยอย่างชัดเจนและต่อสู้รักษาเพื่อประชาธิปไตยมาอย่างเข้มแข็ง ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาในสมัย 6 ตุลาฯ19 จาตุรนต์ก็เป็นหัวหอกสำคัญ

 

การย้ายพรรคครั้งนี้ก็ประกาศชัดว่าเพื่อรักษาประชาธิปไตย หยุดการสืบทอดอำนาจของฝ่ายเผด็จการ จึงต้องตัดสินใจตีจากพรรคเพื่อไทย

 

สำหรับจาตุรนต์ นั้น เป็นนักการเมืองอาชีพที่โลดแล่นอยู่ในวงการหลายนานหลายสิบปี เป็นผู้มีบทบาทสำคัญและเป็นผู้นำทางความคิดต่อสังคม

 

การก้าวสู่เส้นทางการเมืองของ จาตุรนต์ โดยมีคุณพ่อสนับสนุน ให้ลงสมัครส.ส.ปี 2529 สวมเสื้อค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม และได้เป็น ส.ส. ฉะเชิงเทราสมัยแรก และสมัยที่ 2 ในปี 2531 จากนั้นได้ย้ายมาร่วมงานกับพรรคประชาชน ก่อนจะสังกัดพรรคความหวังใหม่  

 

ด้วยลักษณะที่โดดเด่น พูดจามีหลักการ จาตุรนต์จึงครองใจคนแปดริ้วเสมอมา ไม่ว่าเขาจะสวมเสื้อพรรคใดก็ตาม

 

กระทั่งจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่สำคัญในช่วงปี 2544 ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเข้ามารวมพรรคการเมืองขนาดเล็ก มาควบคุมใต้ปีกของไทยรักไทย จาตุรนต์เป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญที่เข้าร่วมด้วย และได้รับตำแหน่งทั้งรองนายกฯ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต่อมาเกิดรัฐประหารในปี 2549

 

ภายหลังรัฐประหาร ทักษิณ ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย จาตุรนต์ ได้เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรครักษาการ

 

หลังจากนั้นพรรคไทยรักไทยถูกยุบ ทำให้กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี  

 

หลังจากได้คืนสังเวียนสู่สนามการเมือง ในสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จาตุรนต์ได้รับโอกาสเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองนายกฯในเวลาต่อมาเช่นเดียวกัน ก่อนจะถูกรัฐประหารขึ้นอีกครั้งในปี 2557

 

จาตุรนต์ยังคงเข้มแข้งในจุดยืนประชาธิปไตย ชีวิตในสนามการเมืองของจาตุรนต์ ผ่านมาอย่างโชกโชนและต่อสู้กับท็อปบูตมาโดยตลอด

 

และการละจากปีกทัพใหญ่ อย่างเพื่อไทย มาโบยบินใต้ปีก “ไทยรักษาชาติ” ในการเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนคงจะตัดสินว่าการตัดสินใจมาสังกัดพรรคแนวร่วม ประชาชนยังจดจำได้หรือไม่