Apple เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ iPad Pro-MacBook Air และ Mac Mini
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2561 เวลา 09:34 น.

 

แอปเปิล ใช้มหานครนิวยอร์ก เป็นที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 3 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น Apple iPad Pro ที่มีการเพิ่มประสิทธิภาพ และปรับปรุงดีไซน์ตัวเครื่องใหม่ทั้งหมด MacBook Air ที่ปรับโฉมหลังจากที่ไม่ได้มีการอัปเดตมานาน เช่นเดียวกับ Mac Mini ที่กลายเป็นอุปกรณ์ช่วยประมวลผลทรงประสิทธิภาพ

 

สำหรับ iPad Pro รุ่นปี 2018 จะมีจุดที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมคือ การเปลี่ยนรูปทรงตัวเครื่องมาเป็นอะลูมิเนียมแบบตัดขอบ เพื่อให้ตัวเครื่องดูสมมาตรมากขึ้น ขณะเดียวกันก็นำหน้าจอแสดงผล Liquid Retina มาใช้งานพร้อมกับการลดขอบเครื่องลง ทำให้เครื่องที่มีขนาดหน้าจอ 12.9 นิ้ว มีขนาดเล็กลงช่วยให้ถือใช้งานได้ง่ายขึ้น ส่วนรุ่นเล็กหน้าจอปรับขึ้นมาเป็น 11 นิ้ว จากเดิม 10.5 นิ้ว ในขนาดเครื่องใกล้เคียงเดิม

 

นอกจากนี้ ยังมีการตัดปุ่มสแกนลายนิ้วมือออก แล้วหันมาใช้งานระบบ Face ID ที่ถูกนำเสนอครั้งแรกบน iPhone X จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในการปลดล็อกตัวเครื่องของ iPhone XR iPhone XS และ iPhone XS Max ในปัจจุบัน

 

โดยจากการอัปเตด iOS 12 ทำให้ Face ID รองรับการสแกนใบหน้าในแนวนอนแล้ว เพื่อให้รองรับกับการใช้งานร่วมกับ iPad ขณะเดียวกัน เมื่อตัดปุ่มสแกนลายนิ้วมือออกไป ก็ทำให้ iPad Pro มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น บนตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กลงได้

 

ที่สำคัญ iPad Pro ยังถือเป็นการเลิกใช้งานพอร์ต Lightning ครั้งแรกบนดีไวซ์ของ iOS แล้วหันมาใช้งาน USB-C แทน ที่ช่วยให้สามารถชาร์จแบตได้เร็วขึ้น ใส่โหมด Reverse Charge ให้ iPad สามารถชาร์จไฟให้กับ iPhone และยังมีประโยชน์ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง การต่อจอผ่านตัวแปลง HDMI ช่วยให้สามารถแสดงผลได้ระดับ 4K

 

ภายในของ iPad Pro จะปรับมาใช้งานหน่วยประมวลผล Apple A12X Bionic ที่ให้พลังในการประมวลผลสูงกว่า A12 Bionic ปกติที่ถูกนำเสนอออกมาครั้งแรกร่วมกับ iPhone XS และกลายเป็นหน่วยประมวลผลแรกที่ใช้งานสถาปัตยกรรมแบบ 7 นาโนเมตร ที่ประสิทธิภาพสูงที่สุดในเวลานี้

 

 

ขณะเดียวกัน Apple Pencil 2 ก็ถูกพัฒนาให้มีความสามารถมากขึ้น ด้วยการเพิ่มปุ่มสัมผัสเพื่อใช้สั่งงาน iPad ได้แล้ว เช่นเดียวกับเพิ่มระบบการชาร์จไร้สาย ที่สามารถแปะติดเข้ากับตัวเครื่อง iPad Pro รุ่นใหม่ได้ทันที เพื่อเก็บ เชื่อมต่อปากกา และชาร์จไปในตัว

 

ยังมีในส่วนของคีย์บอร์ดรุ่นใหม่ ที่รองรับการปรับระดับจอแสดงผล และใช้ในการปกป้องหน้าจอด้วย ทำให้ iPad Pro สามารถใช้งานแทนพีซีในกรณีที่ต้องใช้งานคีย์บอร์ดแบบเต็มรูปแบบได้ทุกที่ทุกเวลา

 

 

ประเด็นสำคัญที่แอปเปิล พยามสื่อขึ้นมาคือเรื่องยอดขายของ iPad ที่ปัจจุบันมียอดขายแซงโน้ตบุ๊กไปเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น แอปเปิล ระบุว่า iPad รุ่นใหม่ เร็วกว่า 92% ของโน้ตบุ๊กที่ถูกจำหน่ายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

 

 

ทั้งนี้ ราคาจำหน่ายของ iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว Wi-Fi เริ่มต้นที่ 28,900 บาท ส่วนรุ่น Wi-Fi + Cellular เริ่มต้นที่ 33,900 บาท ส่วน iPad Pro 12.9 นิ้ว Wi-Fi เริ่มต้นที่ 35,900 บาท ส่วน Wi-Fi + Cellular เริ่มต้นที่ 40,900 บาท มีให้เลือกด้วยกัน 4 ขนาดคือ 64 GB 256 GB 512 GB และ 1 TB

 

ส่วนปากกา Apple Pencil 2 วางจำหน่ายในราคา 4,490 บาท และ Smart Keyboard Folio ในราคา 6,490 บาท สำหรับรุ่น 11 นิ้ว และ 7,290 บาท สำหรับรุ่น 12.9 นิ้ว

 

 

ภายในงานยังมีการเปิดตัว แมตบุ๊กแอร์ รุ่นใหม่ ที่ปรับปรุง MacBook Air 13” รุ่นเดิม ด้วยการปรับดีไซน์ใหม่ ทั้งการเปลี่ยนมาใช้หน้าจอแบบ Retina Display 13.3” นิ้ว ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล ให้สีเพิ่มขึ้น 48% มาพร้อมกล้องหน้าแบบ FaceTime HD Camera ที่รองรับการใช้งาน Group FaceTime

 

พร้อมใส่ Touch ID มาให้ใช้งาน คู่กับชิป T2 ที่เป็นระบบรักษาความปลอดภัย ในการเข้ารหัสข้อมูลต่างๆ ตัวเครื่องรองรับการใช้งาน SSD สูงสุด 1.5 GB หน่วยประมวลผล 8th Gen Intel Core i5 ใส่ RAM ได้สูงสุด 16 GB

 

ตัวเครื่องมากับพอร์ต Thunderbolt 3 (USB-C) 2 พอร์ต ภายในมากับแบตเตอรีที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 12 ชั่วโมงเมื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายไวไฟ และสามารถเล่นภาพยนต์ต่อเนื่องได้ 13 ชั่วโมง ขนาดตัวเครื่องโดยรวมเล็กลง 17% และบางลง 10% น้ำหนักอยู่ที่ราว 1.25 กิโลกรัม


เช่นเดียวกับตัวคีย์บอร์ด และแทร็กแพด ที่เปลี่ยนมาใช้งานคีย์บอร์ดแบบ Butterfly 3 และแทร็กแพดแบบ Force Touch เหมือนใน MacBook Pro ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และเวลาพิมพ์เสียงเบาลง

 

 

ทั้งนี้ แมคบุ๊กแอร์ รุ่นใหม่ วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 42,900 บาท มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ เทา เงิน และทอง โดยจุดที่น่าสนใจคือวัสดุที่แอปเปิลเลือกนำมาใช้ในการผลิต แมคบุ๊กแอร์ รวมถึงแมคมินิ คือการนำอะลูมิเนียมอัลลอยด์ที่ทำมาจากอะลูมิเนียมรีไซเคิลแบบ 100% ที่นอกจากทำให้ตัวเครื่องมีความแข็งแรงแล้ว ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่รักษ์โลกด้วย

 

ในส่วนของแมคมินิ ที่แอปเปิลไม่ได้อัปเกรดมานานแล้ว รอบนี้เน้นไปที่การอัปเกรดให้เครื่องมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมถึง 5 เท่า มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล 8th Gen 8th Gen Intel Core i ที่เลือกได้ระหว่าง Core i3 ไปจนถึง Core i7 RAM สูงสุด 64GB และ SSD สูงสุด 2 TB

 

ส่วนของพอร์ตเชื่อมต่อ มีทั้ง Thunderbolt 3 (USB-C) 4 พอร์ต USB-A 2 พอร์ต พร้อมกับพอร์ต HDMI ช่องเสียบหูฟัง LAN 10 Gbps โดยแมค มินิ จะวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 27,900 บาท