ใครได้อะไรจาก “ครม.สัญจร”
วันที่เผยแพร่ วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2561 เวลา 07:38 น.

 

ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา หลายคนคงได้ฟังข่าวคราวเกี่ยวกับ “การประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ” หรือ ที่เรียกว่า ครม.สัญจร บ่อยครั้ง

 

ขณะที่รัฐบาลยังมี โปรแกรมที่จะสัญจรต่อเนื่องไปตาม “จังหวัดเมืองหลัก และเมืองรอง” มีหลายจังหวัดไปจนถึงสิ้นปี

 

โดยการประชุม ครม.สัญจร ครั้งล่าสุด ที่ประชุมกันในวันที่ 7-8 พ.ค. จัดขึ้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ที่ จ.บุรีรัมย์ โดยมีจังหวัดเป้าหมายทั้งหมด 4 จังหวัด คือ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ชัยภูมิ และนครราชสีมา

 

ถือเป็นการประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 3 ในรอบไม่ถึง 5 เดือนของปี 2561 นี้ และถือเป็นการสัญจร ครั้งที่ 9 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

หลายคนตั้งคำถามว่า “สัญจร” กันถี่ๆ อย่างนี้ ใครได้ประโยชน์ และได้ประโยชน์อย่างไร ขณะที่อีกหลายฝ่ายมองข้ามช็อตไปว่า เป็นการหาเสียงล่วงหน้าของรัฐบาลหรือ ไม่ใช่

 

“ปูพรม” ลงพื้นที่กันต่อเนื่อง ปั้นโครงการแจกงบประมาณ เพื่อเรียกคะแนนเสียงจากประชาชนไว้รอ “วันเลือกตั้ง” ที่กำลังจะมาถึง

 

อย่างไรก็ตาม ในฝั่งรัฐบาล ได้ประกาศไว้ในช่วงก่อนหน้าว่า การจัด ครม.นอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร นั้น เพราะต้องการลงพื้นที่จริงให้ทั่วทั้ง 6 ภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อไปรับรู้ถึงความเป็นอยู่ และปัญหาอุปสรรคที่แท้จริงของแต่จะภูมิภาคหรือกลุ่มจังหวัด 

 

รวมทั้งสามารถส่งตรงแรงกระตุ้นให้เกิดการเติบโต และการพัฒนาได้ถึงในพื้นที่ ทั้งภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก และช่วยเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในแต่ละพื้นที่ด้วย

 

วันนี้ เรามาตามติด ครม.สัญจร ที่ผ่านมา ทั้ง 9 ครั้งของรัฐบาลกันว่า ในแต่ละครั้งเกิดอะไรขึ้น  

 

โดยครม.สัญจร ของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น แบ่งได้เป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่จัดในปี 2558 ถือเป็น ครม.สัญจร ช่วงแรกรวม 2 ครั้ง โดยสัญจรกัน 2 พื้นที่ คือ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ ครม.สัญจร จ.เชียงใหม่

 

และครม.สัญจรช่วงที่ 2  ตั้งแต่กลางปี 2560 ที่ผ่านมา รวมครั้งล่าสุดเป็น 7 ครั้งด้วยกัน โดยช่วงนี้ เริ่มสัญจรครั้งแรกที่ จ.นครราชสีมา ต่อด้วย ครม.สัญจรพื้นที่ภาคกลาง ที่ จ.สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ตามมาด้วย ครม.สัญจรพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ จ.ปัตตานี และ สงขลา จากนั้น เป็นคิวของพื้นที่ ภาคกลางตอนบน ที่ จ.สุโขทัย พิษณุโลก ในช่วงปลายเดือน ธ.ค.ถือเป็นครม.สัญจรส่งท้ายปี

 

ขึ้นปี 2561 เริ่มการประชุม ครม.สัญจรครั้งแรกของปี ที่ จ.จันทบุรี ตราด ในเดือน ก.พ.เพื่อหนุนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี  หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 5-6 มี.ค ที่ผ่านมา ครม.สัญจร เลือกลงพื้นที่เมืองท่องเที่ยว จ.สมุทรสาคร และเพชรบุรี และล่าสุด ครม.สัญจร อีสานล่าง ที่ จ.บุรีรัมย์เมื่อ 7-8 พ.ค.

 

ทั้งนี้ จากการติดตามผล ครม.สัญจร ทั้ง 9 ครั้งที่ผ่านมา พบว่า ครม.สัญจร ได้มีการอนุมัติโครงการและเม็ดเงินเข้าไปพัฒนา โดยเน้นโครงการเฉพาะถิ่นเป็นสำคัญ

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของ ครม.สัญจร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.เชียงใหม่นั้น ใน 2 ครั้งแรก นี้  ครม.สัญจร ยังเป็นการลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหา และอุปสรรค มากกว่าการอนุมัติโครงการเฉพาะเจาะลงในแต่ละพื้นที่ ทำให้มีการอนุมัติงบประมาณลงพื้นที่จาก ครม.สัญจร ทั้ง 2 ครั้งไม่มากนัก

 

ขณะที่ ครม.สัญจรครั้งที่ 3  ในรอบที่ 2 นี้ เตรียมตัวได้พร้อมกว่า โดยการประชุม ครม.สัญจร ที่โคราช หรือจ.นครราชสีมา ในช่วงเดือน ส.ค.ปี 60 ที่ผ่านมา  ครม. ได้อนุมัติงบประมาณกว่า 6,100 ล้านบาท เพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง  โดยเป็นอนุมัติงบประมาณ 2,600 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการสร้างทางรถไฟรางคู่ ยกระดับเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการจราจรในตัวเมืองนครราชสีมา และอนุมัติงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูถนนและโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ งบประมาณรวม 3,500 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกัน ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอโครงการบริหารจัดการน้ำที่มีความพร้อม รวม 348 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 8,820 ล้านบาท เพื่อขอรับการอนุมัติงบประมาณในปี 61 นี้ด้วย

 

สำหรับ ครม.สัญจร ครั้งที่ 4 พื้นที่ภาคกลาง ที่ จ.สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา

 

จังหวัดสุพรรณบุรีเสนอจำนวนโครงการเร่งด่วน 4 โครงการ วงเงินงบประมาณทั้งหมด 109.28 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการเสริมดินปากท่อและสะพาน พื่อป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัด 2.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วมในสถานพยาบาลใน อ.เมือง อ.บางปลาม้า และอ.สองพี่น้อง 3.โครงการปรับปรุงพัฒนาเมืองโบราณอู่ทอง อ.อู่ทอง และ 4.โครงการพัฒนาการระบายน้ำคลองรางอีไพ 

 

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติวงเงินงบประมาณที่ใช้ดำเนินโครงการตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ปีการผลิต 2560/61 ด้านการตลาด ตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ จำนวน 3 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 87,216.17 ล้านบาท เป็นวงเงินสินเชื่อ 33,510.00 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 53,706.17 ล้านบาท

 

และอนุมัติวงเงินงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการฟื้นฟูอาชีพการเกษตรแก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2560 ใน 43 จังหวัด จำนวน 2,295.00 ล้านบาท

 

ครม.สัญจร ครั้งที่ 5 พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ จ.ปัตตานี และ สงขลา

 

กระทรวงคมนาคม ระบุแผนงานโครงการก่อสร้างทางหลวง บริเวณพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) รวมทั้งสิ้น 16 โครงการ ระยะทาง 165กม. วงเงิน 12,925ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการ/ก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 5 โครงการ ระยะทาง 43 กิโลเมตร วงเงิน 1,420 ล้านบาท และอยู่ในแผนงานปี 2562- 2563 จำนวน 11โครงการ ระยะทาง 122กิโลเมตร วงเงิน 11,505 ล้านบาท

 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มี 1.โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ มะพร้าว 2. โครงการระบบสงเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปาล์มน้ำมัน 3. โครงการระบบสงเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ข้าว 4.โครงการสงเสริมอาชีพด้านปศุสัตว์ (ไก่เบตง, โคเนื้อ, แพะเนื้อ/แพะนม/แกะ) 5. ส่งเสริมการทำประมงต้นแบบ และ 6. โครงการธนาคารโคประชารัฐชายแดนใต้ คาดจะใช้เงินประมาณทั้งสิ้น 700 ล้านบาท

 

ขณะที่กรมชลประทาน มีแผนการดำเนินการด้านชลประทานปี 2561-2562  ในส่วนของชายแดนภาคใต้ 25 โครงการ วงเงินทั้งโครงการ 3,533 ล้านบาท

 

ครม.สัญจร ครั้งที่ 6 ส่งท้ายปลายปี 60 ที่ จ.สุโขทัย พิษณุโลก

 

ที่ประชุม ครม.สัญจร ได้อนุมัติงบประมาณ 1,900 ล้านบาท แก้ปัญหาท่วม น้ำแล้งในลุ่มน้ำยม เพื่อขยายพื้นที่รับน้ำหลากบางระกำโมเดล 550 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปัจจุบัน 400 ล้านลูกบาศก์เมตร โครงการคลองชักน้ำ ทั้งฝั่งซ้ายฝั่งขวา และ ประตูระบายน้ำท่านางงาม เพื่อตัดยอดน้ำก่อนเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

 

นอกจากนั้น ยังได้เห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรม เสนอแผนงานและโครงการเร่งด่วน ในการผลักดันการท่องเที่ยวในพื้นที่ มรดกโลก 3 เมือง คือ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร ด้วยกรอบดำเนินการ 4 ปี งบประมาณรวม 1,115 ล้านบาท

 

ครม.สัญจร ครั้งที่ 7 ในเดือนแห่งความรัก ก.พ.61 ที่ จ.จันทบุรี ตราด

 

กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor : EFC) ทำตลาดกลางประมูลผลไม้คุณภาพสูง สร้างมาตรฐานระบบการซื้อ-ขายผลไม้ให้เป็นสากล และเชื่อมโยงกับผู้ค้าผลไม้ในตลาดโลกเข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรองในด้านราคากับผู้ซื้อมากขึ้น ใช้งบประมาณ 1,580 ล้านบาท โดยจะตั้งในนิคม Smart Park จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 

 

รวมทั้ง ครม.สัญจร ครั้งนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิและอู่ตะเภา ระยะทาง 220 กิโลเมตรอีกด้วย

 

ครม.สัญจร ครั้งที่ 8 ลงพื้นที่ท่องเที่ยว ที่ จ.สมุทรสาคร และเพชรบุรี

 

ครม.ได้เห็นชอบสนับสนุนงบประมาณดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจ.เพชรบุรี 573 ล้านบาท จากที่เสนอ 8,500 ล้านบาท โดยส่วนที่เหลือจะมีการเสนอเป็นโครงการขนาดใหญ่ต่อไป และยังได้เห็นชอบการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ริมแม่น้ำเพชรบุรีระยะที่ 3 ฝั่งซ้ายตั้งแต่สะพานวัดจันทราวา สอ.เมือง เพชรบุรี ความยาว 250 เมตร วงเงิน25 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกัน ได้ครม. เห็นชอบโครงการสนับสนุนการปลูกและบำรุงป่าชายเลนทดแทนให้แก่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.สมุทรสงคราม ให้แก่กรมทรัพยากรทางทะเลวงเงิน 563.39 ล้านบาท  เห็นชอบโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่เลนงอกใหม่ในท้องที่จ.เพชรบุรี โดยทำการปักไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นระยะทาง 20 กม.วงเงิน 80.50 ล้านบาท และปลูกป่าชายเลนจำนวน 625 ไร่ รวมเป็นเงิน 3.99 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 84.49 ล้านบาท รวมทั้ง เห็นชอบโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันตก ของจ.สมุทรสงคราม วงเงินงบประมาณ 57 ล้านบาท

 

คณะรัฐมนตรี ยังมีมติเห็นชอบการขยายผลธนาคารปูม้าเพื่อ“คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ไปสู่ชุมชนอื่น ๆ อย่างรวดเร็วในชุมชนชายฝั่ง จำนวน 500 ชุมชน ในระยะเวลา 2 ปี โดยให้ธนาคารออมสิน สนับสนุนเงินทุน (สินเชื่อ) ให้ชุมชนเพื่อเริ่มทำและดำเนินการธนาคารปูม้าและการอนุบาลลูกปูม้าชายฝั่งชุมชนละประมาณ 150,000 – 200,000 บาท เพื่อเป็นเงินทุนในการจัดระบบธนาคารปูม้า การสนับสนุนโรงเรือนและเซลล์แสงอาทิตย์ และเงินทุนหมุนเวียนการดำเนินการ

 

ขณะที่ครั้งล่าสุด การประชุม ครม.สัญจร กลุ่มจ.อีสานล่าง ที่ จ.บุรีรัมย์

 

หอการค้า 4 จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง เสนอโครงการพัฒนาพื้นที่  121 โครงการ  วงเงิน  20,706 ล้านบาท แบ่งเป็น ด้านเกษตรและแหล่งน้ำ  3,390 ล้านบาท ด้านโครงสร้างพื้นฐาน 11,800 ล้านบาท  การค้า การลงทุน และการค้าชายแดน 1,370 ล้านบาท  การท่องเที่ยว 496  ล้านบาท และการพัฒนาคุณภาพชีวิต 3,600 ล้านบาท 

 

โดย จ. บุรีรัมย์เสนอการก่อสร้างศูนย์การแพทย์และสถาบันการศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย์ให้เป็นรูปธรรม และการแก้ปัญหาผลกระทบการสร้างรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี โดยขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)  ขยายการยกระดับทางรถไฟให้พ้นบริเวณทางข้ามแยกโรงแรมเทพนครไปสิ้นสุดบริเวณถนนบายพาส ในเขตจ.บุรีรัมย์ เสนอจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาบุรีรัมย์ เพื่อสร้างอาชีพให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  และเสนอจัดตั้งสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวของจังหวัดบุรีรัมย์

 

ขณะที่ข้อเสนอที่สำคัญ ของจ.บุรีรัมย์ จะขอให้รัฐบาลพิจารณาส่งเสริมการก่อตั้งเมืองกีฬา หรือสปอร์ตซิตี้ และการก่อตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ เพราะ จ.บุรีรัมย์ มีการจัดแข่งขันกีฬาระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง เสนอโครงการปรับปรุงสนามบินบุรีรัมย์รองรับการเป็นสนามบินศุลกากร เพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโมโต จีพี ปี รวมทั้ง โครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น

 

จังหวัดสุรินทร์  เสนอโครงการก่อสร้างสนามบินจ.สุรินทร์ ที่อ.ปราสาท เป็นสนามบินพาณิชย์แห่งใหม่ รองรับการค้า และการท่องเที่ยว เสนอให้ปรับปรุงด่านศุลกากรจุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา บริเวณด่านช่องจอม อ.กาบเชิงให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการค้า การลงทุน รวมถึงการเดินทางผ่านแดนไปยังเมืองเสียบเรียบ ประเทศกัมพูชา

 

จังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า เดารแโครงการบริหารจัดการน้ำ และการขยายทางหลวงให้เป็น 4 ช่องจราจร ในทางหลวงหมายเลข 202 และ 205 เพื่อเชื่อมต่อไปยังทุ่งดอกกระเจียว ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

 

จังหวัดนครราชสีมา เสนอโครงการก่อสร้างศูนย์รวบรวมตู้คอนเทนเนอร์ และเปลี่ยนโหมดขนส่งจากทางรางไปสู่รถยนต์ รองรับโครงการรถไฟทางคู่ โครงการขยายถนน 4 ช่องจราจรในเส้นทางเชื่อมโยงไปจ.ชัยภูมิ  การส่งเสริมจังหวัดนครราชสีมาให้เป็นไมซ์ ซิตี้  ให้มีการก่อสร้างโครงการบริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา 

 

9 ครม.สัญจร รวมเบ็ดเสร็จที่อนุมัติไปแล้วมากมายหลายโครงการ มูลค่าโครงการมากมายมหาศาล หวังให้ประโยชน์ตกถึงประชาชน 

 

แต่ทั้งนี้ ทั้งนี้ ถ้าอนุมัติอย่างเดียวแล้วจบ ก็ถือว่ายังไม่ครบกระบวนการ สัญจรไปแล้วกลับมาเมืองหลวง ช่วยตามติดแต่ละโครงการกันด้วย ว่าไปถึงไหนอย่างไรแล้วบ้าง 

 

งานเดิน เงินออกจริงหรือไม่ อย่าแค่ว่า...ได้ไปก็พอ!!