สมชัย ศรีสุทธิยากร โดดลงสนามการเมือง วางเป้าแก้(แค้น)รัฐธรรมนูญ60
วันที่เผยแพร่ วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 เวลา 12:55 น.

 

สมชัย ศรีสุทธิยากร โดดลงสนามการเมือง วางเป้าแก้(แค้น)รัฐธรรมนูญ60

 

เหนือความคาดหมายเมื่อ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ตัดสินใจเข้าสมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังอุบสถานะทางการเมืองว่าจะได้ลงสมัครส.ส.หรือไม่อย่างไร

 

แต่ไม่ปฏิเสธว่าค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยนั้นจีบมานานพอสมควร นับตั้งแต่หลุดเก้าอี้ กกต.วันที่มาตรา 44 ประกาศเปรี้ยงลงมา

 

เมื่อถูกถอดสายฟ้าแลบ ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จึงโทรศัพท์มาให้กำลังใจในฐานะคนรู้จักจากการเข้าร่วมหลักสูตรอบรมหลักสูตรการพัฒนา การเมืองและการเลือกตั้ง ระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 7 ของกกต.

 

หลังจากให้กำลังใจ ผ่องศรีเลยลองแย๊บ แบบจีบๆทันที ว่าสนใจที่จะมาทำงานการเมืองร่วมกับพรรคหรือไม่ 

 

ผ่องศรีมองเห็นความรู้ความสามารถของสมชัย

 

ขณะเดียวกันความสันพันธ์ที่ดีระหว่าง สมชัย กับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเดินสายจากการ์ดงานวิวาห์ตัวเอง มีโอกาสพบทั้งอภิสิทธิ์ และชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์

 

ที่สำคัญหัวหน้ามาร์คยังมาร่วมยินดีในงานวิวาห์อีกด้วย

 

ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจเลือกพรรคนี้ นอกจากอุดมการณ์ตรงกัน แล้วยังสัมพันธ์ดี 

 

แต่จุดบ่มเพาะและแรงผลักดันในการตัดสินใจให้ “สมชัย”เลือกอนาคตทางการเมืองของตัวเองในวันนี้ นั่นเพราะส่วนหนึ่งวันวานเขาถูกมาตรา 44 สร้างรอยร้าวให้ออกจากตำแหน่งไวเกินควร

 

แต่ที่ตอกรากฝังลึกความอยุติธรรมในใจของเขานั่นก็คือ รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เซ็ตซีโร่ 5เสือ กกต.ให้หลุดจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผลไม่อยากให้กกต.เป็น "ปลาสองน้ำ" ในขณะที่องค์กรอิสระบางองค์กรยังได้อยู่ต่อ

 

สำหรับอดีตของ “สมชัย”นั้น ต้องบอกว่า วนเวียนในแวดวงการเมืองตั้งแต่เด็ก นับแต่เข้าเรียนสวนกุหลาบ OSK 90  เพราะเพื่อนร่วมรุ่นมีบทบาทต่อการเมืองไทยแทบทั้งนั้น ทั้ง เนวิน ชิดชอบ วัฒนา เมืองสุข วีระ สมความคิด  วุฒิสาร ตันไชย รองเลขาฯ สถาบันพระปกเกล้า เป็นต้น

 

กระทั่งทำงานเป็นอาจารย์สอนคณะรัฐศาสตร์้ จากนั้นเป็นผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งในฐานะมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยหรือพีเน็ต มาตั้งแต่ปี 2535 ต่อมาปี 57-61ได้รับแต่งตั้งเป็น 1 ใน 5 เสือกกต. ชุดที่มีนายศุภชัย สมเจริญ เป็นประธาน ก่อนเป็นรักษาการแทนคณบดีสำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

 

จากอดีตที่เป็นผู้สังเกตการณ์ และยังเป็นกรรมการในการเลือกตั้ง เฝ้ามองดูละครการเมืองไทยมายาวนาน แต่มองไม่เห็นจุดเปลี่ยนไปสู่น้ำดี

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีรัฐธรรมนูญ 60 ยิ่งมองไม่เห็นสิ่งที่จะนำประชาธิปไตยอย่างแท้จริงมาสู่ประเทศไทยและประชาชน การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นครั้งสำคัญยิ่งในชีวิต

 

สมชัยจะเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ เซ็ตซีโร่เขาจากการเป็นกกต.ได้หรือไม่ หรือจะสามารถทำให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยอย่างที่หวังได้อย่างไรอีกไม่นานคงรู้คำตอบกัน !!!