เปิดตัว iPhone 8-8 Plus และรุ่นพิเศษ iPhone X จอไร้ขอบไร้ปุ่มโฮม มาพร้อมระบบสแกนใบหน้า
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 13 กันยายน พ.ศ.2560 เวลา 07:49 น.

 

แอปเปิล (Apple) เปิดตัวไอโฟนใหม่ตระกูล iPhone 8 ตามรอยรุ่นพี่อย่าง iPhone 7 น้องน้อย iPhone 8 มาพร้อม 2 เวอร์ชันคือหน้าจอมาตรฐาน 4.7 นิ้วและจอใหญ่ 5.5 นิ้วซึ่งมีชื่อห้อยท้าย ”พลัส” (Plus) ทั้งคู่ขาย 3 สีคือเงิน เทาสเปซเกรย์ และทอง สนนราคาเริ่มที่ 699 เหรียญหรือ 23,000 บาท รุ่นความจุ 256GB มีค่าตัวเพิ่มขึ้นจาก 64GB ราว 4,900 บาท หรือ 150 เหรียญสหรัฐ

 

แม้จะถือเป็นรุ่นเล็กในการเปิดตัวครั้งล่าสุด แต่ซีอีโอแอปเปิล “ทิม คุก” (Tim Cook) ยืนยันว่า iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เป็นพัฒนาการก้าวใหม่ของไอโฟน ความต่างของ iPhone 8 เมื่อเทียบกับ iPhone 7 คือการใช้กระจกทั้งด้านหน้าและหลังเครื่อง บนเสียงวิจารณ์ว่ามีรูปลักษณ์สไตล์เดิม


"iPhone 8 และ iPhone 8 Plus คือ iPhone เจเนอเรชั่นใหม่ที่พัฒนาต่อยอดมาจากทุกสิ่งที่เรารักใน iPhone" เอ็ดดี คู (Eddy Cue) ผู้บริหารแอปเปิลระบุระหว่างเปิดตัว iPhone 8 

 

 

เช่นเดียวกับการอัปเกรดไอโฟนครั้งที่ผ่านมา รุ่นใหม่อย่าง iPhone 8 และ 8 Plus หันมาใช้ชิปใหม่ A11 Bionic ใช้หน้าจอใหม่ที่คมชัดกว่าและแข็งแรงกว่าเดิม กล้องที่ดีกว่า และอีกหลายคุณสมบัติบนเครื่องขนาดเดิม


หากไม่นับรุ่นใหญ่ iPhone X ทั้ง iPhone 8 รุ่น 4.7 นิ้วและ iPhone 8 Plus ขนาด 5.5 นิ้วถูกยกว่าสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดเหนือไอโฟนรุ่นใด การถ่ายวิดีโอ 4K สามารถทำได้ในสัดส่วนเฟรมเรตที่เร็วกว่า ถ่ายวิดีโอสโลวโมชันได้ 240 เฟรมต่อวินาที ที่ความละเอียด 1080p

 

 

ชิปใหม่ A11 Bionic ถูกการันตีว่าเป็นชิปที่ฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน ทำงานได้เร็วกว่า 25% เมื่อเทียบกับ A10 Fusion ใน iPhone 7 

 

ความสามารถสำคัญของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus คือการชาร์จไร้สาย ไอโฟนใหม่สามารถวางบนจุดชาร์จได้โดยไม่ต้องใช้สายเสียบอีกต่อไป แม้คุณสมบัตินี้จะมีในสมาร์ทโฟนหลายรุ่น แต่ iPhone 8 คือไอโฟนรุ่นแรกที่มีคุณสมบัตินี้

 

จุดนี้ผู้บริหารแอปเปิลให้ข้อมูลว่า iPhone 8 และ 8 Plus สามารถชาร์จไร้สายได้เพราะวัสดุหลังเครื่องที่เป็นกระจก ซึ่งแม้วันนี้จะมีเทคโนโลยีชาร์จไร้สายหลายมาตรฐานให้เลือก แต่แอปเปิลเลือกใช้มาตรฐานที่แพร่หลายที่สุดคือ “ชิ” (Qi)

 

อีกความพิเศษคือกล้องบน iPhone 8 Plus ได้รับการปรับแต่งมาโดยเฉพาะเพื่อประสบการณ์ AR มีไจโรสโคปพร้อมด้วยอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบใหม่ที่ช่วยให้ติดตามการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ ส่วนการติดตามโลกรอบตัว การรู้จำฉาก และกราฟิกที่ลื่นไหลระดับ 60fps 

 

สนนราคา iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เริ่มที่ 699 เหรียญหรือ 23,157 บาท เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15 กันยายน วางจำหน่ายในร้านตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 กันยายนเป็นต้นไป

 

 

ทั้งนี้สามารถสั่งซื้อ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15 กันยายนเป็นต้นไป โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 22 กันยายน ในประเทศออสเตรเลีย, ออสเตรีย, เบลเยียม, แคนาดา, จีน, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ฮ่องกง, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ญี่ปุ่น, ลักเซมเบิร์ก, เม็กซิโก, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โปรตุเกส, เปอร์โตริโก, สิงคโปร์, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา

 

iPhone 8 และ iPhone 8 Plus จะวางจำหน่ายในประเทศอันดอร์รา, บาห์เรน, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, บัลแกเรีย, โครเอเชีย, ไซปรัส, สาธารณรัฐเช็ก, เอสโตเนีย, กรีซ, กรีนแลนด์, เกิร์นซีย์, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, เกาะแมน, เจอร์ซีย์, คอซอวอ, คูเวต, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, มัลดีฟส์, มอลตา, โมนาโก, โปแลนด์, กาตาร์, โรมาเนีย, รัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย, สโลวะเกีย และสโลวีเนีย ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 29 กันยายนเป็นต้นไป

 

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ Apple ยังเปิดตัว iPhone X (ไอโฟน เท็น) เพื่อเป็นการฉลอง 10 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวไอโฟนรุ่นแรก ที่หลายคนต้องร้องว้าว เพราะมาพร้อมขอบโค้งมนทำจากวัสดุสเตนเลส กล้องแนวตั้ง 2 ตัว ออกแบบมาให้ไร้ปุ่มโฮม จอภาพแบบ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว ที่ใหญ่กว่า iPhone7 Plus ที่เป็นจอซุปเปอร์เรตินาดิสเพลย์ ความละเอียด 458 พิกเซลต่อนิ้ว มี 2 สีให้เลือก คือ ดำสเปซเกรย์ และ สีเงิน ปลดล็อกโดยการเลื่อนขึ้น กดปุ่มด้านข้างเพื่อเรียก Siri

 

 

ปลดล็อกจอด้วยใบหน้า หรือ Face ID เพียงผู้ใช้งานจ้องไปที่หน้าจอ กล้องหน้า TrueDepth Camera ที่รวมเอาเซ็นเซอร์ตรวจจับใบหน้าจะวิเคราะห์ รายละเอียด และปลดล็อกหน้าจอในทันที และอีกลูกเล่นใหม่ ที่น่ารักๆ คงเป็น Animoji อิโมจิแบบเคลื่อนไหวได้ ด้วยการเลียนแบบหน้าของผู้ส่ง เป็นอิโมติคอน เคลื่อนไหวแบบแอนิเมชั่น นอกจากนี้ ยังอัดเสียง ก่อนส่งผ่าน iMessage ให้เพื่อนได้

 

 


ส่วนกล้องแนวตั้งของ iPhone X นั้น เป็นกล้องขนาด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น ใช้ Machine Learning‎ ช่วยในการโฟกัส กล้องหน้าถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ ส่วนแบตเตอรี่ อยู่ได้นานกว่า iPhone7 ถึง 2 ชั่วโมง และรองรับระบบชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi

 


โดยแท่นชาร์จไร้สายแบบใหม่ของแอปเปิลชื่อว่า แอร์พาวเวอร์ (AirPower) ที่สามารถชาร์จไอโฟน แอปเปิล วอตช์ และ หูฟังแอร์พ็อดส์ ได้พร้อมๆ กัน ใช้ชิปประมวลผล A11 Bionic ที่สามารถประมวลผลวิเคราะห์ใบหน้าของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ เพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล หรือปลดล็อกเครื่อง แท่นชาร์จไร้สายแบบใหม่ของแอปเปิล แอร์พาวเวอร์ (AirPower) อันนี้ยังไม่เปิดตัวราคา

 


iPhone X มีให้เลือกทั้งหมดสามสี ได้แก่ สีดำ สีขาว และสีทองแดง โดยมีความจุให้เลือกเพียงสองความจุเท่านัน ได้แก่ 64GB และ 256GB มีให้เลือสองสีได้แก่สีดำและสีขาว ราคาเริ่มต้น $999 หรือประมาณ 33,000 บาทครับ และรุ่น 256GB อยู่ที่ $1,149 หรือประมาณ 38,000 บาท เปิดพรีออเดอร์วันที่ 27 ตุลาคม วางจำหน่าย 3 พฤศจิกายนนี้

 

ทั้งนี้สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ต้องรอการประกาศจากทางแอปเปิลอีกครั้ง

 

 

 

ที่มา : ผู้จัดการ,แบไต๋,ไทยรัฐ