คสช.ไม่อยู่ใครจะดูแลความสงบ?
วันที่เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2561 เวลา 10:38 น.

 

ระยะเวลาเกือบ 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำการยึดอำนาจก่อนบริหารประเทศ ด้วยเหตุผล เพื่อจัดระเบียบสังคม คืนความสุข และความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชน 

 

เพราะก่อนหน้านั้น เต็มไปด้วย การเมืองบนท้องถนน ความขัดแย้งร้าวลึกที่ไม่สามารถประนีประนอมกันได้ด้วยกลไกสถาบัน ตามระบอบประชาธิปไตย บางครั้งเกือบเข้าสู่ภาวะ “สงครามกลางเมือง” และประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพเช่นนี้ มายาวนานกว่า 10 ปี 

 

หนึ่งเหตุการณ์เลวร้าย ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่หลายคนคงจำได้ดี  คือ สลายชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง หรือ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 10 เมษายน และ 19 พฤษภาคม 2553 ที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 99 ศพ และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 2,100 คน 

 

ต่อมาปี 2557 เกิดการชุมนุมใหญ่อีกครั้ง เมื่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นำผู้ชุมนุมในนามกลุ่ม กปปส. ออกมาเป่านกหวีด ขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ต่อเนื่องตั้งแต่ 31 ตุลาคม 2556-16 มิถุนายน 2557 ภายหลังรัฐบาลพรรคเพื่อไทยผลักดันแก้รัฐธรรมนูญ และผ่านกฎหมายนิรโทษฉบับเหมาเข่ง บรรยากาศที่ประเทศกำลังเข้าสู่ทางตัน เปิดทางให้กองทัพ ซึ่งนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ขณะนั้นทำการยึดอำนาจรัฐบาล ขณะที่ม็อบ กปปส. ก็ประกาศยุติความเคลื่อนไหวทันที

 

แต่ภายการบริหารประเทศโดย คสช. ก็ยังมีผู้ไม่ประสงค์ดี กล้าท้าทายอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือผู้นำ คสช.ทั้งความพยายามในการเคลื่อนไหวทางการเมือง และเหตุอาชญากรรมรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สินประชาชน 

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2558 คนร้ายลอบวางระเบิด 2 จุดใจกลางกรุงเทพมหานคร บริเวณแยกราชประสงค์ และ ท่าเรือสาทร มีผู้เสียชีวิต 20 ราย บาดเจ็บเกือบ 200 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติจีน คดีนี้ผู้ต้องหาเป็นขบวนการต่างชาติ

 

11-12 ส.ค. 2559 คนร้ายก่อวินาศกรรม วางระเบิดในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ ภูเก็ต ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ ผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 32 คน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.แถลงว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการเมืองที่สืบเนื่องจากการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 ส.ค.2559

 

22 พ.ค.2560  เกิดเหตุระเบิดภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ มีผู้บาดเจ็บนับสิบราย คดีนี้ นายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งเขาให้การรับสารภาพว่าเขา เคยก่อเหตุเหตุระเบิดมาแล้ว 6 จุดในปี 2550 และปี 2560 

 

และในปีเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกตรวจค้น จับกุมอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ได้หลายต่อหลายครั้ง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด อ้างหลักฐานเชื่อมโยงเครือข่าย “โกตี๋” แกนนำเสื้อแดงสายฮาร์ทคอร์ ใน จ.ปทุมธานี สอดรับกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปิดเผยระหว่างการให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2560 ว่ามีการวางแผนลอบสังหารตนเองด้วยอาวุธนี้ด้วย 

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่สะท้อนผ่านโพลล์ตรงกันหลายสำนัก ตลอด 4 ปี ประชาชนส่วนใหญ่ พอใจ และยังเชื่อมั่นใน รัฐบาล คสช.ในการรักษาความสงบเรียบร้อย นำบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ และนี่ก็เป็นคำถามเดียวกัน จากคนในฝั่งรัฐบาล ในวันที่นักการเมืองและคนกลุ่มหนึ่งขับไล่ ว่า ภายใต้บรรยากาศเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ ถ้าไม่มี คสช.ใครจะดูแลความสงบบ้านเมือง??