สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เคลียร์เผือกร้อนนั่งเก้าอี้ผู้นำพรรคทหาร
วันที่เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2560 เวลา 15:56 น.

 

รีบชิงปฏิเสธ ไม่ได้ถูกวางตัวนั่งเป็นหัวหน้าพรรคทหารในการเลือกตั้งสมัยหน้า

 

ในฉากที่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เบรกการปล่อยข่าวจากฝั่งนักการเมือง โดยยืนยันไม่เป็นความจริง เนื่องจากอายุมากแล้ว และสุขภาพไม่ดี

             

ดับการประโคมข่าวทันทีทันใด ไม่ให้ถูกจุดชนวนขยายผลเอิกเกริกไปมากกว่าที่เป็นอยู่

             

ไม่ให้ตกเป็นเป้าเสี่ยงเข้าเนื้อเจ็บตัวมากไปกว่านี้

             

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เบอร์หนึ่งด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลทหารยุคปัจจุบัน ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.  

             

ภาพลักษณ์โดดเด่น มีความเก่งกาจ เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระดับแถวหน้าของประเทศไทย 

             

เคยเป็นกำลังหลักน่ังเก้าอี้แม่ทัพเศรษฐกิจในยุครัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร ร่วมคิดค้นนโยบายประชานิยม 

             

สถานะปัจจุบันก็ยังเป็นหัวใจสำคัญรัฐบาลทหารของ “บิ๊กตู่” ที่กำลังเดินหน้าผลักดัันตัวเลขเศรษฐกิจไทยให้เจริญเติบโต ภายใต้นโยบาย“ประชารัฐ” ทำแต้มเรียกคะแนนคนจนได้ไม่ยิ่งหย่อนกว่านโยบาย “ประชานิยม”

             

เกิด 15 ก.ค.2496 คนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน ศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์  ปริญญาโท ด้านบริหารการเงิน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ก่อนบินไปคว้าดีกรี “ดอกเตอร์” สาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี2527 

             

ผ่านการทำงานกับบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่อาทิ เครือสหพัฒนพิบูล บริษัท เอเอสทีวี กระโจนลงสนามการเมืองครั้งแรก เป็นเลขานุการรมว.คลัง สมัยที่มีนายทนง พิทยะ เป็นรมว.คลัง ในรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

             

ถูกชักชวนจาก”ทักษิณ”ไปร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ร่วมกันคิดค้นนโยบายประชานิยม อาทิ กองทุนหมู่บ้าน 30บาทรักษาทุกโรค จนพรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ช่วยให้ “ทักษิณ”ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ

             

ขณะที่ “สมคิด”ได้ปูนบำเหน็จเป็นรมว.คลัง สลับหมุนเวียนนั่งเก้าอี้รมต.ไปหลายตำแหน่ง อาทิ รองนายกรัฐมนตรี  รมว.พาณิชย์ 

               

ช่วงที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยกำลังถูกรุกไล่จากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขับไล่ “ทักษิณ” ออกจากตำแหน่งนายกฯนั้น  เสียงส่วนใหญ่ของแกนนำพรรคสนับสนุนให้ “สมคิด”เข้ารับตำแหน่งนายกฯแทน สร้างความหวาดระแวงให้ “ทักษิณ” จนลดขั้น “สมคิด”ไม่ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 เริ่มไม่ไว้วางใจท่าทีของ ขุนพลคู่บารมีมากขึ้น พอกพูนเป็นความกินแหนงแคลงใจกัน สะบั้นความสัมพันธ์กันในที่สุด

             

หลังจากพรรคไทยรักไทยถูกยุบปี2549  “สมคิด” โดนหางเลขถูกแช่แข็งการเมือง 5ปี จึงหันไปร่วมบุกเบิกก่อตั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ร่วมกับนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งใหม่ปี 2550

             

จากนั้นได้แยกตัวไปนั่งเก้าอี้กุนซือให้ภาคธุรกิจหลายแห่ง กระทั่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”  ชื่อของ “สมคิด” ได้รับความไว้วางใจให้มาเป็นรองนายกรัฐมนตรี รับบทบาทสำคัญเป็นหัวหน้าทีมด้านเศรษฐกิจ ช่วยงานท็อปบูตขับเคลื่อนแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

             

ผลักดันแบร์นดใหม่ “ประชารัฐ” ออกสวัสดิการช่วยเหลือคนจนมาตีตลาดแทนที่โครงการ “ประชานิยม”อาทิ บัตรคนจน เงินกู้ต่างๆ การลดหย่อนภาษี  รวมทั้งผลักดันเมกกะโปรเจคก์รถไฟฟ้าสายต่างๆ รถไฟความเร็วสูง อัดฉีดเม็ดเงินลงพื้นที่ต่างๆเพื่อเข็นการเติบโตตัวเลขทางเศรษฐกิจให้เป็นไปตามเป้าหมาย

           

ปั่นผลงานเป็นที่ไว้วางใจของ “บิ๊กตู่” มีบทบาทโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ เป็นที่จับตาจะเป็นขุนพลคู่กายของผู้นำคสช.ในการกับมาครองอำนาจสมัยหน้า  ขณะเดียวกันตกเป็นเป้ารุมถล่มจากฝ่ายการเมือง สกัดไม่ให้มีผลงานเชิดหน้าชูตา

           

ล่าสุดเจอปล่อยข่าวจากนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุจะมานั่งเป็นหัวหน้าพรรคประชารัฐ ที่เป็นนอมินีของค่ายท็อปบูต เพื่อต่อยอดให้ “บิ๊กตู่”กลับมาเป็นผู้นำประเทศอีกครั้งในการเลือกตั้งสมัยหน้า 

           

แต่เจ้าตัวรีบชิงปฏิเสธข่าวทันที ระบุไม่เคยคิดจะเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง 

           

ทิ้งปริศนาพรรคทหารให้ต้องจับตาต่อไป ใครจะนั่งแท่นเป็นผู้นำพรรคลายพราง