แพงหูฉี่รัฐสภาทองคำ!!!!!
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2561 เวลา 11:28 น.


 

เป็นอีกหนึ่งมหากาพย์โครงการก่อสร้าง ที่ใช้เวลาดำเนินการอย่างยาวนาน แต่ไม่แล้วเสร็จ แถมยังเกิดความไม่โปร่งใสเป็นระยะๆ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว 


“สัปปายะสภาสถาน” หรือโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นี้  ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 123 ไร่ 1 งาน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนที่ดินราชพัสดุถนนทหาร (เกียกกาย) งบก่อสร้างกว่า 39,000 ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค. 62  ด้วยการใช้งบประมาณที่มหาศาล จึงเป็นที่จับตามองของประชาชนในการแบ่งสรรกระจายงบ  

 

ล่าสุด มีการของบเพิ่มกว่า 8,500 ล้านบาท ติดตั้งระบบสื่อสารและงานไอที แต่ ครม.อนัมัติแค่ 512 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนที่เหลือกว่า 8,000 ล้านบาท ถูกตีกลับ เหตุเพราะอุปกรณ์บางชิ้นแพงหูฉี่  เช่น ไมโครโฟนตัวละ 1.2 แสนบาท นาฬิกาเรือนละ 7 หมื่นบาท 

 

สำหรับโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่นี้ริเริ่มเมื่อปี 2536 ใช้เวลากว่า  20 ปี และเปลี่ยนสถานที่ก่อสร้างมาแล้วถึง  6 ครั้ง แรกเริ่มประเมินวงเงินก่อสร้าง 23,047 ล้านบาท แต่เมื่อปี 2561 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชง ครม.อนุมัติงบงอกมหาศาล คือค่าขยายเวลาก่อสร้าง 512 ล้านบาท และส่วนที่ 2 เพิ่มเป็นค่าที่ปรึกษาที่จะมาเร่งรัดงานให้เร็วขึ้น 229 ล้านบาท และส่วนที่ 3 คืองบประมาณก่อสร้างเดิมตามแผน 16,333 ล้านบาท สองส่วนหลังนี้ถูกตีกลับ 

 

สงสัยกันมั้ย?? ทำไมเงินงอกมหาศาล เงินงอกนี้ซุกรวมอยู่ใน 2 ส่วน คือ ระบบเทคโนโลยีและการสื่อสาร เดิมเคยขอไว้ 3,000 ล้านบาท ขอเพิ่มอีก 3,493 ล้านบาท บวกกันค่าระบบเทคโนโลยี 6,000 กว่าแล้ว กับอีกส่วนคือค่าสาธารณูโภค สาธารณูปการ เดิมขอไว้ 586  ขอเพิ่มอีก 826 ล้านบาท บวกกันมากกว่า 1,400 ล้านบาท

 

ก่อนนายวิลาส จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ แฉแหลกว่า ทีวี  65 นิ้ว ที่รัฐสภาจะจัดซื้อ ราคาถึง 170,000 บาท แต่ในตลาด ต่ำสุด 30,000 ปลายๆ ก็มี หรือถ้าสูงสุดสเปคเทพก็ 90,000 กว่าบาท หรือนาฬิกาดิจิตอลราคาเรือนเฉียดแสน  

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดข้อสงสัยเรื่องการใช้เงินงบประมาณก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ย้อนกลับไปยุครัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ก็เคยถูกแฉ ใช้งบประมาณสูงเกินจริง จัดซื้อนาฬิกาติดผนังภายในอาคารรัฐสภา  ราคาเรือนละกว่า 75,000 บาท จำนวน 200 เรือน วงเงิน 15 ล้านบาท  สร้างห้องประชุมกรรมาธิการสุดหรู 22 ล้านบาท 

 

ขอเบิกจ่ายเงินกันมันส์มือ แต่งานไม่คืบ จากแผนเดิมต้องแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2558 แต่เมื่อเดือนมีนาคม 2561 ยังแล้วเสร็จไม่ถึงครึ่ง ขยายเวลาก่อสร้างกันมาแล้วถึง 3 ครั้ง ล่าสุดคาดแล้วเสร็จปลายปี 2562 ประชาชนเจ้าของภาษีทำได้แค่รอและหวังว่าเมคกะโปรเจคนี้จะไม่ซ้ำรอยรัฐต้องเสียค่าโง่