5 ธันวาคมวันดินโลก พระปรีชาความสามารถของ "ในหลวงร.9"
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2561 เวลา 11:12 น.

 

น้อยคนนักที่จะทราบว่าวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี นอกจากจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) หรือวันพ่อแห่งชาติ และวันชาติไทยแล้ว

 

วันดินโลก – พระปรีชาความสามารถของในหลวงรัชกาลที่ 9


วันที่ 5 ธันวาคม ยังเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของไทยที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประกาศให้เป็น วันดินโลก (World Soil Day) อีกด้วย และในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ จะพาทุกคนมาเรียนรู้ถึงความสำคัญของวันดินโลก พร้อมทั้งยังมีโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับดินของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการก่อตั้งวันดินโลกมาบอกกันอีกด้วย

 

 

ประวัติ วันดินโลก


วันดินโลก (World Soil Day) ถูกกำหนดขึ้นมาตามมติขององค์การสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจและการเงินของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญที่ 68 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2556 ให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันดินโลก (World Soil Day)

 

และกำหนดให้ปี พ.ศ. 2558 เป็นปี ดินสากล (International Year of Soils) โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรดินต่อการพัฒนาด้านการเกษตร โภชนาการ และความมั่นคงทางอาหาร ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

 

ทั้งนี้สาเหตุที่กำหนดให้วันดินโลก ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมนั้น สื่อเนื่องมาจากการประชุมสภาโลกแห่งปฐพีวิทยา (World Congress of Soil Science) ครั้งที่ 17 เมื่อปี พ.ศ. 2545 ทางสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Sciences) ได้ตระหนักถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในการพัฒนาทรัพยากรดิน

 

โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการเกษตร จึงให้เลือกวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพเป็นวันดินโลก เพื่อเทิดพระเกียรติพระวิริยอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในด้านการปกป้องและพัฒนาทรัพยากรดิน

 

ดังนั้น การเกิดขึ้นของ วันดินโลก จึงมีความเกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Science : IUSS) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization : FAO) และองค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN)

 

 

โครงการในพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9


1. โครงการศึกษาฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม


โครงการศึกษาฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม (อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) ตั้งอยู่ที่บ้านเขาชะงุ้ม หมู่ที่ 2 ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นศูนย์การศึกษาวิจัยและสาธิตวิธีการฟื้นฟูปรับปรุงที่ดินเสื่อมโทรม ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้งอย่างมีประสิทธิภาพ

 

เพื่อเป็นรูปแบบและส่งเสริมอาชีพเกษตรกรที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่โครงการได้เรียนรู้วิธีการจัดการดิน น้ำ และพืชอย่างถูกต้อง มีความยั่งยืนไม่กระทบต่อสิ่งแสดล้อม ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

 

2. โครงการแกล้งดิน


ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับทราบความเดือนร้อนของประชาชนชาวภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรในจังหวัดนราธิวาส ที่ประสบปัญหาดินเปรี้ยวทำให้เพาะปลูกไม่ได้ พระองค์จึงมีพระราชดำริให้ทำการศึกษาและพัฒนาดินพรุ เพื่อแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จังหวัดนราธิวาส  โดยวัถตุประสงค์หลักในการศึกษาและพัฒนาพื้นที่ที่เป็นดินพรุให้เปลี่ยนกลับมาเป็นดินที่มีคุณภาพ ก็เพื่อให้ประชาชนสามารถทำการเพาะปลูกได้

 

วิธีการแกล้งดิน เริ่มจากการแกล้งดินให้เปรี้ยวสุดขีด ด้วยการทำให้ดินแห้งและเปียดสลับกัน เพื่อเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดินพรุที่มีสารประกอบของกำมะถันที่จะทำให้ดินมีสภาพเป็นกรดจัดเมื่อดินแห้ง จากนั้นจึงทำการปรับปรุงดินที่เป็นกรดจัดด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่จะช่วยลดความเป็นกรดลงมาได้ให้อยู่ในระดับที่จะสามารถเพาะปลูกพืชต่าง ๆ ได้


3. โครงการหญ้าแฝก


ในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงศึกษาเรื่องการใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำจากเอกสารธนาคารโลก ที่นาย Richard Grimshaw ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย และพระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการหญ้าแฝก โดยให้ทดลองปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน และในปัจจุบันมีหน่วยงานต่าง ๆ ได้ดำนเนินงานสนองพระราชดำริการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอย่างมากมายหลายพื้นที่ด้วยกัน

 

4. โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน


สำหรับ โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ตั้งอยู่ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ที่ราษฎรน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน จำนวน 216 ไร่ ครั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทอดพระเนตรเห็นสภาพความทุรกันดารของพื้นที่ จึงมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งดิน น้ำ ป่าไม้ ณ พื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งหมู่บ้านรอบ ๆ ศูนย์อีกด้วย

 

โดยการวางแผนปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ทั้งยังให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน เป็นแหล่งศึกษา ค้นคว้า และสนามทดลองทางด้านการเกษตรกรรม เพื่อให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจเข้ามาดูงานและนำแนวพระราชดำริไปปฏิบัติตาม พัฒนาอาชีพและพื้นที่ของตน เพื่อให้ประชาชนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

5. โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย


ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ตั้งอยู่ ณ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เคยมีความอุดมสมบูรณ์ที่มาก ๆ มาก่อนที่จะถูกราษฎรเข้าบุกรุกทำลายป่าเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำให้พื้นที่แห้งแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล และสภาพพื้นดินก็เสื่อมโทรมอย่างหนัก ทำให้ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ในหลวงรัชกาล 9 จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่บริเวณห้วยทราย เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาด้านป่าไม้อเนกประสงค์

 

6. โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้


ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ (อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) ตั้งอยู่ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์แห่งนี้ได้นำพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทั้งด้านทรัพยากรต้นน้ำ ด้านการเกษตรกรรม ด้านปศุสัตว์และโคนม และด้านอุตสาหกรรม ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเรียนรู้และนำสิ่งที่ได้ไปปฏิบัติใช้ได้จริง

 

** นี่เป็นเพียงบางส่วนของโครงการในพระราชดำริเกี่ยวกับดิน ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกี่ยวกับการเกษตรมากกว่า 4,000 โครงการ ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาและปรับปรุงดินแทบทั้งสิ้น

 

ที่มา : lifestyle.campus-star.com