แพทย์ย้ำอาการ 13 หมูป่ายังหูอื้อ-ปอดอักเสบ คาดอีก 1-2 วันดีขึ้น
วันที่เผยแพร่ วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2561 เวลา 14:26 น.

 

วันนี้ (12 ก.ค.) นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยอาการของนักฟุตบอลแยาวชนและโค้ช 13 คนทีมหมูป่าอะคาเดมีว่ามีการประเมินทุกเช้าเย็น โดยเช้านี้พบว่าสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ เดินเข้าห้องน้ำ และทำกิจวัตรประจำวันได้ ส่วนการให้ยาฆ่าเชื้อซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะยังต้องให้จนกว่าจะครบ 7 วัน โดยเฉพาะ 3 รายที่มีภาวะปอดอักเสบ ส่วนชุดหลังจำนวน 5 รายพบว่า มี 3 รายที่มีอาการหูอื้อ ตรวจสอบแล้วพบว่าเกิดจากหูชั้นกลางอักเสบ อาการดังกล่าวเกิดจากการเป็นหวัดได้ซึ่งให้การรักษาแล้ว คิดว่าจะดีขึ้นภายใน 1-2 วัน สำหรับสภาพจิตใจของทุกคนร่าเริงดี จะมีจิตแพทย์เข้าไปพูดคุยด้วยทุกราย

 

สำหรับตัวโค้ชซึ่งหลายคนกังวลถึงความรู้สึกผิดจะมีจิตแพทย์คอยติดตามดูแลเช่นเดียวกัน 


ส่วนผลการตรวจเลือดที่ส่งเข้ามาตรวจในห้องแล็บที่กรุงเทพมหานครเพื่อหาเชื้อโรคอุบัติใหม่ ไม่พบว่ามีความผิดปกติอะไร ส่วนผลเลือดล็อตที่ 2-3 จะทยอยออกมาเร็วๆ นี้ และเมื่อทราบผลแล้วจะมาประเมินอีกครั้ง แต่อยากให้ทั้งหมดอยู่ที่โรงพยาบาลให้ครบ 7 วันก่อน ยังไม่อยากให้กลับบ้านขณะนี้ เพราะเผชิญกับการอดอาหารมานาน อยู่ในสภาพอากาศที่อับชื้น ร่างกายเลยอ่อนแอ หากให้กลับบ้านอาจจะมีเสี่ยงติดเชื้อโรคต่างๆ โดยเฉพาะเชื้อไข้หวัดซึ่งติดง่าย 

 

นพ.เจษฎา กล่าวต่อว่า สำหรับหน่วยซีลที่เข้าไปอยู่กับน้องๆ ภายในถ้ำ เมื่อมาถึงโรงพยาบาลก็เก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจเช่นกัน ตอนนี้ไม่น่าห่วง เพราะสุขภาพร่างกายแข็งแรงกันดี ตอนนี้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อพักฟื้น ส่วนบุคลากร เจ้าหน้าที่ที่ร่วมภารกิจก็ไม่น่าห่วง เพราะไม่ได้เข้าไปอยู่เป็นเวลานาน ก็ได้ให้คู่มือแนะนำการดูแล สังเกตอาการด้วยตัวเอง หากพบผิดปกติให้มาพบแพทย์ แต่ขณะนี้ยังไม่มี ทั้งนี้ เหตุการณ์นี้อนาคตเมื่อมีความพร้อมแล้วจะต้องถอดบทเรียนกันแน่นอน โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง และทีมที่เข้าไปช่วยเหลือมามาร่วมเสวนาให้ความรู้กันอย่างแน่นอน

 

"อยากฝากสื่อมวลชนว่าอย่าไปรบกวนครอบครัวของเด็กๆ เลย ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกลไกปกติ เพื่อไม่ให้การสอบถามโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเข้าไปกระทบจิตใจทำให้เกิดบาดแผล ขณะเดียวกันก็จะนำเรื่องการช่วยเหลือภายในถ้ำหลวงมาถอดบทเรียน และเชิญผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านประสบการณ์เหล่านี้มาแลกเปลี่ยนให้ความรู้กับแพทย์ พยาบาล และกู้ภัยต่อไป" นพ.เจษฎา กล่าว