คิวแน่น! เปิดจองเดินป่าขึ้น "เขาสันหนอกวัว"
วันที่เผยแพร่ วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 เวลา 15:40 น.

 

นักท่องเที่ยวโทรจองเดินป่าเขาสันหนอกวัวแน่น อุทยานฯ เขาแหลมรับได้ไม่เกินวันละ 10 ชุด ชมทะเลหมอกสวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย

 

นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เปิดเผยว่า อุทยานฯเขาแหลม ได้เปิดเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติเขาสันหนอกวัว พักแรมบนยอดเขาที่สูงที่สุดในจ.กาญจนบุรี สัมผัสอากาศหนาวและธรรมชาติสวยงาม ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2561 – วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 โดยเริ่มเปิดให้จองตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม เป็นต้นมา ทางโทรศัพท์หมายเลข 034-510-431 และ 089-2287612 เวลา 09.00 น. – 16.30 น.ซึ่งพบว่า มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจโทรศัพท์เข้ามาจองกันเป็นจำนวนมาก แต่อุทยานฯเขาแหลมจำกัดนักท่องเที่ยววันละไม่เกิน 10 ชุด ชุดละไม่เกิน 7 คน ขณะที่ทางอุทยานฯ ได้เตรียมความพร้อมด้านกู้ภัยโดยจัดเตรียมอุปกรณ์กู้ภัยในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกรณีมีเหตุฉุกเฉินไว้ด้วย

 

“เขาสันหนอกวัว” เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,767 เมตร ที่ยอดบนสุดของเขาลูกนี้มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับสันนูนบนหลังของวัว ซึ่งเราจะเรียกกันว่าโหนกหรือหนอก จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกเขาสันหนอกวัว เป็นจุดเช็คอินชมทะเลหมอกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย

 

 

สำหรับใครที่อยากสัมผัสกับวิวทิวทัศน์ของทะเลหมอกของเขาสันหนอกวัว จะต้องผจญภัย เพราะต้องเดินขึ้นเขาไปประมาณ 12 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 5-6 ชั่วโมง และจะต้องขึ้นไปค้างบนเขาอย่างน้อย 1 คืน โดยจุดตั้งแคมป์จะเป็นลานหญ้าโล่งกว้าง สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ประมาณหนึ่ง แต่ถ้าต้องการพิชิตเขาสันหนอกวัว จะต้องเดินเลียบเชิงเขาขึ้นไปอีก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะนิยมเดินขึ้นเขาสันหนอกวัวในช่วงเช้า เพื่อขึ้นไปชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น

 

 

 

สำหรับข้อควรปฏิบัติในการเข้าไปท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติ

 

1.ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ อย่างเคร่งครัด

 

2.ดูแลรักษาสภาพธรรมชาติให้คงความงดงามตามธรรมชาติมากที่สุด

 

3.ควรเคารพสิทธิ์ผู้อื่นในการเข้าไปใช้พื้นที่ธรรมชาติร่วมกัน

 

4.ไม่ส่งเสียงดัง อันจะเป็นการรบกวนผู้อื่นหรือรบกวนความเป็นอยู่ของสัตว์ป่า

 

5.การเดินป่าศึกษาธรรมชาติควรเดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ไม่ควรเดินออกนอกเส้นทางเดิน ซึ่งอาจจะไปเหยียบย่ำพืชพรรณหรือสัตว์เล็กๆ

 

6.ห้ามเก็บ หรือนำออก หรือกระทำการใดๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อสภาพของก้อนหิน พืชพรรณ และสัตว์ป่า ในเขตอุทยานฯ

 

7.ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเขตอุทยานฯ เพราะอาจจะเป็นการนำโรคเข้าไปแพร่ในธรรมชาติหรือในทางตรงกันข้าม ก็อาจจะรับโรคติดต่อจากสัตว์ป่าภายในออกมา

 

8.ไม่ควรก่อไฟในอุทยานฯ เพราะการก่อไฟจำเป็นจะต้องใช้ฟืนในธรรมชาติและก่อเกิดมลพิษ ปัจจุบันมีเตาน้ำมัน เตาแก๊สสารพัดประโยชน์ขนาดพกพา สามารถใช้การได้ดีและไม่ทำลายธรรมชาติ หรือหากจำเป็นต้องก่อกองไฟจริง ๆ ควรก่อในที่ที่ทางอุทยานฯ กำหนด และดับให้เรียบร้อย

 

9.ห้ามนำสิ่งที่จะก่อให้เกิดขยะเข้าไปในอุทยานฯ เช่น ถุงพลาสติก กล่องโฟม ขวด กระป๋อง หากนำเข้าไปกรุณาเก็บคืนออกมาให้มากที่สุด

 

10.เมื่อพบเห็นการกระทำผิดกฎระเบียบอุทยานฯ หรือการกระทำอันเป็นผลกระทบต่อธรรมชาติ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อดำเนินต่อไป

 

11.ห้ามนำสุรา/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปดื่มในอุทยานฯ เพราะถือเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาทะเลาะวิวาทได้ 

 

12.ร่วมกันสอดส่องดูแล หรือชักชวนให้เพื่อนฝูง หรือเพื่อนร่วมทาง ช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติ