นายกฯ ยัน 4 ปีคืนสุขปชช.นานาชาติยอมรับ
วันที่เผยแพร่ วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2561 เวลา 07:56 น.

 

"พล.อ.ประยุทธ์" ยัน 4 ปี คสช.นำความสุขคืนสู่ปวงชนชาวไทยได้ตามหวัง นานาชาติยอมรับ - ปลื้มไป UK สำเร็จ EEC ได้รับความสนใจ

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาควสามสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวใน รายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการบันทึกเทปในระหว่างเดินทางมาปฏิบัติภารกิจ ณ สหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐฝรั่งเศส ว่า ขอน้อมนำพระบรมราโชวาท ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานไว้ เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับในเรื่องของ “การปิดทองหลังพระ” ซึ่งในใจความตอนหนึ่งว่า”…การทำงานด้วยใจรัก ต้องหวังผลงานนั้นเป็นสำคัญ แม้จะไม่มีใครรู้ ใครเห็น ก็ไม่น่าวิตก เพราะผลสำเร็จนั้น จะเป็นประจักษ์พยานที่มั่นคง…” ที่ต้องนำมากล่าวในวันนี้ เพื่อบอกว่า 4 ปีของ คสช. ที่บริหารราชการแผ่นดินมา สามารถนำความสุขคืนสู่ปวงชนชาวไทยได้ตามที่มุ่งหวังตั้งใจไว้ ที่มาของ คสช. อาจไม่เป็นที่ยอมรับจากนานาอารยประเทศ ถึงแม้ว่าจะไม่100% ก็ตาม แต่ในวันนี้ รัฐบาล และ คสช. ก็ได้พยายามพิสูจน์ ให้เห็นถึงความจริงใจอันบริสุทธิ์ ผลงานที่ผ่านมา ไม่ได้สำเร็จทั้งหมด ก็เป็นธรรมดา การทำงานจะต้องมีอุปสรรค แต่ก็ได้รับการยอมรับ ทั้งจากประชาชน จากประชาคมโลกในที่สุด ทองเนื้อเก้าที่รัฐบาล และ คสช. เพียรติดหลังองค์พระ บัดนี้ก็ได้ล้นมาข้างหน้า จนประชาคมโลกได้ประจักษ์ ที่ผ่านมาได้รับเชิญให้ไปเยือนญี่ปุ่น จีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และอินเดีย อย่างเป็นทางการ ด้วยความเชื่อมั่น ไว้ใจ และจริงใจต่อกัน วันนี้ภายหลังจากที่สหภาพยุโรป มีมติข้อผ่อนปรนให้แก่ประเทศไทย ก็ได้เปิดโอกาสให้เรา สามารถเดินหน้าสานต่อความร่วมมือในด้านต่างๆ ได้

 

นายกฯ กล่าวต่อว่า 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งกระชับความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ เพื่อวางรากฐานด้านการต่างประเทศให้มีความเข้มแข็งสามารถช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า โดยในอนาคตอันใกล้ ไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปี 2562 และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด APE ในปี 2565 ซึ่งทั้ง 2 โอกาสจะเป็นเวทีให้ไทยผลักดันความร่วมมือที่จะเป็นประโยชน์ต่อไทยและภูมิภาคในภาพรวม เพื่อให้ทุกฝ่ายเติบโตไปพร้อมกันโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาควสามสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวใน รายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า การปฏิบัติภารกิจ ณ สหราชอาณาจักร ได้หารือกับ นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ในประเด็นของความมั่นคง ทั้งในส่วนของภูมิภาคอาเซี่ยน และอื่นๆ ด้านเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าการลงทุน ค้าขาย ระหว่างไทยกับอังกฤษ และยุโรป มีการเปิด Road Show เรื่องเศรษฐกิจ EEC ซึ่งได้รับควาสนใจจากหลายบริษัท หลังจากนั้น ได้พบกับชุมชนไทยในสหราชอาณาจักร มีการแลก เปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนทัศนคติ กัน บรรยากาศก็เป็นไปด้วยความอบอุ่น ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ได้ชี้แจงให้เห็นถึงความก้าวหน้า ของประเทศ ว่าได้ทำอะไรบ้าง เพื่ออนาคต

 

ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวอีกว่า EEC ได้รับความสนใจมากขึ้น หลายบริษัทมาพบก่อนการประชุม และการสัมมนา หลายบริษัทสนใจ มองเห็นถึงศักยภาพของไทยในการที่เราเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ทั้งพื้นที่ ความเชื่อมโยงต่างๆ ประเทศไทยนั้นมีศักยภาพมาก ประกอบกับนโยบายของสหราชอาณาจักร มีนโยบายเพิ่มเติมมาในเรื่องโกลบอล-บริเทน คือการค้าเสรี ไปกับประเทศทั้งในยุโรป และนอกยุโรป มีกองทุน SMEs ให้กับบรรดาบริษัทที่ไปลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ด้วย นอกจากนี้ ได้พบกับประธานสภาสูง ด้วย มีการการต้อนรับ และการให้เกียรติเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นการมาครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ โดยหวังว่า จะเพิ่มการลงทุนของอังกฤษในไทยจาก 7.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ต่อปีต่อไป

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาควสามสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวใน รายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ขอฝากถึงประชาชนทุกคน ทุกฝ่ายรวมทั้งข้าราชการและทุกภาคส่วน ทุกคนล้วนมีบทบาท หน้าที่ และความสำคัญ ต่อการพัฒนาประเทศการ “ปิดทองหลังพระ” หรือการทำหน้าที่ปกติ ก็ตาม อาทิ ทีมฟุตบอลคนตาบอดทีมชาติไทย หรือทีมวอลเลย์บอลหญิงของไทย ที่แม้จะไปไม่ถึงแชมป์ แต่ก็ไปได้ไกลกว่าที่เคย ขอเป็นกำลังใจให้พัฒนาต่อไป

 

นอกจากนี้ นายกฯยังกล่าวชื่นชมอีกครั้ง ต่อ “ฮีโร่ทั้ง 8 คน” ที่ช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุ รถไฟไหม้ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำความดี แม้ตนเองต้องเสี่ยงภัย แต่ก็ขอให้ระมัดระวัง มีสติเสมอ และใช้ความรู้ที่จะช่วยเหลือคนอื่น ก่อนทิ้งท้ายว่า เราไม่สามารถทำให้ถูกใจใครทั้งหมด แต่เราสามารถทำให้ดีที่สุดได้ตราบใดที่มีความเชื่อและศรัทธา ว่าสิ่งที่เรากำลังทำนั้น ถูกแล้ว ควรแล้ว เพื่อประเทศชาติและประชาชน