20 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการ "ลดน้ำหนัก"
วันที่เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2560 เวลา 11:47 น.

 

"ลดน้ำหนัก" ไม่ว่าใครๆ ก็อยากทำให้ได้กันทั้งนั้น ทุกๆ วันนี้คนหันมาออกกำลังกายลดน้ำหนัก กันเยอะมากขึ้น แต่ก็ยังมีหลายๆ คนที่ยังลดน้ำหนักได้ยังไม่ถึงฝั่งฝัน อาจจะเป็นสาเหตุจากหลายๆ เรื่อง ทั้งการออกแบบมั่วๆ คุมอาหารไม่จริงจังหรือไม่ได้คุมเลย แต่ยังมีอีกสาเหตุนึงเลยครับที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่ได้ซักที นั่นก็คือยังเข้าใจผิดในหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก เพื่อที่เราจะได้เจอวิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้อง และเจอวิธีลดน้ำหนักที่ได้ผล ลองมาดูกันว่าคุณเป็นหนึ่งในนั้นมั้ย

 

1. ผู้หญิงเล่นเวทแล้วตัวจะใหญ่เหมือนผู้ชาย

เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก เพราะผู้หญิงมีฮอร์โมนและโครงสร้างร่างกายที่ต่างจากผู้ชาย ( ที่เห็นหลายคนใหญ่ๆ กินฮอร์โมนเพศชาย,กินเยอะและฝึกหนัก)

 

2. กินน้ำเยอะทำให้บวมน้ำ

การบวมน้ำเกิดจากร่างกายขาดน้ำ จึงต้องกักเก็บน้ำไว้ในเซลล์ เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ จึงเป็นเหตุผลให้เราตัวบวม

 

3. กล้ามเนื้อเปลี่ยนเป็นไขมัน และไขมันเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อ

กล้ามเนื้อและไขมันคนละอย่างกัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนเป็นอะไร มีแค่การแทนที่กัน ฉะนั้นควรจะมีการออกกำลังกายทั้งการคาดีโอเพื่อเผาพลาญไขมันและการเล่นเวทเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ไม่ควรเล่นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

 

4. ทานข้าวเย็นทำให้อ้วน

ความอ้วนเกิดจากการทานอาหารเกินความจำเป็นของร่างกาย ไม่ได้เกิดจากการทานอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดคือทานให้ครบ 3 มื้อและมื้อเย็นควรจะห่างจากช่วงเวลาที่เราจะนอนก่อน 4 ชั่วโมงจะดีมากๆครับ ไม่รู้ว่าจะทานอะไรดี ลองมาดูอาหารลดน้ำหนักได้จากลิ้งนี้เลยนะครับ : อาหารลดน้ำหนัก

 

5. หลังออกกำลังกายไม่ควรทานอาหาร เพราะจะทำให้ร่างกายหยุดดึงพลังงานมาใช้

ร่างกายคนเรามีการใช้พลังงานตลอดเวลา แม้แต่ตอนเรานอนหลับ ร่างกายจะไม่ใช้พลังงานก็ต่อเมื่อเราตาย และที่สำคัญหลังออกกำลัง ประมาณ 20-30 นาที ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะร่างกายอ่อนเพลียและต้องการสารอาหาร

 

6. เล่นเวท 2-4 สัปดาห์แรกตัวบวมขึ้น

หมายถึง กล้ามเนื้อโตขึ้น หรืออ้วนขึ้น การที่ร่างกายดูบวมๆ ขึ้น เกิดจากช่วงแรกๆ ที่เราเริ่มเล่น ร่างกายยังไม่ชินจึงเกิดการสะสมของเหลว และสารอาหารไว้ในเซลลล์กล้ามเนื้อ เพื่อไว้เป็นพลังาน และซ่อมเเซมร่างกาย แต่เมื่อผ่านไปสักระยะร่างกายจะเริ่มปรับตัวได้ และเริ่มขับของเหลวออกมา ตัวเราจะจะบวมน้อยลง

 

7. อยากลดพุง ต้องซิตอัพทุกวัน

การซิตอัพเป็นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามท้อง ไม่ได้ช่วยให้ไขมันหายไป ถ้าจะลดไขมันต้องคาร์ดิโอ และทานอาหารให้เหมาะสม

 

8. วิ่งเสร็จห้ามนั่ง เดี่ยวก้นโต

การที่กล้ามเนื้อจะโตได้ ต้องอาศัยแรงต้านจากภายนอกเข้ามาช่วยกระทำ บวกกับการพักผ่อนและอาหารที่เหมาะสม ไม่ได้เกิดจากการกดทับ (ถ้ามันโตได้จริง วิ่งเสร็จ มานอนทับแขนดีกว่าแขนจะได้โต ไม่ต้องยกเวทให้เหนื่อย)

 

9. ปั่นจักยานแล้วขาโต

คล้ายๆ กับข้อก่อนหน้านี้ กล้ามเนื้อจะโตได้ ต้องประกอบไปด้วย แรงต้าน อาหาร พักผ่อน ดั้งนั้นการปั่นจักยานไม่สามารถทำให้ขาโตได้ แต่จะทำให้ขาแน่น และกระชับขึ้น (การที่เห็นนักกีฬาแข่งจักยานขาโต เป็นเพราะเค้าฝึกเวทเทรนนิ่งควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ขามีความแข็งแรงและทนทานมากขึ้น)

 

10. สาวๆ เล่นเวทแล้วหน้าอกโตๆ

หน้าอกผู้หญิงจะประกอบไปด้วยไขมันเป็นส่วนใหญ่ ดั้งนั้นการฝึกเวทเพียงแค่ช่วยให้กระชับและแข็งแรงขึ้น (ถ้าอยากให้ใหญ่ต้องพบหมอ)

 

11. เจ็บแล้วต้องซ้ำ จริงมั้ย?

การออกกำลังกายเป็นการทำลายกล้ามเนื้อ ดั้งเราจะต้องพักเพื่อให้ร่างกายได้มีการซ่อมแซม เพราะถ้าฝืนเล่นต่ออาจมีการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น และร่างกายไม่มีการพัฒนา ดั้งนั้นเปลี่ยนไหม่ “เจ็บแล้วต้องพัก”

 

12. ยิ่งเหงื่อออกเยอะหมายถึง ไขมันก็ออกเยอะ ลดน้ำหนักได้เยอะ

ไขมันก็คือ ไขมัน ส่วนเหงื่อเกิดจากอุณภูมิในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจึงหาวิธีลดอุณภูมิลง โดยการขับน้ำออกทางผิวหนังแล้วกลายเป็นเหงื่ออย่างที่เราเห็น โดยเหงื่อจะไปกอบไปด้วย น้ำ เกลือแร่ วิตามิน แต่ที่น้ำหนักลดลงไปหลังจากเหงื่อออกเยอะๆ เป็นเพราะร่างกายเสียน้ำ ไม่ใช่ไขมันหายไป (ถ้าไขมันออกมาพร้อมเหงื่อ แนะนำให้ไปยืนตากแดดสักวัน ไม่ต้องออกกำลังกายให้เหนื่อย)

 

13. สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้

เราไม่สามารถเลือกลดไขมัน ลดสัดส่วนเฉพาะที่ได้ เพราะการทำงานหรือออกกำลังแต่ละครั้ง ร่างกายจะใช้พลังงานจากทุกๆ ส่วน เพราะฉะนั้นเราต้องวางแผนในการลดน้ำหนักให้ได้ทั้งร่างและเลือกทานอาหารที่ดี

 

14. กินอาหารเสริมไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายบ่อยก็เห็นผล

อาหารเสริมเป็นแค่ตัวช่วยอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ยาวิเศษ กินแล้วไม่ออกกำลังกาย ก็ไม่เกิดผล (แถมเปลืองเงินอีก) บางรายก็หลอกลวง อาหารเสริมไม่จำเป็นชื่อก็บอกอยู่ว่า อาหาร "เสริม" นั่นก็คือไม่จำเป็น หันมาทานอาหารดีๆ เพื่อสุขภาพแล้วออกกำลังกายเอาดีกว่า เห็นผลดีกว่าเยอะ

 

15. ยาลดน้ำหนักกินแล้วช่วยลดไขมัน

ชื่อก็บอกตรงตัวอยู่แล้วว่า “ยาลดน้ำหนัก” ไม่ใช่ลดไขมัน การที่หลายๆ ทานแล้วน้ำหนักลดเป็นเพราะยาตัวนี้ไปกดประสาท ทำให้ไม่รู้สึกหิว หรือกินได้น้อยๆ แถมยังทำให้มีการขับถ่ายบ่อย น้ำหนักที่หายๆ ไปก็เป็น น้ำและกล้ามเนื้อ มีไขมันน้อยมาก ( อ่านเเล้วอย่าให้โดนเค้าหลอกอีกละ)

 

16. การสร้างกล้ามเนื้อต้องทานแต่ อกไก่ และไข่ขาว

การสร้างกล้ามเนื้อจำเป็นต้องอาศัยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่ได้ทานแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ฉะนั้นถ้าอยากได้กล้ามและลดน้ำหนักได้ต้องทานสารอาหารให้ครบ 5 หมู่

 

17. โซเดียมไม่มีประโยชน์ ไม่ต้องทานก็ได้

โซเดียมมีหน้าที่รักษาความสมดุลของของเหลวในร่างกาย รักษาความดันโลหิตให้ปกติ ช่วยในการทำงานของประสาทและกล้ามเนื้อ เพราะฉะนั้นทานได้แต่ในบริมาณที่เหมาะสม

 

18. กินไก่ ทำให้เป็นโรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์เกิดจากการมีกรดยูริกสะสมบริมาณข้อต่อต่างๆ ในปริมาณที่มากกว่าปกติ “การทานไก่ไม่ได้ทำให้คนปกติเป็นเก๊าท์” แต่การทานไก่จะมีผลต่อคนที่เป็นโรคเก๊าท์อยู่แล้ว

 

19. นักเพาะกายที่ขึ้นประกวดบนเวที สามารถมีร่างกายที่ลีนและกล้ามเนื้อชัดแบบนั้นไปตลอดได้

สำหรับนักกีฬาเพาะกายแล้วเค้าจะมีช่วงที่ลดน้ำหนัก และช่วงที่สร้างกล้ามเนื้อ และการที่เราเห็นเค้ามีกล้ามชัดๆสวยๆ นั้นคือช่วงที่ร่างกายอ่อนล้า และเพลียมาก เพราะขาดทั้งน้ำ ทั้งแป้ง และยังมี%ไขมันที่ต่ำมาก ดังนั้นร่างกายคนเราไม่สามารถที่จะอยู่ในภาวะแบบนั้นไปนานๆได้ หลังประกวดเสร็จทุกคนก็จะเข้าสู่โหมดกิน.. แต่ขอนับถือในความพยายาม และความตั้งใจของนักเพาะกายทุกคน..สุดยอดมากๆ

 

20. เล่นเวทแล้วไม่ปวด แสดงว่าไม่ได้ผล กล้ามไม่โต

อาการปวดของกล้ามเนื้อ เกิดขึ้นจากการฉีกขาดภายในเส้นใยของกล้ามเนื้อ เนื่องจากร่างกายของเราไม่ชินกับกิจกรรรมที่ทำ เช่น น้ำหนัก การฝึก หรือรูปแบบของการออกกำลังกาย แต่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่ากล้ามจะโต เพราะปัจจัยหลักๆ ของการพัฒนากล้ามเนื้อ คือ การฝึก อาหาร และการพักผ่อนที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นเล่นเเล้วไม่ปวดไม่ต้องนอย เอาแค่ตอนฝึกบังคับกล้ามเนื้อที่ฝึกให้ได้ ใช้น้ำหนักที่เหมาะสม กินให้ถึง นอนให้พอ

 

อ่านแล้วหยุดเข้าใจผิด!! ลดน้ำหนัก ต้องเข้าใจให้ถูก

 

 

ขอบคุณที่มา http://www.thaifitandfirm.com