ให้ออก "รองสวป.สุทธิสาร" ค้ายาตั้งกก.สอบสว.-ผกก.ละเลยลูกน้อง
วันที่เผยแพร่ วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2561 เวลา 10:33 น.

 

รวบ รองสวป. สน.สุทธิสาร ตามหมายจับ ค้ายาเสพติด ให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกก.สอบ สว.-ผกก. ฐานปล่อยปละละเลย

 

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด(ปส.) จับกุม "ผู้กองต๋อง" ร.ต.อ.สัมพันธ์ จันทะสอน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม (สวป.)สน.สุทธิสารในข้อหา มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายว่า ได้รับรายงานจากกองบังคับการตรวจนครบาล 2 ว่า ก่อนเกิดเหตุชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ ว่ามี การลงข้อความการเจรจาซื้อยาเสพติดในแอพพลิเคชั่นไลน์  ตรวจสอบมาจากร้านไปรษณีย์ ชื่อแคนดี้ โพสต์แอนด์เพย์ เซอร์วิส แขวง-เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุ ต่อมาเมื่อวันที่ 26 เมษายน เจ้าพนักงานชุดจับกุมมาเฝ้าสังเกตุที่ร้านดังกล่าว พบผู้ต้องนำซองพัสดุ 2 ซองจะมาส่งที่ร้านไปรษณีย์ดังกล่าว จึงตรวจค้น พบยาเสพติดอยู่ในซองพัสดุที่นำมา จากนั้นเจ้าพนักงานชุดจับกุมนำผู้ต้องหาที่ไปตรวจค้นห้องพักที่ขนิษฐาแมนชั่น พบยาเสพติดเพิ่มเติมอีกส่วน และจับกุมผู้ต้องหาอีกรายซึ่งอยู่ในห้องขณะตรวจค้น โดยมีของกลางเป็นไอซ์  11.52 กรัม เคตามีน 50.38 กรัม  ยาอี 6 เม็ด , ยาบ้า 6 เม็ด

 

"สอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่ารับยาเสพติดของกลางมาจากผู้กองต๋อง หรือ ร.ต.อ.สัมพันธ์  รอง สวป. สน.สุทธิสาร ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลการเงินทางบัญชีและข้อมูลทางไลน์ สอดรับกับคำให้การซัดทอดจริง จึงขออนุมัติเลขาธิการ ป.ป.ส.จับกุมข้อหาสมคบ และได้รับอนุมัติ จึงขอให้ศาลออกหมายจับกุมในฐานความผิด ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะตามเหตุที่ได้มีการสมคบกันแล้วพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาให้ ร.ต.อ.สัมพันธ์ ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้ สืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการต่อไป

 

รองโฆษกตร.กล่าวว่า กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและคำสั่งให้ ร.ต.อ.สัมพันธ์ และให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงผู้บังคับบัญชาในระดับ สวป., รอง ผกก.ป. และ ผกก.สน.สุทธิสาร ตามคำสั่ง 1212/2537 เนื่องจากปล่อยปะละเลยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปกระทำความผิดในทางคดีอาญา พนักงานสอบสวนจะสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน แต่ในส่วนของทางวินัยก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกร้องเรียนด้วย  ในเรื่องของการเข้าไปยุ่งเกี่ยวทางคดี ขอยืนยันว่าจะไม่มีการช่วยเหลือกันเด็ดขาด

 

รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว กำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ทำการสืบสวน ขยายผล จับกุมผู้ที่สนับสนุนหรือที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่กระทำความผิดกฎหมายเสียเอง เรื่องอย่างนี้ต้องถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด  เป็นความผิดร้ายแรง ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสีย ชื่อเสียงขององค์กรและขอยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องตำรวจ ที่กระทำความผิดกฎหมายอย่างแน่นอน ต้องรับโทษมากกว่าบุคคลธรรมดา ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีข้อสั่งการกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้กระทำผิดกฎหมายหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายเสียเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อีกทั้ง ยังได้มอบนโยบายในการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องของยาเสพติดอยู่แล้ว เช่น โครงการตำรวจสีขาว และ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 ให้ผู้บังคับบัญชาสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกราชการ ซึ่งอาจมีพฤติการณ์เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระทำผิดกฎหมาย