มติครม.ประจำวันที่ 13 พ.ย.61
วันที่เผยแพร่ วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 เวลา 16:23 น.

 

มติครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ยาเสพติด คลายล็อกกัญชา ใช้ทางการแพทย์ สธ.คุม 5 ปีเตรียมส่งให้ สนช.พิจารณา

 

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่โฆษกรัฐบาล กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ พ.ศ. หรือที่เรียกกันว่า พ.ร.บ.กัญชา  โดยให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 เพื่อส่งกลับไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)พิจารณาในสัปดาห์หน้า โดยสาระสำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติม คือ ห้ามมิให้ผลิต นำเข้า หรือส่งออกยาเสพติดประเภท 5 เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต เฉพาะกรณี จำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เว้นแต่ได้รับใบอนุญาต และกำหนดให้การมียาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ไว้ในครอบครอง ไม่เกินจำนวนที่จำเป็น

 

สำหรับการใช้รักษาโรคเฉพาะ หรือสำหรับปฐมพยาบาลในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และให้ใช้ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ได้ หากเป็นการรักษาโรคตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบโรคศิลป์หรือเพื่อศึกษาวิจัย

 

นอกจากนี้ กำหนดให้ผู้รับอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ได้ ในสถานที่ที่ระบุไว้เท่านั้น ขณะเดียวกัน เพิ่มเติมอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีอำนาจในการกำหนดเขตพื้นที่ เพื่อทดลองปลูกพืชที่เป็น หรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5  รวมถึงผลิตและทดสอบยาเสพติดประเภท 5 หรือกำหนดเขตพื้นที่ให้เสพหรือครอบครองยาเสพติดประเภท 5 ในปริมาณที่กำหนด  โดยกระบวนการทั้งหมดให้กระทรวงสาธารณสุข ควบคุมดูแลและ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในระยะเวลา 5 ปี

 

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติยาฉบับที่…พ.ศ… เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมจากพ.ร.บ.ยา พ.ศ 2510 ที่จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณายกร่างพระราชบัญญัติ  ซึ่งจะมีการอนุญาตให้องค์การอาหารและยา หรือ อย. มีสิทธิในการแต่งตั้ง องค์กร ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานรัฐและภาคเอกชน เพื่อตรวจสอบัญชียาใหม่ ให้เกิดความรวดเร็วลดขั้นตอนการรับรองบัญชียา ซึ่งจะช่วยในการแก้ไขปัญหาความล่าช้า ในการพิจารณาเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

 

นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขในเรื่องของ การปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติให้เกิดความเหมาะสมรวมไปถึงการแก้ไขบทลงโทษ ให้มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิม 10,000 บาท ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข จะต้องไปออกกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดอัตราค่าปรับอย่างรอบคอบ รวมทั้งการกำหนดใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาที่มีการกำหนดอายุของยาเป็นระยะเวลา 5 ปี

 

นายพุทธิพงษ์ ยังเปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ โดยมอบหมายให้กระทรวงพลังงานนำน้ำมันปาล์มดิบไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าที่มีศักยภาพ จำนวน 160,000 ตัน รวมถึงหาแนวทางส่งเสริมและมาตรการจูงใจให้มีการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 ในรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่และรถยนต์ขนาดเล็ก ที่ปัจจุบันมีการใช้เพียง 4 ล้านตัน จากเป้าที่เคยตั้งไว้ 10 ล้านตัน และเพิ่มสัดส่วนการใช้ไบโอดีเซล บี 7 ซึ่งทั้ง 2 มาตรการจะช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มออกจากระบบได้อีก 80,000 ตัน

 

พร้อมกันนี้ ได้เร่งเจรจาผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปยังประเทศสเปน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2 เดือน ซึ่งจะช่วยระบายน้ำมันปาล์มได้อีก 100,000 ตัน และกระตุ้นให้ราคาน้ำมันปาล์มในประเทศปรับสูงขึ้นจาก 2.60 บาท เป็น 3.10 บาท ได้ในระยะสั้นๆ ส่วนปัญหาราคายางพาราตกต่ำทางรัฐบาลเตรียมมาตรการเร่งด่วนที่จะออกมาภายใน 7 วัน เพื่อพยุงราคายางที่ตกต่ำ หลังราคาในตลาดโลกที่ลดลงจนมีผลกระทบทำให้ราคาเหลือเพียง 3 กิโลกรัม 100 บาท แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้ โดยที่ประชุม ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งพิจารณา

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้ขยายกรอบระยะเวลาส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ที่สิ้นสุดเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ออกไปอีก 6 เดือน ถึงเดือนพฤษภาคม 2562 เพื่อให้สามารถใช้มาตรการนี้ผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบได้อย่างต่อเนื่อง

 

ครม. เห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ เร่งใช้ผลิตดีเซลส่งออกสเปน จี้แก้ราคายางใน 7 วัน

 

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ โดยมอบหมายให้กระทรวงพลังงานนำน้ำมันปาล์มดิบไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าที่มีศักยภาพ จำนวน 160,000 ตัน รวมถึงหาแนวทางส่งเสริมและมาตรการจูงใจให้มีการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 ในรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่และรถยนต์ขนาดเล็ก ที่ปัจจุบันมีการใช้เพียง 4 ล้านตัน จากเป้าที่เคยตั้งไว้ 10 ล้านตัน และเพิ่มสัดส่วนการใช้ไบโอดีเซล บี 7 ซึ่งทั้ง 2 มาตรการจะช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มออกจากระบบได้อีก 80,000 ตัน

 

พร้อมกันนี้ได้เร่งเจรจาผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปยังประเทศสเปน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2 เดือน ซึ่งจะช่วยระบายน้ำมันปาล์มได้อีก 100,000 ตัน และกระตุ้นให้ราคาน้ำมันปาล์มในประเทศปรับสูงขึ้นจาก 2.60 บาท เป็น 3.10 บาท ได้ในระยะสั้นๆ

 

ส่วนปัญหาราคายางพาราตกต่ำทางรัฐบาลเตรียมมาตรการเร่งด่วนที่จะออกมาภายใน 7 วัน เพื่อพยุงราคายางที่ตกต่ำ หลังราคาในตลาดโลกที่ลดลงจนมีผลกระทบทำให้ราคาเหลือเพียง 3 กิโลกรัม 100 บาท แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้ โดยที่ประชุม ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งพิจารณา

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้ขยายกรอบระยะเวลาส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ที่สิ้นสุดเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ออกไปอีก 6 เดือน ถึงเดือนพฤษภาคม 2562 เพื่อให้สามารถใช้มาตรการนี้ผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบได้อย่างต่อเนื่อง

 

ครม.เห็นชอบให้จนท.อุปสมบทเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

 

ครม.เห็นชอบให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าร่วมโครงการอุปสมบท ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรและถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยไม่นับเป็นวันลา พร้อมทั้งจะได้รับเงินเดือนปกติรวมถึงไม่กระทบสิทธิการลาอุปสมบทในอนาคต

 

สำหรับโครงการนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 29 พ.ย.พิธีบรรพชาอุปสมบทและจาริกแสวงบุญสังเวชนียสถานประเทศอินเดียและเนปาลระหว่างวันที่ 21 - 27 พ.ย. โครงการดังกล่าวจะมีผู้เข้าร่วม 90 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ 78 คน ค่าใช้จ่ายใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเงินจำนวน 12 ล้านบาท ส่วนอีก 12 คน จะมาจากภาคเอกชนโดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง