"น้องดอม" เล่านาทีชีวิต 13 หมูป่าไม่มีขนม-ไฟฉายติดตัว
วันที่เผยแพร่ วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2561 เวลา 23:36 น.

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่หมู่ 1 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นร้านค้าจำหน่ายสินค้าชายแดนอยู่ภายในตลาดสายลมจอย ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ของนายบรรพต ก้อนคำ อายุ 45 ปี บิดาของ ด.ช.ดวงเทพ หรือ น้องดอม  อายุ 13 ปี  ซึ่งเป็นกัปตันทีมหมูป่าอะคาดามี่แม่สาย 1 ใน 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย มาตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา


โดยนายบรรพต เปิดเผยว่า  หลังจากแพทย์อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมอาการของเด็กๆ ที่ยังคงพักรักษาตัวที่ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นางธนพร พรมมา ภรรยาของตน ก็ได้เข้าไปเยี่ยมดูอาการของบุตรชาย แล้วและได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกในช่วงสั้นๆ  ก็ได้รับทราบเหตุการณ์ว่าในวันเกิดเหตุนั้นทั้ง 13 คน ได้เข้าไปในถ้ำโดยตั้งใจว่า จะเข้าไปนานเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง ก็จะกลับออกมาจึงไม่ได้เตรียมอาหารหรือขนมไปด้วยตามที่ปรากฎเป็นข่าว และเมื่อไปถึงบริเวณสามแยกห่างจากปากถ้ำประมาณ 3 กิโลเมตรแล้ว ปรากฎว่าได้มีน้ำหลากมาท่วมสูง ทำให้ต้องทิ้งกระเป๋าและรองเท้าไว้ที่ปากโพรงเพื่อหนีน้ำ ทำให้เป็นหลักฐาน ให้ผู้ติดตามได้พบเห็นและตามไปถูกในเวลาต่อมา

 

นายบรรพตกล่าวว่า บุตรชายเล่าอีกว่า เมื่อหนีน้ำไปในโพรงตรงสามแยกก็มีเนินทรายปิดกั้นด้านหน้า จึงช่วยกันใช้มือตะกุยทราย เพื่อเปิดทางจนเกิดร่องรอยการตะกุย ให้ผู้ติดตามได้พบเห็นเพิ่มเติม ก่อนจะพากันหนีลึกเข้าไปจนถึงเนินนมสาวแล้วรอการช่วยเหลือดังกล่าว ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาร่วม 10 วันดังกล่าวไม่ได้มีอาหารรับประทาน เพราะระหว่างหนีน้ำเข้าไปได้แต่ตัว ไม่ได้นำไฟฉายและกระเป๋าที่นำไปด้วย ทิ้งเอาไว้ที่ปากโพรง ซึ่งทุกคนประทังชีวิตอยู่ด้วยน้ำเพียงอย่างเดียว โดยมีนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก คอยช่วยเหลือโดยให้ทุกคนอยู่รวมตัวกันและหากใครหิวก็ให้เปิดไฟฉายแล้วไปดื่มน้ำที่หยดลงมาจากหินงอกหินย้อยที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

 

ด้านนางคำเอ้ย พรมเทพ อายุ 64 ปี ย่าของน้องดอม กล่าวว่า แม่ของน้องดอมมาเล่าให้ฟังว่าพื้นที่ ที่เด็กๆ ไปอยู่เป็นเนินสูงที่คอยหลบหนีน้ำและน้ำจะขึ้นๆ ลงๆ เมื่อน้ำลง เด็กๆ ก็จะพากันมาอยู่ริมน้ำและเมื่อน้ำขึ้นก็จะพากันหนีขึ้นไปอยู่บนเนินอีก เพราะส่วนเนินพื้นขรุขระ ทั้งหมดได้ช่วยกันใช้มือตะกุยให้ราบเรียบ สำหรับอาศัยหลับนอนอยู่ได้ในที่สุด กระทั่งเมื่อมีนักประดาน้ำชาวอังกฤษไปพบ จึงพากันวิ่งลงมาแล้วตะโกนว่าหิวๆ และมีคนตกน้ำไป 2 คนดังกล่าว

 

"หลานชอบกีฬา เขาจะมีจักรยานภูเขา 1 คัน และพื้นราบ 1 คัน รวมทั้งชอบเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่อนุบาล ช่วงที่หลานหายไปในถ้ำ ก็ตกใจและเป็นลมล้มพับไปหลายรอบ เพราะเราเลี้ยงเขามาตั้งแต่แรกเกิด แต่ก็เชื่อว่าโค้ชเอกจะดูแลเขาได้และเจ้าหน้าที่จะตามหาเขาได้  ดังนั้นถ้าหลานออกจากโรงพยาบาล ถ้าเขาอยากบวชก็จะให้บวชเพราะบุญคุณที่คนทั้งประเทศและทั่วโลกมาช่วยเรา แต่สิ่งแรกที่ย่าจะให้ทำก่อนคือไปประกอบพิธีสืบชะตาที่วัดถ้ำผาจม หรือ เกาะทราย ที่ตั้งอยู่ใกล้กับบ้านของพวกเราก่อน ส่วนตัวก็จะพร่ำสอนให้เป็นคนดีและไม่ให้คิดมาก เพราะกลัวว่าหลานจะไขว้เขวคิดมากที่ต้องมาประสบเหตุและทำให้คนอื่นเดือดร้อนด้วย” นางคำเอ้ย กล่าว