"สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" สลัดคราบนักธุรกิจสู่ยูนิฟอร์มการเมือง
วันที่เผยแพร่ วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2561 เวลา 13:12 น.

 

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์  อีกหนึ่งทีมงานเศรษฐกิจข้างกายของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายก รัฐมนตรี เป็นคู่หูดูโอกับ อุตตม สาวนายน ว่าที่หัวหน้าพรรค

 

เกิด 19 มี.ค.2503 ดีกรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต ด้านวัสดุศาสตร์ และปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ จากรั้วพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ทำธุรกิจมาหลายประเภท คร่ำหวอดในวงการเอสเอ็มอีมาเกือบทั้งชีวิต ล้มลุกคลุกคลานตอนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 แต่กลับมาฟื้นตัวยืนทรงตัวได้ หลังเปลี่ยนโฉมมาทำธุรกิจขายตรง MLM ภายใต้แบรนด์ เดอะไรท์พาวเวอร์ ฟันกำไรทะลุพันล้านบาท

 

บุกเบิกตั้งบริษัท เทคโนแก๊ส นำเข้าแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องครัวชั้นนำจากประเทศอิตาลี ก่อนส่งไม้ต่อให้ลูกชายบริหารงานต่อในปัจจุบัน

 

ฝีไม้ลายมือได้รับการซูฮกในแวดวงนักธุรกิจ เคยเข้าไปช่วยปรับโครงสร้างธุรกิจโรงพยาบาลยันฮี จากที่เคยย่ำแย่กลับมายืนตระหง่านได้ในปัจจุบัน  

 

สนใจการเมืองเป็นทุนเดิม กระโจนเข้าสมัครเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สู้กับผู้สมัครจากทั่วประเทศ จนผ่านการคัดเลือกติดโผเป็น 200 สปช. ได้เข้ามาเป็นสปช.ด้านสังคมบุกเบิก การทำงาน

 

เคยเป็นประธานมูลนิธิสัมมาชีพ ที่เป็นจุดนัดพบของภาคประชาสังคมกับภาคธุรกิจ ที่ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” กับนพ.ประเวศ วะสี เป็นผู้ก่อตั้ง ทำให้รู้จักมักคุ้นกับ “สมคิด” เป็นอย่างดี

 

ได้รับความไว้วางใจจาก “สมคิด” ให้มานั่งเก้าอี้รมช.พาณิชย์ เมื่อเดือนธ.ค.2559 หวังใช้ประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจ มาช่วยขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจเอสเอ็มอี

 

อัพเกรดขึ้นชั้นเป็นรมว.พาณิชย์  ตามผลงานที่สร้างไว้มากมาย โดยเฉพาะร้านธงฟ้าประชารัฐ จำหน่ายสินค้าราคาถูกให้ผู้ถือบัตรคนจน กว่า 13,000 ร้านทั่วประเทศ การดูแลแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

 

รวมถึงการผลักดันเปิดตลาดใหม่ๆ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและค้าขายใหม่อาทิ ตลาดต้องชม ผุดไอเดียไปเที่ยวตลาด ต้องชม ชิม ช็อป และแชะ การเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอี โอทอป การปราบปรามจับแหลกสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

 

พลิกโฉมกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นกระทรวงหลักในการหารายได้เข้าประเทศสอดรับนโยบาย ไทยเเลนด์ 4.0 กลายเป็นอีกหนึ่งคีย์แมนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกับ “สมคิด”

 

ชื่ออาจไม่คุ้นหู  แต่คอนเนกชั่นไม่ธรรมดา รู้จักมักคุ้นกับนักการเมืองระดับหัวแถว และนักธุรกิจชั้นแนวหน้าเป็นอย่างดี จึงถูกวางตัวให้มานั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

 

หวังเปลี่ยนแปลงอนาคตประเทศ ใช้ทีมเทคโนแครตรุ่นใหม่ เป็นพันธุ์นักการเมือง 4.0 เดินหน้าการเมืองแบบใหม่ ล้างคราบการเมืองแบบโบราณ

 

ผลักดัน “ลุงตู่” คัมแบ็กสู่เส้นทางอำนาจอีกรอบ