แอปเปิ้ลอ่วม ยอดขายไอโฟนในจีนร่วง-รุ่นใหม่ไม่เปรี้ยง
วันที่เผยแพร่ วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ.2562 เวลา 09:00 น.

แอปเปิ้ลปรับลดคาดการณ์รายได้ลงกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหตุจีนชะลอ ทำยอดขายไอโฟนฮวบ

บริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่จากสหรัฐ ประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ในไตรมาสแรกปีนี้ลง ซึ่งนับเป็นการปรับลดคาดการณ์ครั้งแรกของแอปเปิ้ลในรอบเกือบ 20 ปี หลังเจอวิกฤตยอดขายสมาร์ทโฟนในจีนร่วง เนื่องจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว และต้องเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดจากแบรนด์สมาร์ทโฟนสัญชาติจีน รวมถึงไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้นมียอดขายต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

 

ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของแอปเปิ้ล ระบุว่า บริษัทคาดว่ายอดขายในไตรมาสสิ้นสุดเดือน ธ.ค.จะลดลงเหลือ 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.69 ล้านล้านบาท) จากคาดการณ์ก่อนหน้าที่ 8.9-9.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.85-2.98 ล้านล้านบาท) ซึ่งจากคาดการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่ายอดขายของแอปเปิ้ลในไตรมาสแรกปีนี้ ชะลอตัวลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่คุกเข้าดำรงตำแหน่งซีอีโอเมื่อปี 2011

 

ทั้งนี้ หลังแอปเปิ้ลประกาศดังกล่าว หุ้นของแอปเปิ้ลร่วงหนักถึง 7% อยู่ที่ 146.40 ดอลลาร์ (ราว 4,705 บาท) และส่งผลให้มูลค่าตลาดของแอปเปิ้ลลดลงเหลือต่ำกว่า 7 แสนดอลลาร์ (ราว 22 ล้านล้านบาท) จากจุดพีกเมื่อเดือน ต.ค. ซึ่งอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 35 ล้านล้านบาท) โดยนับตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา หุ้นของแอปเปิ้ลร่วงลงแล้วมากถึง 32% จากกระแสยอดขายไอโฟนรุ่นใหม่ที่ไม่เป็นไปตามคาด

 

ด้านซีเอ็นบีซี ระบุว่า จากความเคลื่อนไหวล่าสุดของแอปเปิ้ลบ่งชี้ว่า บริษัทข้ามชาติสหรัฐรายอื่นๆ เสี่ยงเจอสถานการณ์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน เนื่องจากเศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัวลง โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ

 

“ยอดขายที่ร่วงลงของไอโฟนในจีน แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของบริษัทข้ามชาติสหรัฐที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า เนื่องจากบริษัทข้ามชาติสหรัฐนั้นมีซัพพลายเชนการผลิตในจีน อีกทั้งจีนยังถือเป็นตลาดสำคัญของสินค้าของสหรัฐ” ราจีฟ บิสวาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายเอเชียแปซิฟิกจากบริษัทวิจัย ไอเอชเอส มาร์กิต กล่าวพร้อมระบุว่า วิกฤตของแอปเปิ้ลนับเป็นสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ให้สหรัฐและจีนเร่งสรุปทางแก้ข้อพิพาทการค้าภายในต้นปีนี้ ก่อนที่สงครามจะยิ่งปะทุหนักขึ้นไปอีก

 

ก่อนหน้านี้ บริษัทสหรัฐหลายแห่งได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนแล้ว จนต้องปรับลดคาดการณ์รายได้ลง เช่น เฟดเอ็กซ์ ผู้ให้บริการขนส่งรายใหญ่ของสหรัฐ ที่ประกาศลดคาดการณ์กำไรต่อหุ้นลง เนื่องจากดีมานด์ในจีนลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า เช่นเดียวกับบริษัท สตาร์บัคส์ ที่คาดการณ์ว่าการเติบโตของยอดขายในจีนอาจจะลดลงต่ำกว่า 1%

 

ขณะเดียวกัน โรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐและหัวหน้าคณะเจรจาการค้ากับจีน กล่าวเตือนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า สหรัฐอาจต้องเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติมอีก เพื่อให้สหรัฐได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริงในการเจรจาการค้า พร้อมเน้นย้ำว่า จะขัดขวางไม่ให้ทรัมป์ยอมรับคำสัญญาที่ลมๆ แล้งๆ ของจีน เช่น การสัญญาว่าจะซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐเพิ่ม

 

 

ที่มา โพสต์ทูเดย์  ภาพ เอเอฟพี