อ้าวเฮ้ย...ลิเกเลิกซะงั้น
วันที่เผยแพร่ วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ.2560 เวลา 14:21 น.

 

อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา....เสียงเพลงดังท่อนฮิต ดังมาพร้อมกับเสียงตะโกนด่า “มวยล้มต้มคนดู” กองเชียร์ฮาร์ดคอร์ คอหนังซาดิสส์ผิวปากโห่ฮากันสนั่นลั่นโลกโซเชียลฯ

 

ทันทีที่ได้ยินได้ฟังพ.ต.อไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษดี(เอสไอ) ได้แถลงยุติปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ภายหลังไม่พบตัว”ธัมมชโย”ผู้ต้องหาตามหมายจับหนีคดีฟอกเงิน และยังเตรียมเสนอรายงานเข้ากระทรวงยุติธรรม ให้คสช.ยกเลิกมาตรา44ควบคุมื้นวัดธรรมกาย พร้อมยกเลิกการตัดสัญญาณมือถือ

 

หนังบู๊จบแบบไม่มีปีมีขลุ่ย ลิเกลาโรงไปดื้อๆ

 

คนดูตาค้าง เพราะมันหักมุมแบบ180องศา กับสถานการณ์เผชิญหน้าที่ตึงเครียดมาตลอดเกือบเดือน โดยเฉพาะช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นก็เพิ่งมีฉากบู๊ๆมันๆที่ทหารชุดลายพราง ลงมือลงไม้ ถวายหมัด ถวายศอก ยื้อยุดฉุดกระชากกับหลวงพี่ หลวงพ่อ ที่ตั้งแถวสวดมนต์ขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่รุกเข้าเขตหวงห้าม

 

ตามสถานการณ์ล้อกับสัญญาณเข้มๆยกระดับปิดเกม

 

นักข่าว สื่อมวลชนทุกสำนัก ได้รับคำสั่งจากต้นสังกัดให้เตรียมพร้อมขั้นสูงสุด ระดมคนประจำการทุกจุดไม่ให้พลาดช็อตสำคัญแต่นกกระจอกไม่ทันได้กินน้ำก็ต้องเก็บของกลับซะงั้น

 

แน่นอน มันต้องมีสัญญาณเบรกหัวทิ่ม ระดับที่เข้มๆพอๆกับสัญญาณออกเอี๊ยดลุยสุดซอย

 

ไม่งั้นรัฐบาลทหารคสช.คงไม่ถอยกรูดกันแบบนี้

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าไม่นับอาการเขิน เสียฟอร์ม ถามว่ายุทธการลุยสยบสำนักจานบินรอบนี้บรรลุเป้าหมายแค่ไหน กับการถอดสมณศักดิ์ชั้นเทพของ “ธัมมชโย”และชั้นราชของ “ทัตตชีโว”

 

ปลดกลางอากาศ กลายเป็นพระธรรมดาทั่วไปไม่พอ ยังส่อโดนสึกเป็นฆารวาส

 

สำหรับเจ้าลัทธิ ชิตังเม โป้ง ผู้หยั่งรู้นรกสวรรค์แค่นี้ก็ได้รับทุกข์เวทนาทางใจไม่น้อยไปกว่าถูกลากตัวมาชำระโทษทางอาญา ติดคุกติดตาราง เพราะสถานะหลังจากนี้ก็คงไม่ต่างจาก “สมีรุ่นพี่”ที่หนีคดีไปเป็นฤาษีอยู่ต่างแดน

 

แผนเคลียร์อาณาจักรธรรมกายสำเร็จตามเป้า ตัดหัว ตัดแขน ตัดขา เปิดทางให้มหาเถรฯกับสำนักพระพุทธศาสนาเข้าไปบริหารจัดการ ดึงอาณาจักรธรรมกายกลับมาศาสนาจักรธรรมกายสมบัติทางพุทธศาสนาของชาติ

 

“ภารกิจพิเศษ”ของฝ่ายคุมเกมอำนาจก็จบแบบปลอดภัย ไม่กระเทือนความมั่นคง

 

ตรงกันข้ามถ้าเปิดศึกลุยสุดซอยตามเสียงเชียร์พวกซาดิสส์ เสี่ยงกับศรัทธาของพวกคลั่งลัทธิ ไม่มีหลักประกันว่าจะมีศพเพิ่มจากลุงที่ผูกคอตายบนเสาสัญญาณโทรศัพท์กับสาวใหญ่ที่เป็นหอบตายคาวัดอีกหรือไม่

 

และถ้าบานปลายกลายเป็นเหตุนองเลือดขึ้นมา มันต้องมีเหยื่อโดนเซ่นข้อหา “ทำเกินสั่ง”

 

ได้โอกาสเบรกก่อนพากันพังทั้งดีเอสไอ ทั้งคสช.น่ะ

 

บุญหัวเท่าไหร่แล้ว!!!!