อิทธิฤทธิ์ธรรมกาย คุ้มครอง “จำนงค์”
วันที่เผยแพร่ วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2561 เวลา 07:36 น.

 

ต้องหารุ่นนี้มาแขวนคอ เพราะ “แคล้วคลาด” แต่ทว่าอาจจะไม่ “ปลอดภัย”

 

ทำท่าว่าจะไปไม่รอด หลังติดแหงกอยู่ที่นครแฟรงก์เฟริต ประเทศเยอรมนี เพราะมีหมายจับจากทางการไทยให้ตำรวจสากลเฝ้าจับตา ผนวกกับถูกยกเลิกหนังสือเดินทางเล่มสีน้ำเงิน ถึงขนาด “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เหินฟ้าไปเมืองเบียร์รับตัวด้วยตัวเอง

 

แต่แล้วด้วยอภินิหารบางอย่างช่วยอดีตพระพรหมเมธี หรือ “เจ้าคุณจำนงค์” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัดเอาไว้ ทำให้ “บิ๊กแป๊ะ” หมดความสามารถที่จะนิมนต์ขึ้นเครื่องกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้ มีเพียงแต่ความว่างเปล่ามารายงาน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.

 

แสดงให้ถึงความไม่ธรรมดาของ“เจ้าคุณจำนงค์” ถ้าเป็นตาสีตาสา คงไม่เหนือบ่ากว่าแรง “บิ๊กแป๊ะ” จะ นิมนต์มาเข้าซังเตในไทย โดยเฉพาะการทำเรื่องขอลี้ภัยแบบกระชับฉับไว ชนิดล้อแตะรันเวย์แล้วยื่นได้เลย ลำพังตัวผู้ยิ่งใหญ่แห่งวัดสัมพันธวงศฯ คงทำเองไม่ได้ แต่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญ หรือคอนเนกชั่นจัดแจงเตรียมการเอาไว้ก่อนแล้ว

 

“เจ้าคุณจำนงค์” นั้น ไม่ใช่พระสายอินเตอร์ที่จะฟุดฟิดฟอไฟแบบคล่องปรื๊ด หากแต่เป็นพระสายธรรมยุตเพียงไม่กี่รูปในประเทศที่มีความสนิทสนมกับ “ลัทธิจานบิน” ธรรมกาย จนได้รับการขนานนามว่า เป็น “ธรรมยุตนอกคอก” มาแล้ว ดังนั้นตัวละครลับที่เข้ามาช่วยตระเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ให้คงเดากันไม่ยาก

 

แถมจุดมุ่งหมายที่ “เจ้าคุณจำนงค์” หวังไปปักกลดธุดงค์ถาวรเพื่อเลี่ยงฉันข้าวแดงในซังเตเมืองไทยอย่างเยอรมนี ยังถือเป็น 1 ในฐานที่มั่นสำคัญในต่างประเทศของอาณาจักรธรรมกายที่ไปสร้างเอาไว้มานานหลายปี มีถึง 7 สาขาก่อตั้งอยู่ จากทั้งหมด 23 สาขาทั่วทุกยุโรป

 

ประกอบด้วย วัดพระธรรมกายบาวาเรีย, วัดพระธรรมกายเบอร์ลิน ที่มีพระโสภณพุทธิวิเทศ หรือ “เจ้าคุณเบอร์ลิน” ปกครองอยู่, วัดพุทธฮัมบวร์ก, วัดพระธรรมกายแฟรงก์เฟิร์ต, วัดพระธรรมกายชวาร์ซวัลด์, วัดพุทธไฮล์บรอนน์ และวัดพุทธนอร์ดไรน์ เวสฟาว์เลน

 

เป็นเยี่ยงนี้คงจะหายใจข้องใจว่าทำไม “บิ๊กแป๊ะ” จึงพก “แห้ว” กลับเมืองไทย ทั้งที่อุตส่าห์จองตั๋วแบบบล็อกที่นั่งเอาไว้นิมนต์ “เจ้าคุณจำนงค์” นั่งเครื่องมาเข้าซังเตอย่างดิบดี 

 

ถือว่าการยอมนอกคอกไปสวามิภักดิ์ “ธัมมชโย” รวมถึงร่วมสังฆกรรมกับพิธีกรรมต่างๆ ของธรรมกายในอดีต ทั้งที่ตัวเองเป็นธรรมยุต ต้องปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของ “เจ้าคุณจำนงค์” ก่อนหน้านี้ เป็นเหตุให้ยังรอดซังเตและเงื้อม-มือกฎหมายของไทยในคราวนี้ได้

 

ดูท่าเรื่องการนำตัว “เจ้าคุณจำนงค์” กลับ มาโทษทัณฑ์ นุ่งขาวห่มขาวแบบพรรคพวกที่โดนซิวไปก่อนหน้าคงไม่ง่ายเสียแล้ว แม้ทางการไทยจะพยายามชี้แจงว่า เป็นคดีทุจริต ไม่ใช่คดีการเมือง ในเมื่อลัทธิธรรมกายกระโดดเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกแบบเต็มพิกัดอย่างนี้

 

คำปรึกษาเรื่องทางหนีทีไล่ ช่องทางกฎหมาย ช่องทางดำเนินการ ต้องบอกว่า หายห่วง เพราะพวกธรรมกายถนัดงานพวกนี้ มีทีมงานประสบการณ์เอาไว้รองรับ “สมีหลบภัย” เพียบ ไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่จะหาทางให้ “เจ้าคุณจำนงค์” ธุดงค์เมืองเบียร์กันแบบยาวๆ ได้

 

อย่างประเด็นเรื่องการเมือง ระดับธรรมกายเอามาโยงเป็นข้ออ้างให้แน่ เพราะที่ผ่านมาใช้มุกนี้ตอบโต้รัฐมาตลอด มีการดึงองค์กรระหว่างประเทศเข้าไปปกป้องพวกตัวเองกระทำอยู่เสมอ หากว่ารัฐรังเกียจรังงอนวัดตัวเอง เลยโดนกลั่นแกล้งเสมอมา รวมถึงพระในเครือข่ายตัวเองด้วย

 

ขณะที่ทางการไทยปัจจุบันเองก็มีจุดอ่อน ให้คนพวกนี้หาความชอบธรรมในการหลบไปอาศัยต่างแดน โดยเฉพาะการเป็นรัฐบาลทหาร ให้ “เจ้าคุณจำนงค์” เอาไปแอบอ้างว่า เป็นคดีการเมือง หรือไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทย

 

ต่อให้หิ้วหลักฐานไปแน่นหนา แต่เรื่องหลักสิทธิมนุษยชนที่ฝรั่งมังค่ากอดไว้แน่น โอกาสได้เห็น “เจ้าคุณจำนงค์” กลับ มาห่มขาวชักเริ่มริบหรี่เข้าไปทุกที ยกเว้นศาลจะมีคำตัดสินออกมา นั่นยังพอมีเปอร์เซ็นต์ให้ลุ้นกันหน่อย แต่กว่าจะถึงปานนั้นอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสรายนี้อาจจะบินต่อไปไหนต่อไหนที่ปลอดภัยกว่าแล้ว

 

ขณะเดียวกัน ไทยกับเยอรมนีเอง ไม่ได้มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน มีแต่สนธิสัญญาโอนตัวนักโทษ ที่มีมาตั้งแต่ปี 2536 แล้ว ไม่ใช่ว่าแค่มี แล้วเยอรมนีจะส่งให้ง่ายๆ แต่ต้องใช้ช่องทางทางการทูตในการเจรจาต่อรองอีกหลายตลบ ลำพังไปขอเปล่าๆ ชาติใหญ่ๆ อย่างนี้คงไม่สุ่มสี่สุ่มห้าอนุมัติแน่

 

กรณีของ “เจ้าคุณจำนงค์” ถือเป็นอีกครั้งที่คนไทยได้เห็นฤทธิ์เห็นเดชความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรธรรมกายที่ไม่ธรรมดา เอาตั้งแต่ทางหนีทีไล่ ตั้งแต่คลองสาม ต่อด้วยลาว ตามด้วยเขมร แล้วเวียดนามยิงยาวไปเยอรมนี มันสะดวกโยธิน เกินกว่าพระธรรมดาที่ไม่มีคอนเนกชั่นจะทำได้