สมชัย สัจจพงษ์ ไขก็อกปลัดคลังไม่แฮปปี้ถูกลดชั้น
วันที่เผยแพร่ วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ.2561 เวลา 08:58 น.

 

ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งทันที

 

ภายหลังมีมติครม.เด้งสายฟ้าแลบ สมชัย สัจจพงษ์  ปลัดกระทรวงการคลัง ลดชั้นไปเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)

                

ตามการตัดพ้อ รู้สึกท้อแท้เบื่อหน่ายต่อการทำงาน  ไม่ขอทำงานรับใช้รัฐบาลคสช.       

                

สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง สื่อเรียกกันติดปาก “ปลัดอู้” ลูกหม้อกระทรวงการคลัง 30กว่าปี ทะยานขึ้นเป็นซี11 ตั้งแต่อายุ 53ปี ถือว่าอายุน้อยมาก หากเทียบกับปลัดกระทรวงอื่นๆ

                

ได้ดิบได้ดีเป็นปลัดกระทรวงการคลังยุค รัฐบาลคสช. เลยถูกมองมีความใกล้ชิดกับ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เพราะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.)รุ่นที่50

                

มีความใฝ่ฝันดั้งเดิมอยากเป็นตำรวจตามรอยพ่อ  อุตส่าห์สอบติดโรงเรียนเตรียมทหาร แต่ดันตกม้าตายตอนตรวจสุขภาพ เพราะสายตาสั้นเป็นเหตุ เลยเบนเข็มไปเรียนเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้เกียรตินิยมตอนเรียนจบปริญญาตรี

              

  ได้ทุนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)ไปเรียนต่อต่างประเทศ จนกวาดปริญญาโท และปริญญาเอกจาก Ohio State University

                

หอบดีกรีดอกเตอร์ในวัย 28 ปี กลับมาทำงานที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศก.)ตำแหน่งเศรษฐกร  สะสมชั่วโมงบินเติบโตในหน้าที่ขึ้นมาเรื่อยๆ จนได้ขึ้นขั้นเป็นผอ.สำนักนโยบายการคลัง สศก.ตอนอายุ 40 ปีต้นๆ

                

ขยับไปเป็นผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ปี2551 ได้ปีเดียว ก็โยกไปเป็นอธิบดีกรมศุลกากรปี 2552

                

กระทั่งผงาดขึ้นเป็นปลัดกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ ต.ค. 2558  แต่ดูเหมือนจะทำผลงานไม่เข้าตานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

               

 กลายเป็นที่มามติครม.ปลดนายสมชัยพ้นเก้าอี้ปลัดกระทรวงการคลังกลางอากาศ โดยโยกไปเป็นเลขาธิการ สศช. ระหว่างที่กำลังไปพักร้อนกับครอบครัวที่ประเทศไอซ์แลนด์                                                                               

              

  เพื่อไปช่วยงานนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ขอตัวไปช่วยดูแลงานด้านปฏิรูปเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

               

 แต่ในทางปฏิบัติเหมือนเป็นการลดชั้นจากที่เคยเป็นหัวหน้าสูงสุดฝ่ายข้าราชการกระทรวงการคลัง  คุมกำลังข้าราชการนับพันคน ไปเป็นแค่เลขาธิการสศช.ที่มีข้าราชการในสังกัดแค่ไม่กี่ร้อยคน  เป็นที่มาของการประกาศลาออกจากเก้าอี้ในทันทีทันใด

 

ประกาศขอเป็นประชาชนเต็มขั้น  สลัดยูนิฟอร์มกระทรวงคลัง เลิกทำงานรับใช้รัฐบาลคสช.