สมชัย ศรีสุทธิยากร พังเพราะปากเซ่นอำนาจมาตรา44
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2561 เวลา 08:17 น.

 

สมชัย ศรีสุทธิยากร  พังเพราะปากเซ่นอำนาจมาตรา44

 

เซ่นพิษกฎเหล็ก มาตรา44 เป็นรายล่าสุด

 

ถึงคราว “สมชัย ศรีสุทธิยากร” กระเด็นหลุดจากเก้าอี้กกต.แบบไม่ทันตั้งตัว ฐานแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการและกำหนดการเลือกตั้ง จนทำให้เกิดความสับสนแก่ประชาชน อันเป็นอุปสรรคต่อการจัดการเลือกตั้งให้ลุล่วงไปด้วยดี

 

ผนวกกับการสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการกกต. โดยไม่ลาออกจากตำแหน่งกกต. เข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์

 

เป็นเหตุผลสำคัญของการถูกปลดสายฟ้าแลบ

 

สมชัย ศรีสุทธิยากร  กกต. เพิ่งเข้าห้องหอ เป็นเจ้าบ่าวรอบสองไปหมาดๆ แต่ยังไม่ทันได้ฮันนีมูน ก็ต้องแพ็กกระเป๋าออกจากกกต.กลับบ้านตามคำสั่งมาตรา44

 

ขึ้นชื่อเรื่องฝีปากจัดจ้าน ไม่กลัวใคร ตอบโต้ปะทะคารมกับรุ่นใหญ่อย่าง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) หรือ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. อย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีมาแล้ว

 

มักจับจองพื้นที่ออกหน้าสื่อได้มากกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ  ใช้โลกโซเชียลต่อปากต่อคำกับคู่กรณีในทุกสถานการณ์  บางครั้งโชว์สำบัดสำนวนร่ายเป็นกลอนเหน็บแนมฝ่ายตรงข้าม

 

 พื้นเพชาวลูกน้ำเค็ม จ.สมุทรสาคร  เกิด 23 ต.ค.2501 ดีกรีปริญญาตรีรัฐประศาสนศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ และปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์  

 

คร่ำหวอดอยู่ในองค์การเอกชน รับบทคอยตรวจสอบและสังเกตการณ์เรื่องการทุจริตในสนามเลือกตั้งมา 20 กว่าปี ตั้งแต่ปี 2536

 

โดยเฉพาะช่วงนั่งแท่นเลขานุการองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเนต) ทำหน้าที่สแกนความโปร่งใสการเลือกตั้งในหลายรัฐบาล จนมีผลงานโดดเด่น มีชื่อคุ้นหูสังคม

 

กระทั่งปี 2556 เปลี่ยนบทจากเอ็นจีโออยู่วงนอกคอยสังเกตการณ์ความผิดปกติการเลือกตั้ง

 

เข้ามาเป็นกกต. ทำหน้าที่เป็นกรรมการ ควบคุมการเลือกตั้ง

 

ได้รับมอบหมายให้เป็นกกต.ด้านบริหารจัดการเลือกตั้ง แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่อย่างหนักจากฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะการไม่สามารถจัดเลือกตั้งปี2557 ได้  เพราะปล่อยให้กลุ่มกปสส. ยึดคูหาการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ ถูกถล่มยับเยินว่า ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน

 

ระยะหลังออกอาการหัวเสียมากขึ้น  นับตั้งแต่พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศบังคับใช้ เพราะเหลือสถานะแค่รักษาการกกต. รอวันหมดอำนาจ  ต้องระเห็จไปสมัครชิงตำแหน่งเลขาธิการกกต.

                

ยอดลดสถานะจาก 5 เสือกกต. มาเป็นข้าราชการ

 

ช่วงหลังไล่ฟาดงวงฟาดงาหลายเรื่อง  วิจารณ์การทำงานคสช. และเครือข่ายแม่น้ำห้าสายต่อเนื่อง

                

ที่ดูเน้นเป็นพิเศษคือ ร่างกฎหมายลูก2ฉบับสุดท้าย ที่มีปัญหาเรื่องการถูกส่งตีความ อาจส่งผลให้โรดแม็ปเลือกตั้งขยับออกจากโปรแกรมเดิม ตอกย้ำซ้ำซากต่อเนื่อง สวนทางคำยืนยันจากรัฐบาลและคสช.ที่ยืนกรานไม่มีถ่วงเวลาคืนประชาธิปไตยแน่นอน

                

เป็นฟางเส้นสุดท้ายให้ “บิ๊กตู่” เซ็นคำสั่งมาตรา44 ปลดออกจากเก้าอี้กะทันหัน สังเวยพิษปากที่พูดจาไม่เข้าหูคสช.