สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ แคนดิเดตนายกฯพลังประชารัฐ
วันที่เผยแพร่ วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ.2562 เวลา 07:40 น.

 

หลังจากพระราชกฤษฎีให้มีการเลือกตั้งส.ส.แล้ว ทำปี่กลองการเมืองคึกคัก แต่ละพรรคแต่งตัวเตรียมเข้าสนามเลือกตั้ง ที่จะเปิดรับสมัครช่วง 4-8 ก.พ.นี้

 

ที่สำคัญขาดไม่ได้กับรายชื่อผู้ที่ถูกเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ต้องแนบมาในช่วงรับสมัครนั้นด้วย

 

ทำให้นักข่าวอดสงสัยไม่ได้ว่าสำหรับพรรคพลังประชารัฐ พรรคที่ถูกจับตามากพรรคหนึ่ง จะมีใครเป็นแคนดิเดตของพรรคบ้าง นอกจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.

 

หัวหน้าพรรค นายอุตตม สาวนายน เปิดเผยว่าจะมีชื่อของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ติด 1 ใน 3 ของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี

 

สมคิดจะอยู่ในลำดับที่ 3 ของพรรคพลังประชารัฐ โดยลำดับที่ 2 จะเป็นชื่อนายอุตตม หัวหน้าพรรค และลำดับที่ 1 พล.อ.ประยุทธ์

 

เมื่อชื่อของสมคิด ถูกขายออกมา ทุกสายตาต้องหันมาจับจ้องทันที

 

สำหรับ “สมคิด” นั้น เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆออกมา สร้างความฮือฮาให้รัฐบาล รวมถึงได้ใจรากหญ้ากับสารพัดมาตรการ

 

เด่นชัดเลยคือเรื่อง “บัตรคนจน”ขึ้นทะเบียนจนมีชื่อผู้มีรายได้น้อยในมือรัฐบาลชุดนี้ประมาณ 14-15 ล้านคน ที่อยู่ได้ด้วยการพยุงของรัฐบาล

 

หรือแม้ว่าการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รถไฟฟ้าหลายสาย หรืองานผุดโปรเจกต์อีอีซี หรือระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เพื่อนำไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0

 

นอกจากเป็นมือเอกด้านเศรษฐกิจแล้ว ในทางการเมือง “สมคิด”มีคอนเนกชั่นมากมาย ดังจะเห็นได้จากเมื่อเปิดตัวพรรคพลังประชารัฐ มีมวลมหามิตรเก่า ที่เป็นอดีตรัฐมนตรี อดีตส.ส.หลายสมัย ตบเท้าเข้าร่วมกับพรรคนี้

 

ทั้งสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมศักดิ์ เทพสุทิน วราเทพ รัตนากร อนุชา นาคาศัย สันติ พร้อมพัฒน์ สุชาติ ตันเจริญ

 

หรือแม้แต่คอนเนกชั่นด้านธุรกิจ อย่าง มาดามเดียร์" วทันยา วงษ์โอภาสี  เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท สปริงส์นิวส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด  และอดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทยชุดอายุ 23 ปี   คนเหล่านี้ตัดสินใจและเชื่อใจพรรคน้องใหม่ เพราะมี “สมคิด” การันตี 

 

หรือแม้แต่รัฐมนตรี 4 กุมาร ของพรรคล้วนมาจากการผลักดันให้มาอยู่ในแถวหน้าของพรรค เพื่อสร้างพรรคนี้ให้เป็นพรรคของนักการเมืองรุ่นใหม่

 

“สมคิด” แม้จะพยายามโลว์โปรไฟล์ในพรรค แต่เป็นที่รู้กันดีว่าเขานี่แหละคือคนที่ปั้น “พลังประชารัฐ”มากับมือ การจะนำชื่อ “สมคิด” มาเป็น 1ในแคนดิเดตนายกฯ ย่อมสร้างความเชื่อมั่นไปถึงประชาชน นักธุรกิจ ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย แต่ไกลไปทั่วโลก

 

ต่างชาติรู้จักฝีไม้ลายมือเป็นอย่างดี เพราะ “สมคิด”เข้ามาทำงานการเมืองตั้งแต่ยุคแรกที่ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ โดยสมคิด คุมด้านเศรษฐกิจมาโดยตลอด ไม่อยู่กระทรวงการคลัง ก็โยกมากระทรวงพาณิชย์ หรือเป็นรองนายกฯด้านเศรษฐกิจ

 

หลายๆนโยบายของรัฐบาลไทยรักไทยนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากไอเดียของสมคิด  จนได้ชื่อว่าเป็นขุนพลเศรษฐกิจคนสำคัญของรัฐบาลนายทักษิณ

 

 หลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการทำงานด้านการเมือง

 

สมคิด ลาออกจากการเป็น สมาชิกพรรคไทยรักไทย จากนั้นได้เป็นหนึ่งในตัวแทนกลุ่มมัชฌิมา ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 จากนั้นจึงร่วมในการก่อตั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา โดยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพรรค

 

 สมคิด เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ค. พ.ศ. 2496 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นคนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบการศึกษา ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์การคลัง และเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และต่อปริญญาโท MBA สาขาบริหารการเงิน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ ปริญญาเอก สาขาบริหารธุรกิจ เน้นการจัดการด้านการตลาด ที่ มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น สหรัฐอเมริกา  

 

“สมคิด” จึงนับว่าเป็นบุคคลที่อัดแน่นทั้งประสบการณ์ด้านการเมืองและประสบการณ์ด้านการทำงานเศรษฐกิจที่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน

 

แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามวางมือและถอยหลังออกจากการเมือง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเสียงเรียกร้องให้กลับมาอยู่ในจุดสำคัญเสมอ