รวบ "จ.ส.อ." ติดเชื้อเอชไอวีลวงข่มขืนเด็กชายกว่า 70 ราย
วันที่เผยแพร่ วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 เวลา 16:15 น.

 

บิ๊กโจ๊กแถลงจับ "จ.ส.อ." ล่อลวงเด็กชายอายุต่ำกว่า15ปีผ่านแอพพลิเคชั่น มาข่มขืนกว่า 70 ราย พบเจ้าตัวติดเชื้อเอชไอวี เอาผิด 6 ข้อหาหนัก

 

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้า (ศปก)สภ.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล รรท.ผบช.สตม.(รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงผลการจับกุม จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ ค่อมสิงห์ อายุ 43 ปี ทหารสังกัด กองพลทหารม้าที่ 3 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล มทบ.23 รวมทั้งหมด 6 ข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่บ้านพักในเขต อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น

 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. ได้รับการร้องเรียนจากเด็กชายผู้เสียหาย ว่าถูกข้าราชการทหารข่มขืนกระทำชำเราภายในรถยนต์ ชุดสืบสวน ศปอส.ตร จึงประสานงานร่วมกับ บก.ปคม.ทำการสืบสวนสอบสวนจนกระทั่งทราบแน่ชัดว่าผู้ต้องหานั้นเป็นข้าราชการทหารในพื้นที่ขอนแก่น จึงทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับจากศาลทหาร มทบ.23 จนนำไปสู่การจับกุมดังกล่าว

 

ทั้งนี้พฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้ที่ปัจจุบันได้ให้ออกจากราชการแล้ว คือการใช้แอพพลิเคชั่นในการติดต่อพูดคุยกับเด็กชายที่มีอายุไม่ต่ำ 15 ปี ที่สามารถติดต่อพูดคุยกันทั่วทั้งประเทศ ก่อนชักชวนกันมาคุยในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า “จักรกฤษณ์ ค่อมสิงห์” โดยมีเด็กผู้ชายวัยรุ่นหลงเชื่อและเข้ามาพูดคุยจำนวนมาก เนื่องจากผู้ต้องหาใช้ภาพในโปรไฟล์ที่ไม่ใช่ภาพตัวเองแต่เป็นภาพชายหนุ่มหน้าตาดี โดยในช่วงของการพูดคุยกันได้ให้เด็กชายที่คุยด้วยนั้นส่งภาพอวัยวะเพศ และภาพลามกอนาจาร มาให้ โดยผู้ต้องหาเก็บภาพดังกล่าวไว้ทั้งหมด จากนั้นก็มีการนัดแนะเพื่อเจอตัวกัน ซึ่งเมื่อผู้เสียหายมาพบก็พบว่าไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในภาพตามที่ปรากฏในเฟซบุ๊ก

 

ผู้เสียหายที่เป็นต้นเรื่องที่มีการร้องเรียนผ่าน ศปอส.ตร.นั้น ได้พบกับผู้ต้องหาในพื้นที่ อ.น้ำพอง โดยเมื่อมาพบกันและพบว่าไม่ใช่ผู้ชายตามที่ปรากฎในภาพ ก็ถูกผู้ต้องหาบังคับข่มขืนภายในรถ โดยอ้างว่าหากไม่ยินยอมจะนำภาพที่ส่งมาให้นั้นโพสต์ภาพประจาน ขณะที่จากการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหารายนี้ติดเชื้อ เอชไอวี มาตั้งแต่ปี 2552 โดยเข้ารับการรักษาเมื่อปี 2558 และพึ่งย้ายมาประจำการที่ขอนแก่นได้เพียง 8 เดือนเท่านั้น

 

พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจสอบพบด้วยว่าผู้ต้องหามีการจดบันทึกข้อมูลของผู้เสียหายที่ทำการข่มขืนไว้ด้วย โดยมียอดรวมของผู้ถูกกระทำรวม 75 ราย ในจำนวนนี้มีรายชื่อและที่อยู่ชัดเจนรวม 28 ราย ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ บก.ปคม.ทำการสืบสวนสอบสวนร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะเพราะมีผู้เสียหายที่เป็นเด็กชาย อายุต่ำกว่า15 ปี อยู่ในหลายจังหวัดทั่วทั้งประเทศ เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุมาตั้งแต่ประจำการอยู่ที่ กรุงเทพฯ

 

อย่างไรก็ตามขณะนี้ บก.ปคม.ได้ประสานการทำงานร่วมกันกับทีมสหวิชาชีพในการตรวจสอบผู้เสียหายตามหลักสหวิชาชีพ เนื่องจากทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี แต่ยังคงต้องข้อความร่วมมือไปยังผู้ปกครองหรือผู้เสียหายในการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้เพิ่มเติม โดยสามารถมาที่ สภ.น้ำพอง หรือ ที่สถานีตำรวจทั่วทั้งประเทศเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายดังกล่าวนี้ที่เป็นภัยต่อสังคมที่ก่อเหตุกระจากจิตใจและอารมณ์ทางเพศเฉพาะของบุคคล

 

หลังการสอบปากคำแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหารวม 6 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วยประทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีขอตนเอง,กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม,พาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม,โดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร,ข่มขืนผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนในนั้นเอง หรือของผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนถูกผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น และ บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่คมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด จากนั้นได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.น้ำพอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ที่มา โพสต์ทูเดย์