พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ คัมแบ็กตำแหน่งมือปราบเหลือบผ้าเหลือง
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ.2560 เวลา 08:02 น.

 

คัมแบ็กกลับยึดเก้าอี้ตัวเก่งอีกครั้ง

 

ตามปรากฏการณ์ล่าสุดที่ครม.ยอมกลับลำ มีมติให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ กลับคืนสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) 
 

 

หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งถูกเด้งเข้ากรุไปเป็นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี แบบค้านสายตากองเชียร์ เนื่องจากไปชนของแข็ง เปิดโปงการทุจริตเงินทอนวัดที่มีสายแข็งตั้งแต่ ข้าราชการระดับบิ๊กในพศ. พระชั้นผู้ใหญ่ และฆราวาสเข้าไปเกี่ยวข้อง

 

สร้างแรงกระเพื่อมกดดันรัฐบาลจนถูกเด้งออกจากเก้าอี้ผอ.พศ. ก่อนถูกกระแสสังคมกระแทกกลับ กลั่นแกล้งข้าราชการ

 

กระทั่งต้องโยกพ.ต.ท.พงศ์พรกลับสู่ตำแหน่งเดิม

 

พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์  ครองตำแหน่งขวัญใจมือปราบเหลือบผ้าเหลือง จากการทำงานสไตล์ถึงลูกถึงคน บู๊ดุดันไม่กลัวใคร ไม่ว่าจะมีเส้นสายใหญ่ขนาดไหน 

 

พลิกประวัติดูไม่ธรรมดา ฉีกเส้นทางชีวิตจากอาจารย์สอนนักเรียนนายร้อยตำรวจ เข้ามาทำงานที่กรมสอบ สวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) วันที่ 4ก.ย.2546 ในตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ 

 

มีความเชี่ยวชาญการปฏิบัติงานด้านการสืบสวนสะกดรอย และการปฏิบัติการพิเศษ ขยับขึ้นเป็นผอ.ส่วนสืบสวนสะกดรอย 

 

มีประสบการณ์ผ่านคดีดังมามากมาย เคยได้รับมอบหมายเป็นหัวหน้าชุดสืบสวนหาเบาะแสคนร้าย กรณีระเบิดอาร์พีจีสูญหายจากคลังแสงกองทัพบก

 

รวมทั้งเคยนำทีมจับกุมนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการบริหารนิตยสารวอยซ์ ออฟ ทักษิณ ขณะหลบหนีไปอยู่ที่อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 

 

มีบทบาทสำคัญสมัยเป็นผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร ดีเอสไอ คุมคดีสำคัญอาทิ คดีรถยนต์หรูเลี่ยงภาษี และรถยนต์โบราณ 2 คัน ที่เป็นข่าวครึกโครมของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์  หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม และรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 

 

รวมทั้งยังเคยร่วมเป็นทีมเจรจากับมหาเถรสมาคม ประสานงานกล่อมให้พระธััมมชโยเข้ามอบตัว แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ 

 

สร้างเซอร์ไพร์สกระโดดข้ามห้วยจากผบ.สำนักคดีภาษีอากร ดีเอสไอ มาเป็นผอ.พศ. เมื่อวันที่ 25ก.พ.2560 แทนนายพนม ศรศิลป์ อดีตผอ.พศ. แบบที่หลายคนยังงงๆว่าเป็นใคร 

 

นั่งเก้าอี้บิ๊กพศ.อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ก็ถูกเด้งฟ้าผ่าไปเป็นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนถูกโยกกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง 

 

ถูกขนานนามเป็นมือปราบพระ เข้ามารับตำแหน่งผอ.พศ.ภายใต้การถูกจับตามองให้มาแก้ปัญหาคดีวัดพระธรรมกาย

 

โชว์ผลงานเปิดโปงการทุจริตเงินบูรณปฏิสังขรณ์วัด หรือที่เรียกกันติดปากว่า คดีเงินทอนวัด จนได้ใจประชา ชน เข้าไปแกะรอยขุดคุ้ยหาหลักฐานจนพบว่า มีข้าราชการระดับบิ๊กในพศ.เป็นตัวการทุจริต และบางคดีพบว่า มีพระชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้อง  

 

กลายเป็นการเปิดศึกกับพระ และฆราวาสบางกลุ่ม สร้างแรงกระเพื่อม ขยายวงเป็นแรงกดดันพุ่งใส่รัฐบาล เจอมติครม.ปลดกลางอากาศ เด้งไปเป็นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่29 ส.ค.2560 โดยไม่รู้ตัวล่วงหน้ามาก่อน 

 

คนในรัฐบาลพากันอ้ำๆอึ้งๆ พูดไม่เต็มปากเต็มคำถึงเหตุผลที่แท้จริงในการย้ายพ.ต.ท.พงศ์พร 

 

เกิดฟีดแบคในสังคม มีกองเชียร์จำนวนมากออกมาปกป้องพ.ต.ท.พงศ์พร ถล่มรัฐบาลกลั่นแกล้งข้าราชการน้ำดีในการปฏิบัติหน้าที่ 

 

ในที่สุดครม.จึงมีมติโยกพ.ต.ท.พงศ์พร กลับนั่งเก้าอี้ตัวเดิม ผอ.พศ.อีกครั้ง เมื่อวันที่ 26ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากเพิ่งเด้งพ้นตำแหน่งไปไม่ถึงเดือน 

 

กลับมาประจำการในตำแหน่งมือปราบเหลือบผ้าเหลืองอีกรอบ