พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลิดชีพสังเวยพัวพันเงื่อนงำเงินคนจน
วันที่เผยแพร่ วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2561 เวลา 15:09 น.

 

อีกหนึ่งข่าวใหญ่ตามหน้าสื่อ การปลิดชีพตัวเองของนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงพันาสังคและความมั่นคงของมนุษย์  ที่กินยาฆ่าตัวตายคาบ้านพักจ.ปทุมธานี  พร้อมกับภริยา

 

หลังตกเป็นข่าวอื้อฉาวพัวพันกับการทุจริตโครงการเงินช่วยเหลือคนจนและคนไร้ที่พึ่ง ที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนวินัยร้ายแรง

 

แต่จู่กลับชิงปลิดชีพฆ่าตัวตายไปเสียก่อน

 

พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงพันาสังคและความมั่นคงของมนุษย์  หรือชื่อเดิม ศิริพงษ์ โชคสถิตย์  ศิษย์เก่ารั้วพ่อขุนฯ ปริญญาโทและปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ .รามคำแหง

 

แรกเริ่มเดิมที เติบโตมาจากกระทรวงแรงงาน  กระทั่งปี 2547 โอนย้ายมาเป็นข้าราชการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาเป็นผู้ปกครองสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรี จ.ปทุมธานี ขยับก้าวหน้าขึ้นมาตามลำดับ ขึ้นมาเป็นผอ.สำนักบริหารงานกลาง สำนักงานพม. ปี2552

                

ก้าวขึ้นเป็นรองอธิบดีกรมพันาสังคมและสวัสดิการ ปี2553 และผู้ตรวจราชการกระทรวง ปี2556

                

ดวงพุ่งแรงสมัยรัฐบาลคสช. ยุค “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว นั่งเก้าอี้รมว.พันาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ดิบได้ดีเติบโตในหน้าที่ราชการ อาทิ ปี2557 ได้เป็นอธิบดีกรมพันาสังคมและสวัสดิการ ที่เป็นกรมใหญ่สุดในกระทรวง  ได้ลุ้นเป็นแคนดิเดตขึ้นเป็นปลัดกระทรวงพันาสังคมอยู่หลายครั้ง

               

 กระทั่งขึ้นสู่เก้าอี้ปลัดกระทรวงพันาสังคมฯได้สำเร็จในปี 2560

 

นั่งเป็นบอสใหญ่ในกระทรวงได้ไม่นาน  เข้าสู่เดือนก.พ.2561  เกิดเรื่องอื้อฉาวในกระทรวง กรณีทุจริตของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น  เริ่มต้นตรวจพบพิรุธที่จ.ขอนแก่น จากการออกมาแฉข้อมูลในโลกโซเชียลของนักศึกษาฝึกงาน     

     

สร้างกระแสตื่นตัวให้มีการขุดคุ้ยปมทุจริตในหน่วยงาน ลุกลามพบการโกงเงินช่วยเหลือคนจนและผู้ด้อยโอกาสเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ

 

มีการสั่งย้ายระดับผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในหลายจังหวัด พบมีการทำข้อมูลเท็จทั้งการสวมสิทธิชื่อคนจนที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ  การให้เงินคนจนที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือไม่เต็มจำนวน โดยมีการทำเป็นขบวนการพัวพันไปถึงระดับผู้ใหญ่ในกระทรวงพันาสังคมฯ

 

ในที่สุดมีการออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีเด้งฟ้าผ่าให้นายพุฒิพัฒน์ไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ตามมาด้วยมติครม.สั่งให้ออกจากราชการ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายพุฒิพัฒน์ หลังมีข้อมูลหลักฐานพัวพันการทุจริตเงินคนจน

 

ซ้ำยังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ดำเนินการอายัดทรัพย์สิน จำนวน 88 ล้านบาทอีกระลอก

 

กลายเป็นความเครียด สะสมแรงกดดันโถมเข้าใส่อดีตปลัดกระทรวงพันาสังคมฯรายนี้

 

นำไปสู่การปลิดชีพตัวเอง สังเวยเงื่อนงำทุจริตโครงการเงินคนจน