พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา พลิกวิกฤตเป็นโอกาสพิสูจน์ฝีมือตำรวจไทย
วันที่เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2560 เวลา 13:52 น.

 

ปิดจ๊อบคดีสะเทือนขวัญระดับประเทศภายในช่วงเวลาไม่กี่คืน

                

กลายเป็นภาพลักษณ์ประทับใจไม่บ่อยครั้งนักในเสียงชื่นชมจากประชาชนทั้งประเทศที่มีต่อวงการผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไทย

               

ภายใต้การนำทัพของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ลงพื้นที่อ.อ่าวลึก จ.กระบี่  ลากคอทีมฆาตกรอำมหิตที่สังหารโหดครอบครัวผู้ใหญ่บ้านตระกูล”สังหลัง” และเพื่อนบ้าน จำนวน8 ศพ ได้ยกแก๊ง

              

ประกาศศักดาฝีมือตำรวจไทยให้กลับมาได้รับความเชื่อมั่นอีกครั้ง

                

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.   สื่อเรียกกันติดปากว่า “บิ๊กแป๊ะ” พื้นเพคนลูกน้ำเค็ม จ.ชลบุรี  เกิด19ต.ค.2502  จัดอยู่ในตระกูลฐานะมั่งคั่ง พ่อแม่ทำธุรกิจอาหารทะเลและเป็นนักธุรกิจที่ดินชื่อดังในอ.อ่างศิลา จ.ชลบุรี

                

 ขณะที่คู่ชีวิตนางบุษบา ชัยจินดา  ก็มีฐานะอู้ฟู่ไม่แพ้กัน เป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยศรีปทุม  โดย”บิ๊กแป๊ะ”ยื่นบัญชีทรัพย์สินแจ้งต่อป.ป.ช.ว่า มีทรัพย์สินมากมายถึง 962 ล้านบาท  

               

ใฝ่ฝันอยากเป็นทหาร แต่สอบไม่ติด  เลยมาเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจแทน  เป็นผลผิตนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 ก่อนบินไปคว้าปริญญาโท สาขาบริหารรัฐกิจ ประเทศสหรัฐอเมริกา และศึกษาเพิ่มเติมหลักสูตรการสอบสวน( ATF-ILEA)    และหลักสูตรFBI 

                

มีเพื่อนร่วมรุ่นอาทิ พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ พล.ต.ต.ณรัชต์ เศวตนันท์ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงศ์ปิ่น พล.ต.ต.อิทธิพล ภิริยะภิญโญ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า และพล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช 

                

ขึ้นชื่อเป็นยอดฝีมือตำรวจไทยระดับแถวหน้า ฝีมือครบเครื่องทั้งบู๊และบุ๋น  แถมยังมีคอนเนกชั่นแน่นปึ้กในทุกวงการ  รวมถึงฝ่ายการเมือง จัดอยู่ในสายน้องรัก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม

               

 คลี่คลายคดีสำคัญมากมายอาทิ คดีระเบิดแยกราชประสงค์  คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษที่เกาะเต่า  คดีฆ่าพระบัณฑิต สบปัณฑิโต  จ.อุดรธานี คดีคาร์บอมบ์ที่เกาะสมุย

                

ประเดิมเส้นทางเครื่องแบบสีกากีปี 2526 เป็นรองสวส.สภ.เมืองบุรีรัมย์  ขยับชั้นขึ้นมาเรื่อยๆ อาทิ รองผบก.ภ.สมุทรสงคราม  รองผบก.ป. ผบช.ภ.9  รองผบช.น.  ผบช.น.  ผู้ช่วยผบ.ตร. และรองผบ.ตร. 

               

ช่วงเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น) อยู่ร่วมในเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันที่ 7 ต.ค.2551 ที่บริเวณรัฐสภา ได้ถอดเสื้อของตัวเองเข้าไปช่วยปฐมพยาบาลห้ามเลือดผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บ กลายเป็นภาพประทับใจที่แพร่เผยออกสื่อไปทั่ว จนได้รับฉายาว่า “สุภาพบุรุษแก๊สน้ำตา”

                

เส้นทางชีวิตผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เติบโตเร็วมาก ขึ้นชั้นติดยศพล.ต.ท.ขึ้นเป็นผบช.น.อย่างรวดเร็ว  ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นบางคนยังเป็นสารวัตรอยู่ด้วยซ้ำ  จนได้รับฉายา “น.1 อีซี่พาส”

                

ผงาดขึ้นเป็นผบ.ตร. คนที่11 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2558 โดยรับไม้ต่อจากพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผบ.ตร.   แม้จะมีอาวุโสลำดับ 5 อยู่ในอันดับสุดท้ายของแคนดิเดตที่คั่วเก้าอี้จ่าฝูงสีกากี  แต่มีผลงานการันตีความสามารถ ทำให้เหาะแซงขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในสตช. 

                

มีอายุราชการเหลือยาวเหยียด 5 ปีเต็ม  รอเกษียณอายุปี 2563 

                

เข้ามาเป็นผบ.ตร. ในยุคที่มีการผ่าตัดปฏิรูปตำรวจครั้งใหญ่ เพื่อให้เป็นตำรวจของประชาชน ถือเป็นงานท้าทายความสามารถของผบ.ตร.คนที่ 11   

               

ล่าสุดกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญ  ฆ่าโหด 8ศพ ครอบครัวผู้ใหญ่บ้านที่อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ โดยฆาตกรใจโหด  ยิงหัวเหยื่ออย่างเลือดเย็น ไม่เว้นแม้แต่เด็ก และผู้หญิง  เป็นข่าวที่คนทั้งประเทศรุมประฌาม สาปแช่งผู้ก่อเหตุ และเรียกร้องให้ตำรวจจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ 

                

“บิ๊กแป๊ะ” ระดมทีมงานสืบสวนระดับแนวหน้าของประเทศลงพื้นที่ ควานหาพยานหลักฐาน   ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง ไล่ล่ากลุ่มคนร้าย จนสามารถพิชิตคดีดัง  จับกุมทีมงานอำมหิตมาลงโทษตามกฎหมายได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงชื่นชมของคนทั้งประเทศ

               

 พลิกวิกฤติที่กำลังเผชิญมรสุมให้ปฏิรูปการทำงานผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นโอกาส พิสูจน์ฝีมือตำรวจไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก