ผ่าน 7 วันอันตราย...เข้าสู่ภาวะวัดใจ
วันที่เผยแพร่ วันอาทิตย์ที่ 16 เมษายน พ.ศ.2560 เวลา 18:54 น.

 

 

สิ้นสุดมหาสงกรานต์แห่งความสุข ได้เวลานับศพ

 

7 วันอันตราย เป็นไปตามคาดหมายตัวเลขคนตายจากอุบัติเหตุทะลุหลักสองร้อย สามร้อย ไม่ได้น้อยลงกว่าทุกปีที่ผ่านมา เรียกว่าตายกันจนชินเป็นเรื่องปกติธรรมดา

 

ตายกันเป็นเบือ ราวกับเกิดภาวะสงคราม

 

ตามสไตล์ “ไทยแลนด์โอนลี่” ฉิบหายไม่ว่า ขอเอามันไว้ก่อน ห้ามยังไงก็เอาไม่อยู่ กฎหมายปกติรัฐบาลเลือกตั้ง กฎหมายพิเศษรัฐบาลทหารเพราะมันสำคัญที่สำนึกคนมากกว่า

 

สนุก เมา สูญเสีย เศร้า เป็นวัฏจักร แล้วสถานการณ์ก็กลับสู่ภาวะปกติ

 

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ไม่ปกตินับแต่นี้ไป สำหรับ “นายกฯ ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและทีมงานรัฐบาลทหารคสช.

 

ส่อเจองานหนักกับจุดเปลี่ยนอำนาจพิเศษหลังรัฐธรรมนูญฉบับถาวรประกาศบังคับใช้

 

อะไรๆ ก็ชักไม่ขลังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือภาวะ “สนิมเนื้อใน” ที่กินลึกลงไปทุกขณะ

 

แกะร่องรอยจากปรากฏการณ์ที่ “พี่ใหญ่” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ได้ยื่นใบลาประชุมครม.และประชุมคสช.ตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ ทั้งๆ ที่เป็นห้วงเวลาเข้าด้ายเข้าเข็มของฝ่ายความมั่นคงที่จะต้องคุมเข้มพวกจ้องป่วนเทศกาลสำคัญ

 

และมันยิ่งแปร่งเข้าไปอีกเมื่อพล.อ.ประยุทธ์บอกนักข่าวว่า สั่งให้ “พี่ใหญ่” ไปราชการลับ ไม่ใช่การลาราชการ

 

ซึ่งนั่นก็ขัดกันกับข่าววงในที่คนสนิทกระซิบอกกับนักข่าวว่า พล.อ.ประวิตรยื่นลาพักไปรักษาตัว และหลบกระแสวุ่นๆ เพราะรู้สึกเหนื่อยกับสภาพตำบลกระสุนตก งานเข้าตลอด เป็นด่านแรกรับแรงปะทะจนสะบักสะบอม

 

โดยสภาพแบบที่คนนอกเห็นกัน แม้แต่คิวที่ “บิ๊กป้อม” แอ่นอกยอมรับเป็นคนสั่งบังคับใช้กฎหมายห้ามนั่งท้ายรถกระบะเอง ล่อเป้าให้ชาวบ้านด่าตัวเอง ไม่ต้องไปด่านายกฯ เพราะไม่เกี่ยวแต่อย่างใด

 

พี่ใหญ่ให้ใจน้องรักเต็มที่ แต่ถึงวันนี้ไม่รู้  “น้องตู่” เต็มที่กับพี่แค่ไหน

 

ตามรูปการณ์ “ภาวะทางใจ” น่ะมีแน่ แต่จะถึงขั้นที่มีข่าวว่า ไม่ใช่แค่ลาพักสงกรานต์ แต่เป็นการยื่นใบลายาว ก็ต้องจับตาหลังวันที่ 16 เมษายนราชการเปิดทำการ “บิ๊กป้อม” จะปรากฏกายให้เห็นในสถานะใด

 

เหนืออื่นใดกับเครื่องหมายคำถาม “นายกฯ ลุงตู่” พร้อมแค่ไหนกับสภาพที่ไม่มี “พี่ใหญ่” คอยคุ้มกันหลังให้

 

ระหว่างตัด “ตัวถ่วง” ทำให้เรือแป๊ะโหลด กับยื้อ “ตัวช่วย” ทำให้ลากเรือแป๊ะต่อไปได้

 

อย่างไหนจะคุ้มกว่า

 

ที่แน่ๆ ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์อึมครึม บรรยากาศเหมือนพายุใหญ่กำลังก่อตัว หลัง “ไอ้โม่ง” แอบถอนหมุดคณะราษฎรหวังลบประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครองราชอาณาจักรไทยเมื่อปี พ.ศ.2475

 

“นายกฯลุงตู่” กล้าเสี่ยงลุยเดี่ยวรึป่าว