ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แหยงอารมณ์กองเชียร์ฉากหลบเก้าอี้ร้อน
วันที่เผยแพร่ วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2560 เวลา 08:02 น.

 

ไขก๊อกออกจากเก้าอี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพียงชั่วไม่กี่วัน  ภายหลังได้รับการทอดไมตรีจากรัฐบาลแต่งตั้งให้มาร่วมทีมยุทธศาสตร์แห่งชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

 

ส่งผลให้ชื่อ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตรมว.คมนาคม ที่เคยโด่งดังในยุครัฐบาลเพื่อไทย กลับมามีชื่อเป็นที่ได้รับสนใจตามหน้าสื่ออีกครั้ง

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรมว.คมนาคม  ติดชาร์จเป็นรัฐมนตรีชั้นหัวกระทิในยุครัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก้าวเข้ามามีที่นั่งในครม. ในฐานะรัฐมนตรีคนนอก  แต่ได้รับเสียงชื่นชม เป็นที่นิยมจากประชาชน เพราะมีวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการทำงานสูง   ไม่มีภาพลักษณ์การเป็นนักการเมือง

 

โปรไฟล์สุดหรู แต่ทำตัวติดดิน   สวนทางกับภาพลักษณ์เด็กนอกที่จบปริญญาโท และปริญญาเอกด้านวิศวกรรม จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เคยผ่านงานระดับผู้บริหารของบริษัทเอกชน  และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่อาทิ บริษัท ขนส่ง จำกัด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด

 

ชื่อเล่นว่า “ทริป”  เป็นบุตรของพล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  และเป็นพี่น้องฝาแฝดชนิดแทบแยกกันไม่ออกกับแฝดผู้พี่ “ทัวร์” นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย     

                    

เคยรับราชการเป็นอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มีตำแหน่งทางวิชาการเป็นรองศาสตราจารย์  ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายจัดการทรัพย์สิน จุฬา ปี2548

 

เข้ามาสัมผัสสนามการเมืองจากการเข้ามาให้คำปรึกษากระทรวงคมนาคม โดยไม่มีตำแหน่งใดๆ ยุครัฐบาลทักษิณ2 ที่มีนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็นรมว.คมนาคม และรัฐบาล สมัคร

 

กระทั่งช่วงต้นปี2555 ได้รับการทาบทามทางโทรศัพท์จากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มานั่งเก้าอี้รมช.คมนาคม  แต่ถูกแม่คัดค้านหัวชนฝา เพราะไม่ชอบพรรคเพื่อไทย

 

แต่ในที่สุดเจ้าตัวตอบเซย์เยสเข้ารับตำแหน่ง  กลายเป็นรัฐมนตรีโนเนม ที่หลายคนสงสัยว่าในประวัติความเป็นมาเพราะแทบไม่มีคนรู้จัก  แต่สามารถฝากฝีไม้ลายมือการทำงานเข้าตารัฐบาล ใช้เวลาประมาณครึ่งปีได้รับการอัพเกรดขึ้นชั้นเป็นรมว.คมนาคม เมื่อเดือนต.ค.2555

 

ได้รับการกล่าวขานเป็นรัฐมนตรีระดับหัวกระทิของพรรคเพื่อไทย เข้ามายกเครื่องวางระบบการขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งระบบรางที่ “ชัชชาติ”ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เดินหน้านำร่องการทำรถไฟความเร็วสูง และระบบรถไฟชานเมืองในประเทศไทย

 

มีระดับความฮอตในเลเวลสูง เพราะใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือโปรโมทการทำงาน และกระจายข่าวสาร  กลายเป็นขวัญใจชาวเนต มียอดแฟนคลับกดติดตามมากกว่า 5แสนราย

 

มักมีภาพการใช้ชีวิตติดดินปรากฏสู่สาธารณชนอาทิ การโหนรถเมล์ ซ้อนมอเตอร์ไซด์รับจ้าง นั่งรถสองแถว  รถไฟ รวมถึงการลงพื้นที่ตรวจตราปัญหาต่างๆ โดยไม่แจ้งให้หน่วยงานต่างๆรู้ตัวล่วงหน้า

 

ภาพที่ฮอตฮิตติดตาที่สุดคือ การใส่ชุดกีฬาแขนกุด เดินเท้าเปล่า ถือถุงกับข้าว ออกมาจากวัด ภายหลังเข้าไปทำบุญใส่บาตรในวัดที่จ.สุรินทร์ กลายเป็นภาพที่มีคนนำมาตัดต่อล้อเลียน และสวมชุดคอสเพลย์เลียนแบบท่าทางเป็นจำนวนมาก           

 

ถูกชาวโลกโซเชียลนำรูปไปตัดต่อเป็นตัวการ์ตูน สื่อความหมายเป็นตัวแทนของพลังความแข็งแกร่ง จนได้รับการกล่าวขานเป็น “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี”

 

กลายเป็นรัฐมนตรีที่สร้างปรากฎการณ์ความแตกตื่นในโลกโซเชียล  ขึ้นชาร์จเป็น “เน็ตไอดอล” ที่มีคนติดตามมากมาย

 

ภายหลังเหตุการณ์รัฐประหารปี 2557 หันหลังให้สนามการเมือง ไปรับตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการบริษัทควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

 

กระทั่งล่าสุดได้รับการทอดสะพานให้มารับตำแหน่งคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน  ถูกดึงตัวให้มาร่วมเป็นพันธมิตรช่วยงานรัฐบาลทหาร วางยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศในระยะยาว

 

แต่ภายหลังมีชื่อได้รับการแต่งตั้งเพียง 2วัน ก็ประกาศไขก๊อกออกจาตำแหน่งทันที โดยอ้างว่า  ยังไม่เข้าใจรูปแบบการทำงานของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ

 

ภายหลังถูกถล่มอย่างหนักจากกองเชียร์เสื้อแดง และท่ามกลางเสียงเมาธ์หนาหูว่า ถูกกดดันจากอดีตพรรคต้นสังกัด และนายใหญ่ไม่ปลื้มที่แปรพักตร์ไปช่วยงานท็อปบูต